ต้องขออภัยหลายๆท่านที่หนีไปโต้คลื่นแถวหาด Waikiki มาหนึ่งสัปดาห์..คิดถึงทุกๆคนค่ะ...พอได้พักผ่อนก็ทำให้เพิ่มพลังกลับมาเขียน tag ตามสัญญา..โปรดดูภาพความสดใส สวยงามจากเมืองHonolulu...เลยได้ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยว...เป็นเจ้าถิ่นที่ไม่เหมือนเจ้าถิ่นตัวจริง..5555
เหตุการณ์ที่จะเล่าก็เกี่ยวเนื่องก่อนจะได้มาอยู่...มากิน..มาเที่ยวอย่างอิสระได้อย่างนี้.. ก็ต้องไปเผชิญกับสิ่งที่เราไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน...อกสั่นขวัญหาย...เป็นเหตุการณ์ระทึกใจ..เรื่องของเรื่อง..เกิดขึ้นที่ Honolulu International Airport...เมื่อหลายปีก่อน..ขาเข้าประเทศอเมริกา...เช้าตรู่ประมาณเจ็ดโมงเช้า...อดหลับอดนอนมาบนเครื่องฯ ต้องมาเจอด่านตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกา...โดยเฉพาะฮาวายนี่จะวุ่นวายสุดๆ เพราะต้องมีใบแจกแจงเอาของสด..ของแห้ง..พืชผัก..ผลไม้..เนื้อสัตว์มาด้วยหรือเปล่า..เมืองไทยนี่ขึ้นชื่อเรื่องชอบนำของที่ไม่อนุญาตมาด้วยเป็นประจำ..ทำให้พอเห็นพาสปอร์ตไทยก็กาหมายหัวสีแดงไว้เลย
แต่ก่อนจะถึงด่านตรวจกระเป๋าก็ต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่ประทับตราขาเข้า..พิจารณาว่าสมควรประทับตราให้เข้าหรือไม่..หรือจะอยู่ได้นานแค่ไหน..ฉันเข้ามาที่ฮาวายในตอนนั้นใกล้ๆจะคริสต์มาสเมื่อหลายปีก่อน..ตอนนั้นแต่งงานแล้วกับคนที่นี่..แต่ซ่าส์กลับบ้าน..เพื่อไปงานแต่งงานน้องสาว..แล้วฉันก็กลับมาฮาวายด้วยวีซ่าท่องเที่ยวอายุ 10 ปีที่มีอยู่..คิดเองว่าน่าจะใช้ได้..แต่พอเจ้าหน้าที่รู้ว่าเราแต่งงานกับคนที่นี่แล้วใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาเท่านั้นแหล่ะ ...เป็นเรื่อง...
เจ้าหน้าที่ตม.ฮาวายบอกฉันว่า "คุณสร้างปัญหาใหญ่โต ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนแล้ว"...ฉันก็งง..อะไรกันเนี่ย..เค๊าก็ให้ฉันเข้าไปนั่งรอในห้องพิเศษเพื่อสืบสวนสอบสวน..ชักได้กลิ่นไม่ค่อยดีซะแล้ว..ยังไง..อะไรกันเนี่ย..นั่งรอไป..รอมา..หนึ่งชั่วโมงผ่านไป..สองชั่วโมงผ่านไป..โอ๋ย..อะไรกันนักกันหนา..แล้วหนุ่มที่บ้านมารออยู่ข้างนอกจะทำไงเนี่ย..สมองก็คิดสับสน..
