การใช้ชีวิตอยู่ในสังคม  ก็ต้องมองคนรอบข้าง  มองอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องเข้าใจ  ตลอดทั้ง  การเอาใจใส่กับคนรอบข้าง  .....แต่พองาม  จึงเป็นเรื่องที่ดี 

ความมั่นใจในตนเองสูง  ดำรงชีพและการทำงานด้วยความมั่นใจในตนเอง  ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน  เมื่อประกอบกิจใดๆ  ที่ไม่ได้ไปกระทบกระเทือนคนรอบข้าง  ยิ่งเป็นเรื่องที่สังคมปรารถนา 

เท่าที่พบกันมา   การกระทบกระทั่งกันมากที่สุด  ก็คือ  วาจา  เขาบอกว่า....ก่อนจะพูด  เราเป็นนายของคำพูด  เมื่อพูดออกไปแล้ว  คำพูดนั้นๆ  ก็จะเป็นนายเรา  

พูดดี...สิ่งที่ดี ก็ย้อนกลับมาหาเรา 

พูดไม่ดี...คำพูดเหล่านั้น  ก็ย้อนกลับมาสนองเราเช่นกัน  

ครูอ้อย  ฟังรายการวิทยุ  ในขณะที่กลับบ้าน  ได้ฟังเรื่องราว เกี่ยวกับการใช้คำพูด...ที่ไม่ดี  ต้องลำบาก  ติดคุก  ไม่มีการให้ประกันด้วย

ทั้งๆที่คนที่พูดนั้น  ก็เป็นคนที่มีความรู้  มีการศึกษาสูง  ก็เพราะ  พูดเรื่องที่ไม่สมควรพูด...จึงต้องมาตกระกำลำบากด้วยคำพูดที่ไม่ดี 

ครูอ้อย  อยู่ในวังวนของคำพูดทั้งว้น   ต้องใช้คำพูดกับนักเรียน ถ่ายทอดสิ่งที่ดี  ที่งาม  ที่มีประโยชน์ให้แก่นักเรียน  เพราะคำพูดเหล่านี้ อาจจะตามนักเรียนไปถึงบ้าน  ให้ผู้ปกครองได้ฟัง ได้รู้ 

พูดกับเพื่อน...ก็เช่นกัน พูดอย่างไร  ให้ดูดี  มีประโยชน์  ไม่กระทบกระเทือนใคร   เป็นใช้ได้

แต่จะให้ดี  การพูดที่ควรหลีกเลี่ยง  4  ประเภทก็คือ....

1.  พูดโกหก 

2.  พูดส่อเสียด  

3.  พูดคำหยาบ 

4.  พูดเพ้อเจ้อ...

หากท่านหลีกเลี่ยง  การพูดทั้ง 4 ประเภท ได้  ท่านก็จะอยู่ในสังคมของท่านได้อย่างมีความสุข

ทั้งๆที่รู้ว่า...การพูดทั้งหมดที่กล่าวมา..ไม่ดี   แต่ก็พลั้งเผลอไป   ซึ่งไม่นานนัก ก็จะได้รับผลย้อนกลับคืนมา....

ไม่เชื่อ  ก็ลองดู

แต่อย่าลองเลย...หลีกเลี่ยงให้ห่างทีเดียว  แล้วท่านจะมีความสุข

ด้วยความรักและปรารถนาดี 

จาก

ครูอ้อย แซ่เฮ