สังสรรค์ศิษย์เก่าแพทย์ม.อ. 2551
สืบเนื่องจากที่เล่าไปครั้งก่อนเรื่องการประชุมวิชาการประจำปีของคณะแพทย์ม.อ. ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 24 โดยมีภาควิชาศัลย์ฯเป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งปีนี้ก็น่าจะเป็นปีสุดท้าย ที่เราจะมีเจ้าภาพเป็นภาควิชาต่างๆ ทราบมาเป็นเลาๆว่า ปีหน้าจะให้คณะเป็นเจ้าภาพ แล้วภาควิชาต่างๆมาร่วมกันรับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้การประชุมวิชาการเป็นของคณะจริงๆ
เริ่มเปิดงานราว 8.30 น. ก็จะเป็นการกล่าวโดยประธานการจัด ซึ่งก็คืออาจารย์พุฒิศักดิ์ ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาศัลย์ฯ งานนี้นับว่าเป็นงานร้อน เพราะท่านเพิ่งมารับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาไปเพียงไม่กี่เดือนนี้นี่เอง งานนี้จึงต้องจัดว่าเป็นงานร้อนอย่างแท้จริง
สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีมากๆของการจัดงานในปีนี้ก็คือ การจัดตกแต่งสถานที่ประชุม ซึ่งคณะแพทย์ของผมยกหน้าที่นี้ให้กับศูนย์จัดการประชุม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถเรื่องนี้อยู่หลายคน ยกนิ้วโป้งให้เลยนะครับ อันนี้ขอยืนยัน แต่นั่นแหละ ขอตินิดเดียว เพื่อความสมบูรณ์นะครับ นั่นก็คือการจัดดอกไม้ในห้องประชุม อันนี้ผมรู้สึกว่ามันเกะกะ ลองนึกดูนะครับ บนแท่นยืนพูดหรือโต๊ะพูด บางครั้งช่อดอกไม้มันสูงจนบังหน้าวิทยากรไปเสียเฉย ยิ่งวิทยากรตัวเตี้ยๆนี่แทบไม่ต้องพูดถึง ถ้าท่านไม่เบี่ยงตัวออกมาหรือชะเง้อ รับรองว่าคนฟังคนพูดไม่มีทางเห็นกันชัดๆ ข้อแนะนำเชิงสร้างสรรค์ของคนดูอย่างผมก็คือ เอามันออกไปซะ
เนื้อหาสาระของการประชุมในปีนี้ ถ้าสังเกตดูดีๆจะพบว่า มันถูกสอดแทรกไปกับเรื่องของการบริหารจัดการเชิงคุณภาพ นั่นเป็นเพราะว่า เราเพิ่งได้รับรางวัลรับรอง TQC มาหมาดๆนั่นเอง หัวข้อหลักหรือ theme ของงานประชุมก็คือ “Towards excellence and safety” ครับ
มาถึงกลางคืนก็เป็นช่วงที่เรารอคอย
ปีนี้เราจัดงานสังสรรค์ศิษย์เก่ากันในวันพุธ เจ้าภาพรุ่น 10, 20 และ 30 เขาตั้งเค้าโครงของงานให้เข้ากับบรรยากาศการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
เราเริ่มงานในเวลา 18.00 น. ซึ่งเปิดห้องเล็กให้มีการเสวนาสังสรรค์กันก่อน เริ่มจากที่เราเดินเข้ามาก็จะพบมาสคอต 5 ตัวถูกตั้งต้อนรอบเราอยู่ที่ประตู งานนี้คุณจ้าและคุณแป้งชอบมาก ที่สำคัญก็คือ แป้งรู้จักชื่อทุกตัวเลยครับ ในห้องนี้จะจัดอาหารเป็นแบบค็อกเทล ฟังดนตรีซึ่งชมรมไวโอลินเขาขนมาเล่นให้เราฟังอย่างเต็มอัตรา คลอเคล้าไปด้วยการเล่นเปียโนของนักศึกษาแพทย์ มันช่างเพราะเสียจนมีคนบอกว่า “ไม่เห็นเหมือนโอลิมปิกเลย เพลงซึ้งๆทั้งนั้น” ฮา... แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะรอบๆห้องนี้จะมีจุดให้เล่นเกมอยู่ก็คือ วิดีโอเกมชกมวย ตีกอล์ฟ และปาเป้าลูกโป่ง