เกิดปวดจะเข้าห้องน้ำ..เธอผู้เป็นเจ้าหน้าที่หน้าตาจีนๆ ก็ต้องพาไปเข้าห้องน้ำ แถมยืนเฝ้ารอฉันหน้าห้องน้ำซะด้วย สงสัยกลัวเราหนีมั๊ง...ทำไมต้องเว่อร์กันซะขนาดนี้..คิดเองในใจ
ซักพักใหญ่ก็จะขอสัมภาษณ์..ถามว่าต้องการล่ามแปลไทยหรือไม่..ฉันก็บอกว่าไม่ต้อง..ฉันแปลของฉันเองได้..ในใจก็ตื่นเต้นๆ..เอาไงเอากัน..เราต้องเป็นผู้กำหนดชะตาตัวเอง..รอไปมาจนเที่ยง...กลัวเราหิว..เจ้าหน้าที่ชายหนุ่มสั่ง plate lunch พร้อมชาร้อนมาให้กิน...กินก็ไม่ค่อยลง..ง่วงนอนจะแย่ Jetlag..จะกินยังไงไหวมาเกิดเรื่องวุ่นวายอีกไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย..เค๊าก็ถามโน่นนี่ จำไม่ได้เท่าไหร่..เค๊าบอกว่ารู้ไม๊ว่าเข้าเมืองด้วยวีซ่าผิดประเภท..ผิดร้ายแรง ต้องถูกส่งกลับเมืองไทยวันรุ่งขึ้นทันที..แถมไปเรียกเจ้าหน้าที่สายการบินมาเตรียมจองตั๋วขากลับอีกต่างหาก...อะไรกันเนี่ย...ใครจะช่วยเราได้เนี่ย..ถ้าเราไม่ช่วยตัวเราเอง..คิดใหญ่เลย..ทำไงดีๆ..
กว่าจะถึงบางอ้อ..ก็เอาการอยู่..ทำให้เพิ่งรู้ว่า..เมื่อแต่งงานกับคนที่นี่แล้ว จะต้องยื่นหนังสือทำเรื่องอยู่ต่อ..แล้วทำหนังสือขออนุญาติออกนอกประเทศ.. แต่เราไม่รู้..หนูไม่รู้จริงๆ ฉันก็บอกเค๊าว่าขออยู่แค่ช่วงคริสต์มาสกับครอบครัวแล้วค่อยกลับไทยจะได้ไม๊?...คิดในใจเสียตังค์ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับแล้วจะให้บินกลับวันรุ่งขึ้น..อย่างนี้ก็แย่น่ะสิ..(ยังมีการมาต่อรองอีกแน่ะ)..เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองผู้หญิงสองคน..คนหนึ่งเห็นใจว่าไม่รู้..ก็จะให้อยู่ต่อ 3 เดือน.. แต่อีกคนใจร้าย..จะให้กลับเลย..เค๊าก็พูดนั่นนี่และให้โอกาสเราข้อสุดท้ายก่อนจบแล้วส่งตัวกลับว่ามีอะไรจะถามไม๊? เราก็พูดว่า "การที่เราจะกลับมาใช้เวลาช่วงวันหยุดคริสต์มาสกับครอบครัว...มันผิดตรงไหนหรือ?..ฉันก็ยอมรับแล้วว่าทำไม่ถูกต้องเรื่องขั้นตอน เพราะไม่รู้จริงๆ..หากรู้ว่าเป็นวิธีที่ผิด..จะไม่ยอมทำหรอก..ฉันก็ยินดีจะกลับไทยอยู่แล้ว มีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะ...ทำไมจะให้ฉันอยู่จนผ่านพ้นเทศกาลคริสต์มาสไปก่อนเพื่อใช้เวลากับครอบครัวบ้างไม่ได้เชียวเหรอ..ฉันขอเพียงแค่นี้..จะได้ไม๊?"
เจ้าหน้าที่สาวสองคน..คิดไปมา..ปิดห้องถกเถียงกันเอง...คนหนึ่งให้..อีกคนไม่ให้...ตัดสินใจกันไม่ได้..เลยโทรถามหัวหน้า..ทางโทรศัพท์..แบบเปิดสปีคเกอร์..เราก็ได้ยินเสียงผู้ชายบอก"โอเค"ทันที..คนที่นี่เค๊าให้ความสำึคัญกับครอบครัวมากๆ ยิ่งเทศกาลสำคัญ..เราก็เลยโชคดี..เจ้าหน้าที่ผู้ชายก็พูดกับฉันว่า ..คุณโชคดีมากนะที่ได้อยู่ต่อ..ที่ี่ผ่านมา..มีแต่ถูกส่งกลับไทยวันรุ่งขึ้นหมด...(คิดในใจ เป็นเพราะยอมเค๊าหรือเปล่า?)...เค๊าก็โทรเรียกชายหนุ่มที่บ้านซึ่งรออยู่ให้มารับเรา...ปาไปบ่ายสามโมงแล้ว..แต่เค๊าก็ยึดพาสปอร์ตเราไว้..เฮ่อ..กลัวฉันหนีจริงๆนะเนี่ย...
