ความเอ๋ย...ความลับ
เมื่อวันก่อน ท่านอัยการชาวเกาะ ได้ tag ความลับมาให้ ต้องขอบคุณที่ทำให้ได้มาเปิดเผยความลับในวันนี้ จริงๆแล้วเห็นเขา tag ความลับกันก็เข้าใจว่าเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เท่านั้น อ้าว..ต่อมาก็เป็นกลุ่ม เลยวัยรุ่นหน่อยล่ะ น่าสนใจดีค่ะ ทำให้รู้เขา และรู้เรามากขึ้น นะคะ ตั้งใจว่าจะเขียนในวันแรกที่โดน tag แต่ก็ไม่ได้เขียนสักกะที วันนี้ปลอดทุกอย่างแล้ว ตามมาดูความลับกันเถอะค่ะ
ความลับข้อที่ 1. เคยถูกทำโทษให้ถอนหญ้าเพราะท่องคำศัพท์ไม่ได้ ในวัยเรียนเอื้องแซะจะชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษมาก เพราะมีความรู้สึกว่าเท่ห์.....และอยากจะเป็นแอร์โฮสเตส (ไม่ได้เจียมตัวในความเตี้ยเลย) ซึ่งนอกจากจะมีคุณครูคนไทยสอนแล้ว เรายังได้เรียนกับครูฝรั่งเจ้าของภาษาอีกด้วย ครูฝรั่งชื่ออาจารย์ แฟร้งค์ สอนดีมากโดยเฉพาะเรื่องการออกเสียง แม้ว่าจะมีนักเรียนหลายคนที่เกเร แต่อาจารย์ก็ใจดีมาก ไม่เคยลงโทษใคร แต่สำหรับอาจารย์คนไทย ชื่ออาจารย์ประสงค์ คำนวณศิลป์ ขออนุญาตเรียกท่านว่าครูประสงค์ ( จะให้ความรู้สึกได้มากกว่านะคะ) ท่านเสียชีวิตไปนานแล้วค่ะ ท่านจะเน้นในเรื่องการท่องคำศัพท์มาก นักเรียนทุกคนจะต้องออกมาท่องคำศัพท์หน้าห้องทุกวัน วันละ 5 คำ เมื่อใครท่องคำศัพท์ไม่ได้ท่านก็ให้ไปทำความสะอาดห้องน้ำ หรือถอนหญ้า เนื่องจากสนามในโรงเรียนกว้างมากมาก และจะมีหญ้าขึ้นสูง ภารโรงเพียง 2 คน ก็รับไม่ไหว คุณครูประสงค์ก็ให้นักเรียนที่ท่องภาษาอังกฤษ ไม่ได้ไปถอนหญ้า คนละ 10 ต้น 20 ต้น หรือ 50 ต้น ขึ้นอยู่กับจำนวนคำศัพท์ที่ท่องไม่ได้ เอื้องแซะถูกทำโทษ 3 ครั้ง ครั้งแรก 10 ต้น ครั้งที่ 2 7 ต้น ครั้งที่ 3 ต้น ซึ่งรู้สึกเจ็บมือมากๆๆๆ เพราะหญ้าบาดมือจนเป็นรอยช้ำแดง ตัวก็เล็ก มือก็เล็ก ก็เลยตั้งปณิธานว่า จะท่องคำศัพท์ให้ได้ทุกตัว จะไม่ยอมถอนหญ้าอีกเด็ดขาด จากนั้นหากคุณครูประสงค์ให้ท่องคำศัพท์ เอื้องแซะก็จะไปท่องอย่างเอาเป็นเอาตายก่อน และทำให้เอื้องแซะไม่ได้ถอนหญ้าอีกเลยค่ะ และเป็นผลทำให้ชอบวิชาภาษาอังกฤษ จนเดี๋ยวนี้ค่ะ ซึ่งเอื้องแซะรำลึกถึงพระคุณของท่าน และครูฝรั่งเสมอ คุณครูสมัยก่อนก็มีวิธีการลงโทษนักเรียนในทางสร้างสรรค์ นะคะ ปัจจุบันลูกสาวคนเล็กก็สำเร็จ ป.ตรี สาขาภาษาอังกฤษด้วยค่ะ สำหรับคุณแม่คุยไม่เก่งแล้ว เพราะร้างลามานาน
