“ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ หอม ยาว ขาว นุ่ม” เป็นคำพูดติดปากคนสุรินทร์เมื่อกล่าวถึงคุณภาพของข้าวหอมมะลิที่เป็นอาหารหลักของคนสุรินทร์ส่วนใหญ่ หอม ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ มีความหอม ตั้งแต่ข้าวเริ่มเป็นต้นกล้า แทงช่อดอก และระยะข้าวสุกแก่ ข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวสาร จนถึงหุงสุกเป็นข้าวสวย ก็มีความหอมกรุ่น ยาว เป็นการอธิบายถึงลักษณะข้าวเปลือกและข้าวกล้องจะมีลักษณะเมล็ดเรียวยาว ขาว คือลักษณะสีของข้าวกล้องและข้าวสารสีขาวใส เป็นเลื่อมมัน ใสสวย เมื่อหุงสุกเป็นข้าวสวยจะมีสีขาว นุ่ม เมื่อหุงสุกมีลักษณะอ่อนนุ่ม ชุ่มลิ้น กินอร่อย
แต่หลังจากวัฒนธรรมการผลิตข้าวรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยเข้ามาแทนที่วิถีชีวิตแบบเดิมๆ ชาวนามีเป้าหมายการทำนาเพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้มากๆ ให้ทันจำหน่ายในเวลาข้าวมีราคาแพงลิบ หวังว่าจะได้เงินรายได้มาจุนเจือครอบครัวมากๆ ....
ชาวนาจึงต่างเร่งเพิ่มพื้นที่การผลิต ควายไถนาไม่ทันใจก็เปลี่ยนเป็นรถไถนาเดินตาม ใช้ปุ๋ยเคมีมากขึ้น ใช้สารเคมีกำจัดแมลง โดยหวังว่าวิธีการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นกว่าเดิม
แต่ไม่รู้เป็นไง....ชาวนายิ่งทำก็ยิ่งจน ผลผลิตตกต่ำลงทุกที หนี้พอกพูนเพิ่มขึ้นพร้อมๆ กับรายจ่ายเรื่องต้นทุนการผลิตก็เพิ่มขึ้นตามอย่างน่าใจหาย!!
ขวัญกำลังใจของชาวนา ในปีนี้หดหายไปตามๆ กัน
เราจึงร่วมกันจัดกิจกรรมฟื้นฟูวัฒนธรรมข้าวขึ้น โดยหวังลึกๆ ว่าวิธีนี้จะช่วยเป็นกำลังใจให้ชาวนาได้มีความหวัง...หวังว่าจะได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้พอลืมตาอ้าปากได้บ้าง…
-
วัฒนธรรมข้าว-วัฒนธรรมอันดีงามที่กำลังจะถูกลืม
-
วัฒนธรรมข้าว-ที่ชาวนาเชื่อว่า “แม่โพสพ” เป็นเทวดาประจำข้าว ที่ต้องกราบไหว้บูชาเพื่อขอให้คุ้มครองข้าวให้เจริญงอกงาม
-
วัฒนธรรมข้าว-ที่ชาวนาเชื่อกันว่าต้องประกอบพิธีกรรมเกือบทุกขั้นตอนของการผลิตข้าว ตั้งแต่เริ่มปลูก ปักดำ เก็บเกี่ยว เก็บข้าวขึ้นยุ้ง*
-
วัฒนธรรมข้าว-ที่ทำให้มีประเพณีการละเล่นเกี่ยวเนื่องจากข้าวมากมายตลอดทั้งปี*
เมื่อได้ตรวจสอบฤกษ์งามยามดีแล้วเรากำหนดวันจัดงานฟื้นฟูวัฒนธรรมข้าวตำบลเมืองที (เซ่นพระภูมิ) ในวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2551...โดยเชิญนายอำเภอเมืองสุรินทร์ (นายสุพล ลีมางกูล) เป็นประธาน (การจัดงานฟื้นฟูวัฒนธรรมข้าวครั้งนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่เราจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองที)
เรามีเวลาเตรียมงานไม่มากนักเนื่องจากต้นกล้าข้าวจะโตจนจะล่วงเลยเวลาการปักดำแล้ว
...

...
ส่วนหนึ่งในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นส่วนประกอบในการเซ่นพระภูมิ คือ การเตรียมเครื่องเซ่น เช่น ไก่ เหล้ายาปลาปิ้ง ขนม ข้าวตอกดอกไม้และบายศรี เพื่อบวงสรวง บูชา (และขอขมา) “แม่โพสพ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบรรพบุรุษให้คุ้มครองป้องกันภยันตราย ให้มีความสวัสดิมงคล มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี
...

ผลการทำนายจากการเสี่ยงทาย “คางไก่”...พ่อบัว บุญธรรม ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทำนายโชคชะตาราศี (แม่นๆ) ให้คำทำนายตามลักษณะคางไก่ว่า “ปีนี้ให้ระวังเรื่องน้ำเน้อ...อาจจะน้อยไปนิด...และช่วงปลายปีระวังเรื่องลมแรงทำข้าวเสียหาย”
.....