เรื่องก็ไม่ได้จบเพียงเท่านี้..ออกมานั่งรอชายหนุ่มมารับ..อย่างหมดเรี่ยวแรง อย่างกับไปต่อสู้อะไรมามากมาย...นั่งรอตรงเก้าอี้ด้านนอกสนามบินจุดรับ-ส่งผู้โดยสารขาเข้า...เหนื่อยสุดๆ...อยากอาบน้ำจัง..ไม่ได้อาบน้ำมาเกินกว่า 24 ชั่วโมงแล้วมั๊ง...พอเค๊ามารับ..ดีใจสุดๆ...เราก็ช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ..กลับมาบ้านนั่งเล่าเหตุการณ์ระทึกใจให้ฟังว่าเหมือนเป็นผู้ร้ายเลย...เค๊าก็ทำอาหารให้กิน..ผ่านไปเกือบชั่วโมง เพิ่งนึกได้จะเอากระเป๋าสะพายโชว์เอกสารให้ดู...หายไปไหนหว่า??? กระเป๋าสะพายหนังสาน พร้อมกระเป๋าสตางค์ ลืมทิ้งไว้ตรงม้านั่งที่สนามบิน..อะไรจะโชคร้ายขนาดนี้..เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ..รีบขับรถกลับไป..มันหายไปแล้วววว.....ทำไงดีๆๆๆ....อีกล่ะ
ทำไงดี...ไปเดินตามหาพนักงานรักษาความปลอดภัยแถวๆนั้น..เค๊าหายไปไหนกันหมดเนี่ย..ในที่สุดก็เจอคนหนึ่ง..ก็เลยเล่าให้ฟังว่ากระเป๋าฉันวางตรงนี้ คุณรู้เรื่องหรือเปล่า...มีใครมาแจ้งไม๊..???
ฟ้าหลังฝน ย่อมสดใสเสมอ..เค๊าบอกว่าเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเก็บได้ พร้อมให้เราตามไปแสดงตัวรับกระเป๋าคืน...โอ้โห..อะไรจะโชคดีขนาดนั้น..ที่นี่ยังมีคนดีๆอยู่...พอเข้าไปหาเค๊าในห้อง.. เค๊ากำลังง่วนกับการนับธนบัตรไทย..จากกระเป๋าฉัน...เพื่อทำหนังสือแจกแจงรายละเอียดของหาย..ฉันก็ดีใจสุดขีด..ขอบคุณเค๊ามากมาย.. แถมเสนอยกธนบัตรไทยให้เป็นที่ระลึก..เค๊าก็ไม่เอา ต่อมาภายหลังก็เขียนคาร์ดไปขอบคุึณส่งไปให้คนดีคนนั้น....