ใกล้ๆเวลาเปิดงาน ผมและน้องๆก็จัดแจงแอบเข้าไปในห้องใหญ่ เพื่อแต่งตัวและซักซ้อมกันเป็นครั้งสุดท้ายบนเวที ผมหิ้วไอ้ตัวเล็กทั้งสองตัวไปด้วยเพื่อไปดูพ่อมันบ้า
เมื่อถึงเวลาเปิดงาน จากห้องเล็กข้างๆ เขาก็เดินพาเหรดเข้ามา นำโดยอาจารย์สินีนาฏ ซึ่งท่านเกษียณราชการในปีนี้ จากนั้นผู้บริหารและศิษย์เก่าก็เดินตามเข้ามาตามรุ่น แต่ละรุ่นก็ถือธงสีเดินเข้ามานั่งตามโต๊ะต่างๆ รอเพียงอึดใจ เขาก็ประกาศผู้ถือคบเพลิง ซึ่งท่านที่อยู่ๆก็มายืนอยู่หน้าห้องก็คือ อาจารย์วีระพล รุ่น 1 ท่านเป็นนายกสมาคมฯคนแรก ท่านวิ่งถือคบเพลิงเทียมไปส่งให้ท่านอาจารย์กรีฑา นายกสมาคมฯคนที่ 2 และอาจารย์กรีฑาก็นำมามอบให้อ.สมชาย ทั้งไพศาล ซึ่งเป็นนายกฯคนปัจจุบัน จากนั้นคบเพลิงก็ถูกส่งไปยังอาจารย์สุเมธ คณบดี ท่านถือคบเพลิงขึ้นไปวิ่งบนเวที 1 รอบแล้วทำท่าจุด ถึงตอนนี้ก็ปรากฏภาพไฟติดดูสวยงามมาก
เป็นอย่างไรครับ ดูเว่อร์ดีไหม
จากนั้นก็คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่า “กำลังจะดับ” นั่นก็คือ ทีมน้องๆนักศึกษาแพทย์ที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์รุ่นปัจจุบัน ทั้งหล่อทั้งสวยหลายคนก็เดินขึ้นเวที อยากจะบอกว่า อันนี้ไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย แล้วดูซิ เดินก็พร้อมเพรียง ท่าทางก็ดูสง่างาม พุงก็ไม่ล้นออกมานอกเสื้อเหมือนพวกเรา ดับแน่ ดับแน่ งานนี้ แต่ตอนนี้พวกเราก็ได้แต่รำพึงในใจ เพราะไม่สามารถถอนตัวได้อีกแล้ว รุ่น 20 มันหักหลังเรา

นี่อย่างไรเล่า น้องๆหน้าใส อกท่าออกทางได้เริ่ดมาก
เมื่อศิษย์ปัจจุบันแสดงจบไป พวกเราก็ดุ่ยๆขึ้นไปบนเวที งานนี้เสียงโห่ เสียงกรี๊ดดังลั่นห้องงานเลี้ยง เสียงนี้สามารถตีความไปได้ต่างๆนานา เป็นต้นว่า “โอ้โฮ นั่นอาจารย์เรานี่นา”“ไอ้หยา... รุ่นเดอะ”“ดูนั่น แก่ๆทั้งน๊าน”“เฮ้ย พวกนั้นมันขึ้นไปยืนทำบ้าอะไร” โธ่ถัง.....

งานนี้คนแก่ๆนั่งเอ๋อครับ
แต่บรรดาคนอายุมากทั้งหลายก็ไม่ทำให้เสียชื่อ เพราะเราก็ทำได้พร้อมเพรียง ไม่ผิดคิว แต่ว่าอาจจะดูงะๆเงิ่นๆไปบ้าง ก็เป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องเติมแต่งครับ และที่เห็นได้ชัดไม่แพ้กัน นั่นก็คือ อาการหอบและหืดขึ้นคอ


งานช่วงต่อไปก็เป็นการแสดงมุทิตาจิตแก่อาจารย์อาวุโส 3 ท่านที่จะเกษียณในปีนี้ ก็คือท่านอาจารย์สินีนาฏ อาจารย์บัญชา และอาจารย์อุดม งานก็ดูเรียบง่ายและไม่เยิ่นเย้อ น่าเสียดายเล็กน้อยที่ท่านอาจารย์อุดมมาร่วมงานไม่ได้
