ก่อนที่ รศ.ดร.มารค ตามไท บรรยายต่อในวันนี้ มีการอ่านบทกลอนผิวสี เป็นภาษาอังกฤษโดยคุณโสภณ องค์การ และหญิงเล็ก ศิริบูรณ์ อ่านเป็นภาษาไทย เป็นบทกลอนเรื่องผิวสีที่น่าสนใจที่เด็กผิวดำเขียน ว่าเมื่อเขาเกิดมาเขาผิวดำ โตขึ้นเขาก็มีสีผิวเหมือนเดิม ป่วย แก่ เขาก็เหมือนเดิม พวกเขาตายผิวก็ยังเหมือนเดิม คุณเกิดมาผิวขาว เล็กๆผิวชมพู พอคุณป่วยผิวคุณเป็นสีน้ำเงิน พอตายผิวคุณก็เป็นสีเทา แล้วคุณยังมาเรียกฉันว่าพวกผิวสี.....
จากนั้นเราก็มาวิพากย์ บทกลอนผิวสีกัน หลวงพี่ติ๊กถูกนิมนต์ขึ้นมาวิพากย์ เนื่องจากคราวที่แล้วเคยยกมือขึ้นพูดแต่มีการแย่งหลวงพี่ติ๊กพูด อิอิ หลวงพี่บอกว่า เห็นอคติทางชาติพันธุ์ ข้างนอกจะเป็นสีอะไรขอหัวใจเป็นสีขาวก็พอ.....นี่.....เฉียบไหม หลวงพี่ติ๊กของผม
บังยุบบอกว่า บทกลอนนี้สะท้อนให้เห็นว่า “เราว่าคนอื่นผิวสี แต่เราไม่เคยดูตัวเราเอง”
คุณอังคณา นีละไพจิตร วิพากย์ว่า บทกลอนนี้ชี้ให้เห็นว่าในโลกนี้ยังแยกพวกเราพวกเขาอยู่ ที่ลาว เขาไม่แยกคนนั้นนุ่งซิ่น คนนั้นนุ่งกระโปรง ถือว่าเท่าเทียมกัน
แล้วก็มาถึง รศ.ดร.มารค มาพูดให้พวกเราฟังเรื่อง “สันติวิธีในสังคมไทย การรับรู้และความเข้าใจ” อาจารย์ทบทวนการเรียนรู้ของพวกเราในแบบ Elicitive และบอกว่าถ้าเรื่องที่พูดคุยกันรับลูกกันมันก็ดี และก็จะพูด ๓ หัวข้อย่อย
-ความเข้าใจในสันติวิธีของกลุ่มคนจากภาคส่วนต่างๆ
-สันติวิธีในแง่การแก้ไขความขัดแย้ง
-สันติวิธีในแง่การต่อสู้เรียกร้อง
อาจารย์บอกว่าจบแต่ละหัวข้อแล้วมาพูดคุยกัน อาจารย์จึงเริ่มจาก..
ความเข้าใจในสันติวิธีของกลุ่มคนจากภาคส่วนต่างๆ
เวลาถูกเชิญไปบรรยาย อ.มักจะถูกเชิญไปบรรยายหัวข้อ
-วิธีจัดการกับม๊อบอย่างนิ่มนวล(มิติทางวัฒนธรรมของความนิ่มนวล) ถ้ามีฝูงชนมา มีการกั้น ตำรวจขี่ม้าชน เพื่อเคลื่อนไหวฝูงชน เอาน้ำฉีด อุ้มใส่รถไปขัง นิ่มนวลหรือไม่ สันติวิธีหรือไม่
สังคมไทยตอบอย่างไร ความเข้าใจของคำว่าสันติวิธียังสับสน จึงไม่รู้ว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้เป็นสันติวิธีหรือไม่ บางประเทศแตะตัวถือเป็นความรุนแรง บางที่ไม่
-วิธีจัดการกับความขัดแย้งในเบื้องต้น ถ้าไม่ได้ผลก็ใช้ความรุนแรง (มองสันติวิธีเป็นวิธีการ)
-วิธีที่ให้ความชอบธรรมกับกลุ่มผู้ใช้ ตัววิธีให้ความชอบธรรมกับผู้ใช้