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหลายสัปดาห์พร้อมๆกับคริสมาสจบลง...เราก็ได้เวลากลับบ้านเราตามสัญญา..ฉันก็ต้องมาหาสาวเจ้าหน้าที่หน้าจีนๆคนเดิม เธอก็นำทางฉันไป...ทำตั๋วให้...ไปนั่งรอกับฉัน เหมือนเป็นเพื่อนกัน...จนได้เวลาขึ้นเครื่อง..ก็นำทางฉันขึ้นเครื่องคนแรก..ผู้ร้ายกำลังจะเดินทางข้ามแดนแล้ว..เธอมาส่งถึงหน้าประตูเครื่องบินเลย เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวนะเนี่ย..(ไม่รู้จะภูมิใจดีไม๊เนี่ย??) สาวเจ้าก็ส่งพาสปอร์ตให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องสายการบินญี่ปุ่นดูแลพาสปอร์ทแทนเรา..ถึงนาริตะก็ส่งต่อกัน..พนักงานหนุ่มสายการบินญี่ปุ่น ช่วงรอต่อเครื่องที่นาริตะ..เดินยิ้มๆเข้ามาถามฉันว่า เรื่องเป็นไงเหรอ? พอเล่าให้ฟัง..ก็ยิ้มกับฉันแบบขำๆ..พอมาถึงเมืองไทย.. เป็นคนแรกที่ได้ออกจากเครื่อง..แถมได้ไปนั่งในห้องทำงานของเจ้าหน้าตม.ของไทย..เค๊าก็ถามอีก..พอเราเล่าให้ฟังก็บอกว่า ..นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก..ก็ประทับตราพาสปอร์ทส่งคืนให้ เราก็ไม่ต้องไปรอเข้าแถว..ในความโชคร้ายก็มีโชคดี...เป็นประสบการณ์ความน่าตื่นเต้นเร้าใจที่ยากจะลืมเลือน..
บทเรียนที่มีค่าครั้งนี้สอนอะไรมากมายตั้งแต่...
- จำเป็นที่ต้องตรวจสอบ ศึกษาข้อมูลขั้นตอนให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ..ในเรื่องเอกสารสำคัญต่างๆที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการเดินทางกฏระเบียบของแต่ละประเทศ ไม่ใช่คิดเอาเอง..
- เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน ต้องมีสติ ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อตัวเองอย่างมีเหตุผลและไม่ยอมแพ้หรือย่อท้อ หรือท้อถอยต่ออุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้น
- สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนที่ดี ทำให้รู้ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
- ในความโชคร้าย ก็สามารถมีความโชคดีเกิดขึ้นไ้ด้ แต่ก็จะไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ ต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอด
อย่างแรกเลยครับที่ผมเข้ามาอ่านบันทึก คือ มาด้วยความ"คิดถึง"ครับ
ภาพสวยมาก (ถึงมากที่สุดครับ)
ผมเป็นคนชอบท้องฟ้าในแต่ช่วงเวลา ให้ความรู้สึก อารมณ์ ที่ต่างกัน
ฟ้าที่ "ท่าน้ำนนท์"
ฟ้าที่ แม่กลอง สมุทรสงคราม
ฟ้าที่ กทม.
ฟ้าที่ "โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์" เชียงใหม่
และ ฟ้าที่ "ภูชี้ฟ้า" เชียงรายครับ
สวัสดีค่ะคุณอุ๊
อ่านการผจญภัยแล้ว...อดจะตื่นเต้น ตกใจแทนไม่ได้....
รับขวัญ..กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวนะคะ....^_^....
กึ้ดเติงคุณเอกขนาด..เหมือนกันนะเจ๊า.. (เขียนถูกเปล่า?)..555 พยายามสุดฤทธิ์จะใช้ภาษาเหนือ..
ขอบคุณมากค่ะที่นำภาพท้องฟ้าแสนจะสดใส สวยงาม ฝีมือระดับนี้ก็มีแต่คุณเอกน่ะแหล่ะ ชอบทุกๆภาพเลยค่ะ มุมกล้องก็สุดๆค่ะ นับถือผีมือเช่นกันค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ แว๊บมาแบบกามนิตเลยนะคะ...
ขอบคุณค่ะแวะมาทักทายและอ่านเรื่องที่ไม่น่าจะเกิด...ตอนนั้นโดนบ่นจากทุกคนค่ะว่าหาเรื่องจริงๆนะเนี่ย..แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี...
..คิดถึงคนไม่มีรากเสมอๆเหมือนกันเลยค่ะ ดูแลรักษาสุขภาพนะคะ ;)
โอ๊ะ โอ๋ พี่อุ๊จ๋า
* อ่านไปลุ้นไป แต่ในที่สุดหญิงเหล็กก็ผ่านมาได้นะคะ
* .... ปูเชื่ออย่างหนึ่งว่า ในความโชคร้าย ยังมีเรื่องดีๆ
* และ คนดีๆ ย่อมคู่ควร กับสิ่งดีๆ และแคล้วคลาดภัยค่ะ
* ...
