แต่ก่อนแม้จะไม่เรียกว่าเป็นคนใจร้อน แต่ก็ไม่ใช่คนใจเย็น แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นคนอารมณ์ดี แต่เวลาโมโหก็จะเป็นคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เคยเป็นคนโกรธแบบที่โยนกระแทกข้าวของ เหวี่ยงโน่นเหวี่ยงนี่ให้เสียงดังๆแล้วก็รู้สึกไปเองว่า ทำแล้วสะใจระบายอารมณ์ ทำให้หายโกรธ

แต่ตอนนี้เรียนรู้มากขึ้นจากการใช้สติ อ่านหนังสือธรรม คำสอนง่ายๆของพระอาจารย์หลายๆรูป รวมทั้งหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา พบว่า การที่เราแสดงออกต่างๆเวลาที่เราโกรธนั้น เป็นไปอย่างคำกล่าวที่ว่า "โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า" จริงๆ เพราะเมื่อเรารู้สึกโกรธ คิดดีๆแล้วเราทำร้ายตัวเองทั้งนั้น คนที่เราโกรธ สิ่งที่เราโกรธ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เดือดร้อนอะไรไปกับเราเลย ถ้าเรายิ่งร้อนรนกระวนกระวายกับความรู้สึกตัวเองมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งโดนเผาไหม้ด้วยความโกรธที่เราสร้างขึ้นมานั่นเอง

ทุกวันนี้เวลารู้สึกว่ากำลังจะโกรธ จะใช้วิธีหยุดความคิดตัวเอง ตั้งสติ พิจารณาสิ่งที่เรากำลังจะโกรธ คนที่เรากำลังจะโกรธ พบว่าทำให้อารมณ์ที่เคยพุ่งปรี๊ดนั้นเย็นลง ช่วยให้เรารู้สึกดีเร็วขึ้น แทนที่จะตั้งคำถามในใจแบบที่เคยตั้งว่า ใคร ทำไม อะไร ยังไง ก็เปลี่ยนเป็นพิจารณาแทนคำถาม รู้สึกเลยว่ายิ่งทำได้บ่อยๆ เราจะยิ่งโกรธน้อยลง จะเหลือแค่ไม่พอใจ แต่ความรู้สึกที่เคยแผดเผาเราจนต้องกระแทกกระทั้นอะไรก็จะเบาบางมาก พบว่านอกจากจะเป็นประโยชน์กับตัวเองแล้ว รู้สึกได้เลยค่ะว่าคนอื่นๆรอบตัวเราก็จะได้รับอิทธิพลของความหยุด ความเย็น ของเราได้ด้วย

เขียนเรื่องนี้ เพราะอยากจะบอกเล่าความเปลี่ยนแปลงที่เราพบกับตัวเองแลกเปลี่ยนกันค่ะ ทุกวันนี้เราเห็นคนโกรธกัน เกลียดกันมากเกินไปแล้ว หากเรามาแลกเปลี่ยนวิธีการทำให้เย็นลง สงบลงกันเยอะๆก็คงจะดีนะคะ