วันที่เขียน Blog ชิ้นนี้ รายการเกมส์ทศกัณฑ์ ยกสยาม ที่เป็นการแข่งขันระหว่างทีมชุมพรกับทีมพะเยาได้เผยแพร่ออกอากาศเป็นตอนแรกจากกำหนดการที่ผมได้รับแจ้งมา คือ วันที่ 6 7 8 สิงหาคม 2551 เกมส์ยกสยามนี้มีรูปแบบที่น่าสนใจคือ เขาเชิญทั้ง 76 จังหวัด จัดตัวแทนในจังหวัดทีมละ 7 8 คน ร่วมกับดาราผู้มีชื่อเสียงอีกทีมละ 2 3 คนเพื่อเป็นสีสันของรายการ มาแข่งขันกันตอบคำถามความรู้ทั่วไป เน้นหนักประวัติศาสตร์ อักษรศาสตร์ วรรณคดี สาระน่ารู้ของท้องถิ่นต่าง ๆ จากทั่วประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 19 สาย สายละ 4 จังหวัด ทีมชุมพรของเราต้องอยู่ร่วมสายกับทีมกรุงเทพฯ ทีมลพบุรี และทีมพะเยา การแข่งขันนัดแรกต้องเจอกับทีมพะเยาเป็นด่านแรก ถ้าชนะก็จะต้องไปชิงที่ 1 ในสายรอพบกับผู้ชนะระหว่างทีมกรุงเทพฯกับทีมลพบุรี ตอนนี้เชื่อว่า...ผลการแข่งขันท่านที่สนใจติดตามชมคงจะทราบกันโดยทั่วไปแล้ว ผมจะไม่เขียนเล่าในรายละเอียดว่าไปร่วมทีมแข่งขันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เอาเป็นว่า ทีมชุมพรของเราได้ไปต่อในรอบ 3 ก็แล้วกัน

มีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่งซึ่งทุกทีมจะได้รับคำแนะนำจากโปรดิวเซอร์ผู้ควบคุมรายการ ให้แสดงออกถึงเอกลักษณ์ของจังหวัด ความสามัคคี รวมพลังใจ พลังกาย พลังความคิด เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเปล่งเสียงออกมาดัง ๆ ก่อนเริ่มเกมส์ในแต่ละช่วง เป็นการเรียกขวัญและกำลังใจพร้อมทั้งข่มคู่ต่อสู้ไปในตัว ประมาณว่าคล้าย ๆ สู้โว๊ย ของน้องอร นักยกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทยที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกในอดีต

คำว่า ชุมพร...ลูกเสด็จเตี่ย สู้ ! คือคำที่พวกเราเลือกใช้ โดยมีที่มาจากความเห็นร่วมกันท่ามกลางบรรยากาศของการแข่งขันที่เข้มข้น คำ ๆ นี้ก็ถูกเสนอขึ้นมาทีละคำ ยอมรับ ตัดออก จนเหลือข้อความสั้นๆ กระชับว่า ชุมพร...ลูกเสด็จเตี่ย สู้ ! เมื่อได้เปล่งเสียงดัง ๆ ออกไป 2 3 รอบ เราทั้งทีมก็รู้สึกได้ถึง พลังอำนาจ ของถ้อยคำนี้ เพราะนอกจากจะสร้างขวัญและกำลังใจให้เกิดกับทีมชุมพรอย่างชัดเจนแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นที่ชื่นชมของผู้คนรอบข้าง ทั้งผู้ดำเนินรายการ คือ คุณปัญญา นิรันดร์กุล ผู้ชมบนอัฒจรรย์ หรือแม้แต่ทีมคู่แข่ง บารมีของเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คนทั่วไปมากมายจริง ๆ ใคร ๆ ก็อยากเป็นลูกเสด็จเตี่ย และแสดงออกถึงไมตรีจิตต่อคนชุมพรที่ประกาศตัวเป็นลูกเสด็จเตี่ย ครั้งแล้วครั้งเล่า

หรือ นี่คือ แบรนด์ (Brand) ของคนชุมพร ?

ถ้าความหมายของแบรนด์ คือ การสร้างภาพลักษณ์ (Image) สร้างการรับรู้ (Perception) ให้เกิดขึ้นในใจของผู้คนที่ได้มองเห็น ได้ยิน ได้สัมผัส และจับต้อง แล้วเกิดความรู้สึกบางอย่างบอกกับตัวเขาเองว่า ฉันชอบแบรนด์นี้ ฉันไว้ใจในแบรนด์นี้ ฉันจำแบรนด์นี้ได้ และฉันเห็นคุณค่าของแบรนด์นี้ สิ่งที่พวกเราทีมชุมพรได้รับเมื่อเปล่งเสียง ชุมพร...ลูกเสด็จเตี่ย สู้ ! ก็คือ ความรู้สึกที่สะท้อนออกมาจากจิตใจของตัวเราเองและผู้คนรอบข้าง เป็นความรู้สึกที่ภาคภูมิใจ เชื่อมั่น รักและเคารพในเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

เมื่อค้นพบแล้วว่าแบรนด์ของคนชุมพรคืออะไร ขั้นตอนต่อไปก็คือ กระบวนการสร้างแบรนด์ (Branding) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทีละขั้น คือ ทำให้ผู้คนจำได้ เกิดความรู้สึกชื่นชม ผูกพัน ประทับใจ และตราตรึงอยู่ในจิตใจ เรื่องนี้ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างโดยเฉพาะกลุ่มแกนนำในเวทีต่างๆ ต้องเริ่มต้นทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ได้แก่

  • ในพิธีเปิดโครงการรณรงค์ต่าง ๆ อย่าจบแค่เปิดป้าย-ถ่ายรูป ให้บูมดัง ๆ ด้วยคำว่า ชุมพร...ลูกเสด็จเตี่ย สู้ !
  • ในการแข่งขันกีฬา ทีมชุมพรประสานมือกันก่อนเริ่มเกมส์ บูมดัง ๆ ด้วยคำว่า ชุมพร...ลูกเสด็จเตี่ย สู้ !
  • หรือจะใช้บนเวทีขับเคลื่อนทางการเมือง ลองคิดดูเถอะว่า ถ้ากลุ่มพันธมิตรฯ ประสานมือกัน บูมดัง ๆ ด้วยคำว่า ชุมพร...ลูกเสด็จเตี่ย สู้ !บรรยากาศจะถูกปลุกเร้าขึ้นมาได้มากขนาดไหน

ฯลฯ

ท่านที่สนใจติดตามผลการแข่งขันเกมส์ทศกัณฑ์ ยกสยาม เข้าไปที่กูเกิลค้นหาคำว่า ยกสยาม วิกิพีเดีย จะได้ข้อมูลชัดเจนกว่าที่อื่น

ส่วนท่านที่สนใจเรื่องการสร้างแบรนด์ ผมเพิ่งได้รับฟัง รศ.ดร.กุณฑลี รื่นรมย์ จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ท่านมาบรรยายเรื่องนี้ในการสัมมนาภาคีรัฐ-เอกชน ประจำปี 2551 เรื่อง การเสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจทิศทางการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด สไลด์ที่ท่านใช้และไม่หวงห้ามน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษา ผมจึงโยนขึ้นไปไว้ที่เว็บไซต์ของหอการค้าจังหวัดชุมพร เชิญไปสอยลงมาใช้ได้ที่

http://www.cpnchamber.org/images/stories/GOV/DrGultheeBranding.pdf