ความลับข้อที่ 2 เป็นแม่บ้านที่ทำกับข้าวไม่เป็น เอื้องแซะมีพี่น้องจำนวนมาก ถึง 11 คน เอื้องแซะเป็นคนที่ 6 มีพี่ห้าคน มีน้อง 5 คน เป็นครอบครัวใหญ่ในสมัยนั้น คุณแม่ได้รับรางวัลขันน้ำพานรอง คุณแม่ลูกดก ช่วงนั้นอยู่ในช่วงของการเพิ่มพลเมืองไทย ค่ะ คุณพ่อ - คุณแม่ ก็จะมอบหมายให้แต่ละคนรับผิดชอบงานบ้าน พี่สาว สองคนก็จะผลัดกันทำอาหาร เอื้องแซะมีหน้าที่ล้างจาน น้องสาว 2 คน ทำหน้าที่เก็บผ้า พับผ้า และกวาดบ้านถูบ้าน พี่ชายและน้องชายจะช่วยกันหาฟืน ฯลฯ คุณแม่ และพี่สาวทำอะไรให้ทาน ก็ทานหมด แต่จะทานแต่น้ำแกง ไม่ชอบทานผัก พอโตขึ้นถึงได้ทานผัก และรู้สึกชอบโดยเฉพาะผัดผักค่ะ แต่จะรอให้พี่ๆทำให้ทานตลอดก็ไม่ไหว เราต้องลงมือทำเอง ก็เลยลองผัดผักกาดกวางตุ้งดู ปรากฏว่าอร่อย ใครๆก็ชอบให้ผัด แต่ทำได้อร่อยเพียงอย่างเดียว ลองผัดผักอย่างอื่น และทำอาหารประเภทแกงบ้าง ปรากฏว่าไม่ถูกปากใครสักคน แม้แต่ตัวเอง เจียวไข่ก็ยังไม่อร่อยเลยค่ะ เชื่อไหมคะเนี่ยะ
ความลับข้อที่ 3 เป็นคนที่มีโรคประจำตัวที่ไม่น่าจะเหมือนใคร นั่นคือเวลาที่มีงานหลายอย่างประเดประดังเข้ามา และยุ่งยาก ถูกกดดันด้วยเงื่อนไขเวลา จะรู้สึกเครียดมาก ทำให้ปวดศรีษะข้างเดียวตลอด ไปหาหมอก็แล้ว ทานยาก็แล้ว ไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพร หรือยาฝรั่ง ก็ไม่หายสักที แต่เมื่องานสำเร็จ เรียบร้อยแล้ว ก็จะหายไปเองเหมือนหยิบทิ้งค่ะ
ความลับข้อที่ 4 เป็นคนกลัวน้ำทะเลมากๆๆๆ เพราะเคยฝึกว่ายน้ำ ครูให้เกาะห่วงยางแล้วถีบขาในน้ำ พยายามทำอย่างไรก็ทำไม่ได้ ก็เลยลองนั่งในห่วงยาง แล้วใช้มือพุ้ยๆๆน้ำ แรกๆๆก็สนุกสนานดีค่ะ แต่พอเล่นไปสักพักหนึ่ง ก็รู้สึกว่าตัวหลุดลงไปในน้ำ ตกใจ และกลัวๆๆมากๆๆๆ รอบๆตัวเหมือนจะมืดๆๆ หายใจไม่ออก ดีที่ครูดึงตัวขึ้นมาได้ สำลักน้ำแทบตาย ดื่มน้ำทะเลไปหลายอึก เข็ดจริงๆ นี่แหละเป็นสาเหตุที่ต้องเล่นน้ำทะเลแถวๆๆชายฝั่งไม่กล้าออกไปไกลฝั่งเกิน 3 เมตรหรอกค่ะ 555 ชาวเฮฮาศาสตร์อาจจะสังเกตเห็น
ความลับข้อสุดท้าย เป็นคนเฉียดความตายมาแล้ว เอื้องแซะเคยป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ เมื่อช่วงอายุ 35 ปี รักษาอยู่นานมาก สุดท้ายเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเกือบเดือนน้ำหนักลดลงเหลือเพียง 38 - 40 กิโลกรัม ใครๆๆก็บอกว่าคงไม่รอดแล้ว น้องสาวเตรียมเลี้ยงลูกคนเล็กให้ ลูกชายคนโตก็จะให้อยู่กับพ่อ นอนป่วยอยู่โรงพยาบาลก็คิดน้อยใจในชะตาชีวิตของตัวเอง ทำไมจะต้องป่วยแบบนี้ด้วยนะ ลูกก็ยังเล็กอยู่ อายุก็ยังไม่ถึงครึ่งคน บังเอิญในช่วงนั้นทราบข่าวว่าเป็นช่วงที่เจ้าแม่กวนอิมเสด็จมาโปรดสัตว์ หากอธิษฐานขออะไร