การฟื้นฟูวัฒนธรรมข้าว...ไม่ได้ช่วยให้ชาวนามีรายได้ทำให้ “รวย” ขึ้นมาทันตาเห็นในวันรุ่งขึ้น แต่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้ช่วยให้ชาวนามีกำลังใจและมีสติยั้งคิด ทำให้มีปัญญาต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ที่นับวันจะมีความสลับซับซ้อนจนไม่ง่ายที่จะทำความเข้าใจ
ถึงแม้ว่าเราต้องเตรียมงานกันตามลำพัง และมีปัญหาที่สร้างความสับสน หงุดหงิดใจเล็กน้อยในเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณหลังการจัดงาน แต่กิจกรรมนี้ก็สำเร็จลงด้วยดีเกินความคาดหมาย...
เราได้ทำให้ความร่วมมือร่วมใจ ความสมัครสมานสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชาวนากลับคืนมา และที่สำคัญ คือ เราได้ทำให้วัฒนธรรมข้าว ที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิม เป็นรากเหง้าและเป็นวิถีชีวิตของชาวนาหวนกลับคืนสู่ท้องนา
...สมาชิกกลุ่มท่านหนึ่งถามขึ้นในขณะที่เรารื้อจัดเก็บโต๊ะ เก้าอี้ส่งคืนให้กับหมู่บ้าน...
“หัวหน้า...วันเกี่ยวข้าวเราจะจัดงานอีกไหม”
:)
ข้อคิดที่ได้จากกิจกรรมนี้ (ในยุคการปะทะสังสรรค์ทางความคิดเห็นในสังคมรุนแรง)
“แบ่งพวกเสียความรัก แบ่งพรรคเสียความสามัคคี”
…
* ดูเพิ่มเติมที่
อรอนงค์ นัยวิกุล “ข้าว: วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2550.
กำลังอยากได้ข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่พอดีคะ
ต้อมก็สงสัยยะคะ ว่าทำไมเราซื้อข้าวในราคาแพง แต่ชาวนาก็บอกว่าจน เลยใจหายไปด้วยค่ะ
ใครต่อใครบอกว่าพิธีกรรมเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่ต้อมก็เชื่อนะคะ และขอเป็นกำลังใจให้ชาวนาไทยด้วย
ป.ล.โทรไปหาท่าน ผบ.หัวหน้าแล้วด้วย ^^
มาปรับตัวเอง.. >> สงสัยยะคะ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับเนาวรัตน์ ปาวิชัย
ด้วยความยินดีครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับน้องต้อม เนปาลี
ปีที่แล้วเราจัดงาน "เซ่นพระภูมิ" แล้วผลผลิตข้าวงอกงาม (ตามคำทำนาย) ชาวนาก็มีกำลังใจจัดงานในปีนีอีก
แต่ที่เงินไม่มีเหลือ ทั้งที่ราคาข้าวเปลือกแพง...เป็นเพราะว่าชาวนาไม่มีข้าวเหลือขายตอนที่ข้าวขึ้นราคา...หมดไปจากลานตากตั้งแต่เกี่ยวข้าวเสร็จใหม่ๆ โน่น
เฮ้อ...ตกใจหมดเลยคิดว่าโดนปรับซะแล้ว (ใกล้จะพอจ่ายค่ารถไปทัวร์ทะเลกันหรือยังล่ะ)
วัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าของเรา(ของไทย) ถ้าไม่สืบทอดดำรงไว้ก็คงจะหายไป..นะคะ
อืม เดือนตุลาคมไปงานหนังสือค่ะ น้องกะเหรี่ยงจะกลิ้งลงจากดอยไปเมืองแสงสี แต่ไม่รู้จะมีใครจูงมือไปทะเลไหม? เพราะจะไปทีไร..ก็รับประทาน "แห้ว" ตลอด
สวัสดีครับพี่ยาว เกษตรยะลา
ปัจจุบันวัฒนธรรมเกี่ยวกับข้าว ชาวนาให้ความสำคัญน้อยลง อาจจะเนื่องจากวิถีการผลิตข้าวเปลี่ยนไปจากเดิม มุ่งผลิตเพื่อขาย จึงเร่งทำ เร่งเก็บ เร่งขนไปส่งโรงสี ความผูกพันกับข้าวและท้องนามีน้อยลง แต่มีชาวนาส่วนหนึ่งที่เห็นความสำคัญและพยายามฟื้นฟูให้กลับคืนมา
ยะลามีชาวนาปลูกข้าวกันมากไหมครับ
ผมเคยนำเมล็ดพันธุ์ข้าว "หอมมะลิ" ไปให้พี่ชายที่อยู่พัทลุงปลูก ปรากฎว่าไม่ได้ผลอย่างที่คิด เขาคงชอบพื้นที่แถบอิสานใต้มากกว่าครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับน้องต้อม เนปาลี