* ฟ้างามมาก ๆ ค่ะ พี่อุ๊จ๋า ... ชอบสุดๆ ... ว่าทำไม
* สมาชิกรักฟ้าเมฆ หายไปคนนึง ไปเที่ยวนี่เอง ...
* คิดถึงนะคะ ... ขอบคุณภาพงามๆ ของพี่อุ๊ และ คุณเอก ด้วยค่ะ
.... ภาพที่รร. ศรีสะเกษ ค่ะ
ขอบคุณค่ะที่ให้กำลังใจกันสุดฤทธิ์นะคะ..แคล้วคลาดค่ะ
พี่กลับมาแล้วตามสัญญาค่ะ...รูปน้องฟ้าและนายเมฆของน้องปูก็สวยงามไม่เหมือนใครเช่นกันค่ะ คิดถึงน้องปูเสมอๆนะคะ..น้องปูเดินทางชีพจรลงเท้า ไปหลายจังหวัดเลยนะคะ พักผ่้อน ดูแลสุขภาพด้วยนะ อย่ามัวแต่มองท้องฟ้าจนเพลินไปนะคะ..
คุณอุ๊คะ
เป็นประสบการณ์การผจญภัยที่ตื่นเต้นเร้าใจค่ะ ในที่สุดก็ได้อยู่ฉลองความสุขวันคริสต์มาสและปีใหม่กับครอบครัวนะคะ
ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยม แล้วชอบ hawaiian gecko หลังบ้านพี่เอง นกเหลือง 2 ตัวจิ๋ว ได้มาจากสนามกอล์ฟค่ะ เป็นครั้งแรกที่ถ่ายนกเหลืองน้อยสำเร็จ เป็นปลื้มเลยเอามาลงไว้ค่ะ
เรื่องของพี่ก็เป็นบทเรียนให้ตัวเองเรื่องตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน จริงๆอเมริกามีระบบข้อมูลที่ดี เช็คทาง Internet ได้แทบทุกเรื่อง เราเองไม่รอบคอบเอง ประมาณคิดเองเออเอง...5555 แย่จัง ห้ามเลียนแบบ..
เรื่องผจญภัย ตื่นเต้น เกือบไปแล้วมั๊ยล่ะ...ตอนหลังมาเจ้าจีนเจ้าหน้าที่มาส่งและนั่งรอด้วยกัน ยังมีชวนเค๊าคุยอีก..ดีที่เค๊าก็ไม่ถึงขนาดเหมือนหุ่นยนต์ทำตามหน้าที่อย่างเดียว...ยังใจกล้าอีกนะคะ
ขอบคุณค่ะที่แวะมาอ่าน คริสต์มาสช่วยชีวิตค่ะ งานนี้..
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะคุณอุ๊ ตื่นเต้นจริงๆนะคะ พี่เข้าใจความรู้สึกเช่นนั้นดีเลยค่ะเวลามีปัญหาที่ตม.ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดินแดนที่เราคือคนผิวสี ผมดำ แต่การตั้งสติ ไม่ตกใจ ไม่โวยวาย ช่วยได้เสมอในเหตุการณ์คับขัน
เรื่องของคุณอุ๊ได้ให้ข้อเตือนใจที่เป็นประโยชน์มากค่ะ แต่ละประเทศเขามีข้อบังคับไม่เหมือนกันต้องศึกษาให้ดี
ภาพเมฆสวยมากเลยค่ะ ดร.บัญชาทำให้พวกเราซึ่งปกติรักความงามของธรรมชาติอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องเพิ่มความใส่ใจเก็บภาพเมฆสวยๆมาฝากบรรดาสมาชิกผู้รักมวลเมฆ อิ อิ แล้วเขามาตั้งให้พี่เป็นประธาน(กำมะลอ)ของชมรมซะอีกแน่ะ