ท่านจะมีเมตตา ก็เลยตัดสินใจอธิษฐาน ขอพรจากพระองค์ท่าน ขอให้ลูกหายป่วยเด็ดขาด จากโรคภัยร้ายแรง ป่วยเป็นโรคอะไรก็ขอให้เป็นโรคที่รักษาแล้วหายได้ หากลูกรอดชีวิตกลับไป จะทานอาหารมังสวิรัต ทุกวันเกิด(วันศุกร์) และจะหยุดทานเนื้อวัว เด็ดขาด ประกอบกับได้กำลังใจที่ดีจากญาตมิตรที่อยู่ใกล้ และอยู่ห่างไกล ประมาณ 4 วันให้หลัง คุณหมอก็ให้ออกจากโรงพยาบาล แต่จะต้องไปรับยามาทานทุกเดือน เอื้องแซะกลับจากโรงพยาบาลก็ปฏิบัติตามที่ได้อธิษฐาน คือบูชาเจ้าแม่กวนอิม ทานมังสวิรัต ทุกวันศุกร์ และหยุดทานเนื้อวัวทุกประเภท อาการป่วยดีขึ้นตามลำดับ จนถึงปัจจุบัน และทุกวันนี้ก็จะแขวนพระนางพญารุ่นวันแม่ และเจ้าแม่กวนอิมติดตัวตลอด ค่ะ
เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับความลับ 5 ข้อ ของเอื้องแซะ ไม่ทราบว่าจะโดนใจสมาชิก g2k บ้างหรือเปล่า โดยเฉพาะท่านที่ Tag ต่อมาให้ค่ะ ก็ขอ Tag ต่อให้อีก 5 ท่านนะคะ
1. เนปาลี น้องจ๊ะของพี่จ๊ะ 2.คุณครูยุ้ย ร.ร.เทศบาลเพาะชำ 4 3.คุณอ้อยควั่น
4. คุณนายดอกเตอร์ และ 5.เป็นสุภาพบุรุษ ท่านผอ.ประจักษ์ค่ะ ขอบคุณค่ะ
แวะมาอ่านความลับ ค่ะ
:-) เป็นโรคกลัวน้ำ เหมือนกันค่ะ เพราะเคยจมน้ำ
แต่ก็....รักสายธาร นะคะ :-)
มีแต่สิ่งดีๆ....สุขภาพแข็งแรง
ด้วยความเคารพค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
แอบดูความลับที่เปิดเผยของท่าน ศน.เสียหน่อย ครับ :)
แอบเข้ามาดูความลับของท่านพี่เอื้องแซะคะ เรื่องทำกับข้าวนี่เหมือนน้องเลย ที่ให้กินและทนกินได้ก็คือลูกชายคนเดียวบอกอร่อย นอกนั้นไม่มีใครกลืนลง
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ อา(จารย์)จ๊ะ
สวัสดีครับท่าน ศน.เอื้องแซะ
ความลับแต่ละข้อน่าสนใจทั้งนั้นเลยนะครับ
ความลับข้อ ๑.ทำให้นึกถึงสมัยเรียนโรงเรียนเมืองพังงา เป็นนโยบายของทุกโรงเรียนในสมัยนั้นหรือเปล่าที่ให้ทำโทษเด็กด้วยการถอนหญ้าเจ้าชู้กับไมยราบ อิอิ โดนมาแล้วเหมือนกัน
ความลับข้อ ๒.ทำกับข้าวเป็นเพราะไม่มีใครอยู่บ้าน ตอนนั้นเรียนอยู่ กทม.พี่ๆไม่มีใครกลับมาเลยรถติด หิวก็หิว ๖ โมงครึ่งแล้วไม่มีใครมา ก็จัดการเอาข้าวมาผัดใส่กุ้งแห้งตามที่หาได้จากในครัว ใส่หัวหอม ใส่โน่นใส่นี่ กินจนอิ่ม หลังจากนั้นค่อยพัฒนามาเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้เกือบ ๒๐ ปี แล้วที่ไม่ได้เข้าครัวทำกับข้าว ให้คุณแอ๊ดทำให้ทานอร่อยกว่า อิอิ แล้วก็เอาใจโดยการพาไปทานอาหารอร่อยที่คุณแอ๊ดชอบแทน อิอิ