ผบ.(ของต้อม) ก็คล้ายๆ กันครับ...วางแผนท่องเที่ยวไว้นานๆ ทานแห้วตลอดทุกที...ก็เลยบอกว่าเอาไว้ใกล้ๆ ก่อนค่อยตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วออกเดินทาง...อิๆ
รูปนี้เอามาฝากน้องต้อมโดยเฉพาะ
น้องต้อมลงดำนาจะไม่ทุกลักทุเลแบบนี้...เพราะว่าเรากลิ้งได้...อิอิอิ
ค่ะ ทุกครั้งที่วางแผนมักแห้ว หากแต่ระหว่างนั้นก็ฝันหวาน มีความสุขดีค่ะ ^^ และขอบคุณสำหรับภาพที่นำมาฝากกัน รับรองได้ไม่ต้องมีใครมาช่วยฉุดต้อมแบบที่เห็นในรูปนี้เลย เพราะ..ต้อมจะเลื้อยไปให้ได้อย่างพี่กั๊ต อิอิ ^^
ป.ล. แต่งานหนังสือปีนี้ ต้อมจะไม่พลาด เพราะมีนัดกับพี่คนสวย เธอจะพาตะลุยเลี้ยงเค้กๆๆ ในเมืองกรุง
คนไทยเราตั้งแต่โบราณกาลต่างมีความเชื่อในพิธีกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้พวกเขามีกำลังใจในการดำเนินชีวิต แม้พิธีกรรมต่างๆ เหล่านั้นจะไม่ได้ช่วยให้เขาได้รับในสิ่งที่เขาปราถนาในเดี๋ยวนั้น ในวันนั้น หรือในวันต่อๆ ไป แต่ในหัวใจของเขาก็ยังมีความหวัง มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตไป
.....หนูเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจของเขาให้ยืนหยัดอยู่ได้อย่างมีความสุขค่ะ
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ หนูมองเห็นเป็นสิ่งสวยงาม มีคุณค่าทางจิตใจค่ะ.....
ท่านหัวหน้าจะส่งการบ้านรึยังคะ..หนูจะมาขอลอกน่ะค่ะ..อิอิ
"หอม ยาว ขาว นุ่ม" ไม่อยากจินตนาการเลยครับ นี่คือคุณสมบัติที่ดีสุดยอดข้าวไทย รวมถึง สาวไทยด้วยครับ
มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งของชาวลัวะ ที่แม่ฮ่องสอน ในช่วงที่ผมเป็นทีมหนุนเสริมของ node สกว.แม่ฮ่องสอน มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการรวบรวมพันธุ์ข้าวของชนเผ่า...เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่ามาก
ชาวไทยภูเขาแต่ละเผ่าก็มี วัฒนธรรม ข้าวเหมือนกันครับ
รวบรวมนำมาเก็บเป็นคลังเรือนรู้เชิงประเด็น คงจะดีไม่น้อยนะครับผม
น้องต้อม เนปาลี
แสดงว่างานหนังสือปีนี้จะไม่พลาดมหกรรมกินเค้กเมืองกรุง
อิๆ
สวัสดีครับอาจารย์อ็อดnaree suwan
สวัสดีครับน้องหมี ทะเลดาว
ดูชาวบ้านเขามีความสุขมากๆ กับกิจกรรมนี้ทั้งช่วงเตรียมงานและระหว่างจัดงาน มีการแบ่งงานกันทำอย่างไม่มีการเกี่ยงงอน (แม้แต่การส่งหนังสือเชิญผู้นำในชุมชนก็มีสมาชิกอาสานำไปส่งให้)
ผลไม้ในโตกล้อมด้วยผ้าขาวม้าชุดนี้...ฝีมือครูกั๊ตครับ ไปช่วยจัดให้ช่วงดึกก่อนวันงาน
ยกมาให้ชิมครับ.....
ขอสั่งว่า "ห้ามลอกการบ้านกัน" ^^
สวัสดีครับคุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ตั้งแต่ชาวนาแถวบ้านผมนิยมใช้วิธีการหว่านข้าวแทนการดำนา เนื่องจากประหยัดเวลา แรงงาน (และประหยัดทุน) วัฒนธรรมข้าวก็ทำท่าจะหายไป
เท่าที่ทราบตอนนี้มีหลงเหลือวัฒนธรรมการบูชาเซ่นไหว้เพียง 2 ครั้ง คือ แรกดำนา กับ ช่วงเก็บเกี่ยว...ซึ่งยังคงทำกันอยู่ไม่มาก
การฟื้นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรมข้าวครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นและหวังว่าจะอยู่คู่ชาวนาต่อไปครับ
..
ขอบคุณครับ
น้องต้อม เนปาลี
คุณครูใจร้าย..
(เกษตรดำนายังต้องขอลอกวิธีการฯ จากป้าข้างๆ เล้ย)