สบายดีค่ะ ชาร์ตไฟมาเต็มพลังเลยค่ะ..ขอบคุณคุณครูโย่งค่ะที่แวะมาทักทาย ถามไถ่พร้อมกับความคิดถึง คุณครูโย่งดูท่าจะงานยุ่งๆ เหมือนกันนะคะ คงสบายดีนะคะ ยังไงก็ดูแลรักษาสุขภาพด้วยค่ะ อย่าหักโหม.. :)
ขอบคุณพี่นุชมากค่ะที่เข้าใจ...ตอนนั้นสุดๆแล้วค่ะ..ทั้งเหนื่อย..ทั้งกลัว..ทั้งงงๆ..ทีแรกยังไม่รู้ตัวค่ะ..ทำให้ตอนนั้นคิดเยอะมากๆค่ะ..จนมึนตึบว่าจะหาทางออกยังไงดี...และจริงๆด้วยค่ะ เราต้องตั้งสติให้ได้ เหมือนอยู่คนเดียวในโลกยังไงยังงั้น..คิดว่าน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีให้กับคนอื่นๆได้บ้าง..เค๊าก็ถามว่าทำไมไม่ถามใคร หรือปรึกษาใครเลยเหรอ..ก็นี่แหล่ะค่ะ ถ้าถามจะมาอยู่ให้เธอซักเหรอ?? ..555
ส่วนภาพเมฆ..วันนั้นสวยใสมากๆค่ะ ..พอเห็นคนอื่นถ่ายฟ้าอยู่..อัตโนมัติ็รีบเอากล้องมาถ่ายตามเลยค่ะ..จริงๆด้วยค่ะ เรื่องเมฆนี่เป็นเพราะพี่ชิว ทำให้คนหลงรักธรรมชาติอย่างเรา..ตั้งใจถ่ายรูปท้องฟ้ามากยิ่งขึ้น แต่พี่นุชเหมาะเป็นประธานนะคะ พออ่านถึงคำว่า"กำมะลอ" ขำกลิ้งเลยค่ะ พี่ชิวปลื้มภาพถ่ายเมฆสีรุ้งของพี่นุชน่ะค่ะ..ยังไงๆ พี่นุชก็เหมาะสมอยู่ดีค่ะเพราะรักความงามของธรรมชาติด้วยค่ะ
พี่นุชลองดูเมฆรูปนี้สิคะ ว่าเหมือนอะไร?? เป็นเวอร์ชั่นต่อจากภาพแรกข้างบนค่ะ
ภาพเมฆสีทองที่คุณอุ๊ให้ดูนั้นพี่มองว่าเหมือน "เสือกำลังโจนทะยาน" อิ อิ ท่าจะจินตนาการเกินไปหรือเปล่าคะ
ที่เข้าใจคุณอุ๊เพราะพี่ก็เคยมีปัญหาครั้งหนึ่งที่แอร์พอร์ตอัมสเตอร์ดัม หลายปี(มั่กๆ)มาแล้วค่ะ ช่วงนั้นไปอบรมที่ฮอลแลนด์อยู่สี่เดือน และช่วงวันหยุดก็จะชอบไปเที่ยวที่ต่างๆทั้งในและนอกฮอลแลนด์ สมัยนั้นยังไม่มีการรวมเป็นChengenเช่นทุกวันนี้ และพี่ไม่ได้ทำวีซ่าแบบmultiple entries (ก็ยุคนั้นคนเรายังโง่อยู่ค่ะ) บินไปเที่ยวอังกฤษ กลับมา อิ อิ เพิ่งเห็นว่าวีซ่าเราเข้าเมืองได้ครั้งเดียว รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ให้เขาดูหลักฐานบัตรประจำตัวที่เรามาอบรม และตั๋วบินกลับเมืองไทยว่าฉันไม่คิดจะทำอะไรผิด แต่มันพลาดกันได้ เรายิ้มแย้มบอกเขา เขาก็พาไปทำ Visa on arrival เฮ้อ โล่งอก
แล้วภาพนี้คุณอุ๊ว่าเหมือนอะไรดีคะ
อ้อ ลืมบอกว่าชอบเจ้าตัวที่เหมือนกิ้งก่าบวกตุ๊กแก หน้าตาน่าเอ็นดู และสีสันแสนเริดค่ะ