ความลับข้อ ๓ น่าจะเหมือนอีกหลายๆคนนะ แต่ของผมยิ่งงานยุ่งและเวลาเร่งรัดก็ทำเสร็จจนได้นั่นแหละ สมองจะลื่นเขียนได้เป็นนวรรคเป็นเวร แต่ถ้าสงานน้อยมักขี้เกียจครับ..อิอิ
กดปุ่มผิด มันไปแล้วขอต่ออีกนิด
ความลับที่ ๔ กลัวน้ำทะเล ผมอยู่ใกล้ทะเลแต่ว่ายน้ำไม่เป็นเพราะเป็นลูกชายคนโต พ่อแม่ประคบประหงมมาก ไม่ค่อยได้ออกไปผจญภัยกับเพื่อนเท่าไหร่เลยว่ายน้ำไม่เป็น มาว่ายเป็นตอนพาลูกชายลูกสาวไปหัดว่ายน้ำที่โรงเรียนเลยถือโอกาสเรียนกับลูก ว่ายน้ำเป็นมาประมาณ ๒๐ ปีแล้ว อิอิ
ความลับที่ ๕ ไม่เคยเฉียดตาย แต่ถูกผ่าตัดดึงหนังตาใต้ตาเนื่องจากขนตางอกเข้าไปข้างใน กับผ่าตัดทอนซิล อ้อ โดนมอเตอร์ไซค์ชนครั้งหนึ่งตอนอยู่ชั้น ป.๖ กำลังปิดเทอมจะขึ้น ป.๗ นึกว่าฝันไปเพราะกระเด็นไป ๗ เมตร งงมาก รู้สึกเย็นๆที่ใต้คางเอามือปาดพอเห็นเลือด เขาอ่อนเลย อิอิ แต่ไม่เป็นอะไรมาก
ขอบคุณที่เอื้องแซะมาเล่าสู่กันฟัง อิอิ นี่ถ้ารวบรวมเอา tag ความลับมารวมเป็นเล่ม เราน่าจะตั้งชื่อหนังสือว่า "ขายความลับ" อิอิ
มาอรุณศวัสดิ์พี่เอื้องค่ะ..แถมยังได้รุ้ความลับอีกด้วย..
ความลับข้อสุดท้ายเหลือเชื่อจริงๆนะคะ..ดีจังค่ะ..หายป่วยแล้ว..
นี่ล่ะเค้าว่าคนดี..พระคุ้มครอง..
ขอบคุณค่ะ^^
มาแอบอ่านความลับและรับการบ้าน tag ความลับค่ะ ^^ แน่ะ ทำการบ้านเสร็จก่อนต้อมเป็นที่เรียบร้อยดี
ความลับข้อที่ 2 ของอาจารย์คนงามก็คล้ายต้อม อิอิ คงจะไม่มีใครเชื่อว่าก่อนหน้านี้ต้อมทำกับข้าวไม่เป็นเอาเสียเลย ไม่ชอบทำด้วย เคยทำ "หมูอบไวน์" แล้วน้องหมาที่บ้านยังเมินน่ะค่ะ อุ๊บ! แต่กาลต่อมากลับตื่นขึ้นมาแล้วทำอาหารจานอร่อยได้เหมือนเสกซะงั้น อิอิ ดีจัง
ความลับข้อที่ 5 ต้อมเองก็..เวลาที่มีปัญหาที่แก้ไม่ได้จริงๆ ก็นึกอธิษฐานขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ค่ะ และก็แปลกที่..หลายปัญหาก็คลี่คลายได้โดยไม่คาดฝัน การอธิษฐานก็จะของดทานเนื้อสัตว์ ที่นานที่สุดก็ระยะเวลา 1 เดือน แต่การงดทานในวันเกิดก็มีเผลอหรือเบี้ยวเอามั่ง หากแต่ก็จะทบไปตามจำนวนวันที่เบี้ยวนั้นค่ะ แน่ะ..สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านคงไม่ว่าเอาหรอกนะคะ ก็เราทบวันให้แล้วไงล๊าว
มาตรวจการบ้านกันดีกว่า..ครูฝรั่งขื่ออาจารย์ แฟร้งค์
สวัสดีค่ะ พี่เอื้องแซะคนงาม
มาอ่านความลับปี้เอื้องครับ
ผมก่อเกยพึ่งบารมีเจ้าแม่กวนอิมเหมือนกั๋นครับ ตอนแม่ป่วยหนัก
อา(จารย์)จ๊ะ เราจะทำไงกับพี่
ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี
คนนี้ดี สะกดผิดให้เห็นจังๆ ต้องปรับๆๆ
สวัสดีค่ะ อ.เอื้องแซะ