ปรจิตตวิชานนญาณ

เธอคงคิดว่าตัวเองสวยมีเสน่ห์จึงทำให้มีนายสถาปนิกมาป้วนๆ เปี้ยนๆในชีวิตเธอ หารู้ไม่ว่าตนนั้นเป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา แถมตัวก็เตี้ยๆ ป้อมๆ อายุก็ปาเข้าไป 40 กว่าๆ (กว่าไปหลายปี) บนใบหน้ามีอีกา บินมาเกาะและฝากรอย กากบาท (กา=กา : บาท(ะ)=ตีน) ไว้

แรกพบกัน นายสถาปนิก (ที่อายุน่าจะประมาณ 45-50) ไม่ได้มองที่เธอเลย แต่เขามองที่กล้อง Canon D40 ราคาประมาณ 4 หมื่นต้นๆ ของเธอต่างหากและยิ่งได้เห็นเธอขับ Volvo s40 ก็ยิ่งทำให้นายสถาปนิกมั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ใช่อาซิ้มธรรมดาๆ คนธรรมดาคงไม่ขับรถและใช้กล้องราคาแพงๆ ขนาดนี้ นายสถาปนิกตัดสินใจเข้าไปตีสนิทกับเธอเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เขาทำอยู่ ถ้าเธอสนใจสร้างบ้านคนที่ใช้รถและใช้กล้องราคาแพงๆ ขนาดนี้คงไม่สร้างบ้านราคาต่ำๆ หรอก และเรายังสามารถใช้ชื่อของเธออ้างอิงกับลูกค้ารายอื่นๆ แถมถ้าเราทำดีกับเธอมากๆ เธออาจจะแนะนำเพื่อนฝูงของเธอให้มาว่าจ้างเราสร้างบ้าน ก็ได้

ความคิดเหล่านี้ผุดขึ้นใน มโนมยจักษุ ของ "ชาญ" เด็กหนุ่มอายุ 27 ปี ในทางพุทธศาสนาเรียกอาการที่ผู้หนึ่งหยั่งรู้วาระจิตของอีกผู้หนึ่งว่า สำเร็จ เจโตปริยญาณ หลังจากที่ชาญลืมตาออกจากสมาธิ เขาก็อุทานออกมาว่า

"มิตรภาพที่ฉาบทาไว้ด้วยผลประโยชน์ เช่นนี้เรียกว่า มิตรภาพที่แท้จริงกระนั้นหรือ โถ่..เธอผู้ซึ่งในอดีตชาติเคยเป็นพี่สาวของฉันทำใม เธอ..เอ้ย พี่ ทำใมพี่ถึงได้ถูกแวดล้อมไปด้วยมวลมิตรเทียม มากมายถึงเพียงนี้"

สาเหตุก็คงเป็นเพราะพี่เป็นคนที่โอบอ้อมอารี ต่อคนทั่วไป อีกทั้งพี่เป็นคนมองโลกในแง่ดี ทว่าในโลกนี้ไม่ได้มีแค่ด้านดีเพียงด้านเดียว ด้านที่ร้ายมันก็ยังมีอยู่ ฉะนั้นคนเราควรมองโลกให้เห็นครบทั้งสองด้าน ทั้งด้านที่ร้าย และด้านที่ดี แล้วนำมาพิจารณาไตร่ตรองก่อนที่จะทำหรือไม่ทำสิ่งต่างๆ โลกนิติคำโคลงได้สอนเรื่อง "เพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก" ไว้ พี่ไม่เคยอ่านหรือ? ที่ว่า


เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว    แหนงหนี
หาง่าย หลายหมื่นมี-       มากได้
เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี-    วาอาตม์
หายาก ฝากผีไข้           ยากแท้จักหา



-เวลาขัดสนจนทรัพย์เพื่อนที่คอยประจบปอกลอกก็แหนงหนีไปจนหมดสิ้น
-เพื่อน(ที่คอยปอกลอกเรา)กิน หาง่ายมีมากมายหลายหมื่นจำพวก
-ส่วนเพื่อนที่เวลาเราขัดสนจนทรัพย์ กลับคอยช่วยเหลือ และยอมตายแทนกันได้ เวลาที่ป่วยไข้ก็คอยดูแลรักษา เวลาตายก็คอยเป็นธุระเอาผีไปเผา
-เพื่อน(ที่อยู่ด้วยตอนที่เรา)ตาย เช่นนี้หาได้ยากยิ่ง

อนุสติ : อย่าทำตัวง่าย ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก คือโดนคนเขาปอกลอกเอาได้ง่ายๆ ถ้าทำตัวเป็นกล้วยก็ควรเป็นกล้วยดิบ ปอกลอกได้ยาก เวลาเคี้ยวกินก็ฝืดคอ ถ้าทำตัวเป็นกล้วยแก่ๆ เอ้ย กล้วยสุกๆ ปอกลอกได้ง่าย กลืนได้โดยไม่ต้องเคี้ยว

ฉันรู้ว่าพี่สาวฉันไม่อยากมีมิตรเทียม และพี่ไม่ใช่กล้วยๆ ที่จะโดนใคร ปอกลอก เคี้ยวกินได้ง่ายๆ แต่อย่างไรเสีย ฉันก็ต้องเตือนพี่ไว้สักหน่อยดีกว่า แต่ว่า จะเตือนพี่ได้อย่างไรล่ะวะเนี่ย..!!!!

พี่สาวก็น่าจะฟังชาญ เพราะขนาดโดนจิ้งจกทัก บางทีเรายังเชื่อ นับประสาอะไรกับโดนคนทัก

เพียงแต่ว่าใน  อภัยราชกุมารสูตร (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓) ได้อรรถาธิบายไว้ว่า

  • ตถาคต... ย่อมรู้วาจาที่ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และวาจานั้นไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น
  • ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น
  • อนึ่ง ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง วาจาที่แท้ และประกอบด้วยประโยชน์ แต่วาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ในข้อนั้น ตถาคตย่อมรู้กาลที่จะพยากรณ์วาจานั้น
  •  ตถาคตย่อมรู้วาจาที่ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น
  • ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น
  • อนึ่ง ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้ และประกอบด้วยประโยชน์ และวาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ในข้อนั้น ตถาคตย่อมรู้กาลที่จะพยากรณ์วาจานั้น 

    วาจาที่ ชาญ จะกล่าวเตือนพี่สาวเป็นวาจาที่จริง วาจาที่แท้ และประกอบด้วยประโยชน์ แต่วาจานี้อาจจะไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจกับพี่สาว  ชาญนั่งใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่....


    ติดตามอ่าน ตอนต่อไปที่ เรื่องสั้น : เจโตปริยญาณ#2