ในช่วงหนึ่งที่เรียกเสียงฮาได้ลั่นห้องก็คือ การเต้นโชว์ของอาจารย์ธีระ หรือพี่ป๋องของเรา ไอ้กระผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเพลงอะไร เกาหลีหรือญี่ปุ่นก็ฟังไม่ออก เพราะว่าได้ยินแต่เสียงกรี๊ด กรี๊ด และก็กรี๊ดเท่านั้น อีกอย่าง ตอนนั้นผมก็ต้องหลบออกไปอยู่ด้านนอกห้อง เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดเทควันโด้ เตรียมพร้อมขึ้นเวทีเป็นพิธีกรชุดสุดท้ายพร้อมอาจารย์วิรัช งานนี้เจ้าของงานเขาให้ผมและท่านวิรัชขึ้นไปนำเล่นเกมครับ ไอ้ตอนที่น้องเขาโทรมาหาเพื่อขอให้เป็นพิธีกรนั้น เขาบอกว่า ในที่ประชุมผู้เป็นเจ้าภาพจัดงานเจาะจงมาว่า ต้องเป็นผมกับอาจารย์วิรัชเท่านั้น เขาคงเห็นผมเป็นตัวตลกกระมัง
ก็เป็นไปดังหวังครับ เพราะรู้สึกได้ว่า คนในห้องถูกผม 2 คนคุมเอาไว้จนอยู่หมัด อาจารย์กันยิกา อาจารย์อานุภาพ พี่หนุ่ม ธนะรัตน์ และอีกหลายๆท่านต่างก็จ้องจะตอบเพื่อชิงรางวัลกันทั้งนั้น สนุกสนานพอใช้ทีเดียว
การเป็นพิธีกรในวันนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลย เตรียมใจอย่างเดียว มีแต่สคริปให้ดูก่อนขึ้นเวที แล้วใช้ความสามารถส่วนตัว รับส่งกัน 2 คนอาจารย์วิรัชเท่านั้น จึงแอบฉีกตารางออกไปบ้าง เติมไปบ้างตามเงื่อนไขของคนร่วมงาน และสุดท้ายผมก็ได้เชิญรุ่นเจ้าภาพทั้ง 3 รุ่นขึ้นบนเวที แล้วร้องเพลง “แพทยศาสตร์คือความหวัง” ร่วมกันก็เป็นอันจบงานเลี้ยงอย่างเรียบง่าย
เป็นอย่างไรครับ นี่ดูเหมือนงานดำเนินไปอย่างง่ายดายใช่ไหม ผมเองก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ซ้อมเต้นลีด 2 ครั้ง แล้วก็ขึ้นเวทีเป็นพิธีกรช่วงสุดท้าย แต่เชื่อไหมว่า คนที่ทำงานเบื้องหลังอย่างน้องแอ๊ม ปราโมทย์ ต่อ เอก ซึ่งทั้ง 4 ท่านนี้เป็นกำลังหลักที่ทำงานอย่างหนักที่สุด อีกทั้งเหล่าอินเทอร์นรุ่น 30 ที่มาร่วมด้วยช่วยกัน เขาทั้งคิด ติดต่อประสานงาน (อันนี้แหละที่เหนื่อยแทบสิ้นแรง) และลงแรง ต้องขอปรบมือให้เขาด้วยความจริงใจเลยครับ
อ่านแล้วชื่นชมความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเหล่าศิษย์คณะแพทย์ ม.อ.นะคะ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะได้ยินได้ฟังเรื่องดีๆที่เกิดจากมันสมองของหมอม.อ.บ่อยๆ เพราะคนทำงานมีความสุขและมิตรไมตรีที่ดีต่อกันเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง
พี่โอ๋ครับ
น่าเสียดายนิดเดียว ที่ศิษย์เก่ารุ่นหลังๆมาร่วมงานน้อยไปนิด ที่เห็นส่วนมากเป็นรุ่นพี่ๆ รุ่นเลขตัวเดียวซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น 4 ครองแช้มป์การมาร่วมงานตลอด
เจ้าแป้ง กับ เจ้าจ้า ได้เหรียญโอลิมปิกด้วยอะ ไปแข่งอะไรกันมาอะ
แข่งอายกันน่ะปิ่น
55 ท่าพี่ห่ายจะเหนื่อยสุดนะ (ต้องแขม่วอย่างแรง)
ฝากบอกพี่ห่ายว่า
สลิมอัพเซนเตอร์ เท่านั้นค่ะ
ช่ายแล้วเล้ง
ห่ายนั่นแหละที่หอบแฮ่กๆมากกว่าใคร
ตอนนี้ห่ายเท่มาก เพราะซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ vroom vroom โคตรเท่เลย
อ่านแล้วคิดถึง เพื่อนรุ่น 13 ทุกคนครับ...hong
สวัสดีครับพี่ hong
ผมก็คิดถึงเพื่อนๆรุ่น 18 มากเช่นเดียวกันครับ