แม่คะ

 

หนูไม่ได้เขียนจดหมายถึงแม่ซะนานหลายวัน ช่วงนี้หนูเปลี่ยนงาน ยังไม่เข้าที่เข้าทางกลับบ้านมืดค่ำทุกวัน เหนื่อยและเพลียเลยต้องเข้านอนแต่หัววัน

ช่วงนี้หนูได้ประสานงานกับคนมากมายหลายวิชาชีพ แต่ละคนก็มีอัตตาเป็นของตนเอง คนคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ก็พองตัว  คนที่คิดว่าตัวเองเก่งกาจก็ทำตัวข่มคนอื่น หนูมองดูแล้วได้แต่ปลง เพราะคิดในใจว่า คนที่ใหญ่จริงเก่งจริงเค้าไม่โอ้อวดกัน

หนูยังจำพูดคำหนึ่งได้ นานมาแล้วละ เป็นนิทานหรืออย่างไรจำไม่ได้ถนัด เขาบอกว่า "หม้อพร่องย่อมส่งเสียง" หม้อที่กลวง ลองเคาะดูจะมีเสียง ส่วนหม้อที่เต็มๆเวลาเคาะก็มีเสียงเหมือนกันเป็นเสียงที่ทึบๆและหนักแน่น

คงจะเหมือนคนที่ต้องเติมอีกให้เต็มแต่ชอบคุยโวโอ้อวด ส่วนคนที่เพี้ยบพร้อมแล้วมักไม่เสดงตนว่าเป็นคนรู้คนดีคนเก่งมีความสามารถ

 

หนูก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร เพียงแต่ทำได้บ้าง คนยังมองไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องอวด คงต้องรอเวลาซักระยะแววคงฉายหากเป็นทองเนื้อแท้  นี่คงเป็นแค่เพียงกำลังใจสำหรับตนเองเท่านั้นและต้องฝึกฝนตัวเองให้มีแววทองนพคุณ ด้วยส่วนหนึ่งก็ได้รับคำสบประมาทมา แต่นั้น....ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยทำเพื่อให้ได้ชัยชนะ ใช่มั้ยแม่ ปล่อยให้เวลาช่วยเรา เวลาคงไม่ใจร้ายเกินไปสำหรับหนู

 

ฝันดีจ๊ะแม่

ลูก

6 ส.ค. 51 : 21.35 น.