อาจารย์ให้มองคำสองคำ สันติวิธี กับ ความสามัคคี มีลักษณะคล้ายกันอย่างไร คำสองคำนี้มีคุณค่าเป็นกลาง เรานำสันติวิธีหรือความสามัคคี ไปสู่ความไม่ดีก็ได้ ถ้ากลุ่มโจรสามัคคีก็จะบรรลุเป้าหมายของกลุ่มโจรนั้น ถ้ามีการพูดถึงสามัคคี ต้องถามทันทีว่า สามัคคีเพื่อจะทำอะไร สันติวิธีจะใช้เพื่อความชอบธรรมในการล้มล้างรัฐบาลที่ชอบธรรมโดยคนที่ไม่ชอบธรรม สันติวิธีจะดีหรือไม่อยู่กับบริบทของสังคมในขณะนั้น
เป้าหมาย กับ สันติวิธี แตกต่างกัน เป้าหมายคือเป้าหมาย แต่การไปสู่เป้าหมายอาจใช้สันติวิธี
คุณสายสวรรค์ เห็นว่า จากการกระทำที่เห็นอยู่ว่าเป็นการกระทำที่ทำได้ แต่พอลดความรุนแรงลงก็กลายเป็นความนิ่มนวล
อาจารย์ถามว่า เอาม้าพุ่งชนฝูงชน กับ เอาน้ำแรงอัดฉีดแรงฉีดเข้าใส่ เป็นสันติวิธีหรือไม่ อาจารย์ถามแล้วไม่มีใครตอบ อิอิ
แต่มีคนถามเรื่อง peace enforcement ใช้กำลังบังคับเพื่อให้เกิดสันติวิธี โดยวิธีการดังกล่าวของอาจารย์เป็นการใช้กำลังบังคับเพื่อให้เกิดสันติวิธี
อาจารย์อธิบายเรื่องสันติวิธีเพื่อรัฐจะใช้วิธีการที่เรียกว่า “สันติวิธี”เข้าไปจัดการ กับประชาชนเข้าใจเรื่องการต่อสู้โดยสันติวิธี ว่าหากคนส่วนใหญ่ยอมรับก็ถือว่าเป็นสันติวิธี อาจารย์บอกว่าบอกไว้เพื่อเป็นข้อสังเกตว่าเราไม่มีใครให้คำจำกัดความของคำว่า “สันติวิธี” พลังของสันติวิธีมันถูกสลายเพราะการใช้คำสันติวิธีเพื่อความชอบธรรมของตัวเอง (ตรงนี้ผมว่าน่าสนใจนะ เพราะทุกวันนี้เราพูดกันถึงสันติวิธีแต่พอหาคำจำกัดความ งงทุกที อิอิ) อาจารย์เลยแยกคำว่าสันติวิธีให้พวกเราดูความหมายในแง่มุมต่างๆ
สันติวิธีในแง่การแก้ไขความขัดแย้ง
เราอยากแก้ไขความขัดแย้ง Conflict Resulotion ทำให้ความขัดแย้งหายไป ถ้าเราใช้ C R ความขัดแย้งหายไปไหน จริงๆมันยังอยู่แต่ถูกใช้เวลาให้หันไปทำอย่างอื่นแทน แต่มันไม่ยั่งยืน การแก้ไขความขัดแย้งระหว่างพ่อ แม่ กับลูก วิธีทำให้หายไปขึ้นอยู่ว่าใครมีปัญหากับใคร แล้วมันจะพัฒนากลายเป็นเทคนิค
เหตุที่คนตั้งข้อสงสัย มีคำถามว่าเมื่อความขัดแย้งมันก็เป็นเรื่องดีทำไมจึงต้องทำให้ความขัดแย้งมันหายไป (ก็น่าสนใจดีนะ..อิอิ ก็บอกว่าดีที่มีการขัดแย้งเพราะมันจะเกิดการพัฒนา....)
Conflict Management บริหารความขัดแย้งตามความต้องการ ต้องถามว่าต้องตายเท่าไหร่จึงจะยอมรับได้ ที่สเปนขัดแย้งกัน ๓๐ ปี ตายไป ๖๐๐ คนเศษ มากไหม ถ้าดูตัวเลขแล้วน้อยมาก แต่เขาเห็นว่ามากแล้ว พอมามองที่ภาคใต้เราหนักกว่า แต่พอไปดูศรีลังกาตายเป็นหมื่น มากกว่าเรา บริหารให้อยู่ในกรอบที่รับได้ ต้องระวังว่าถ้าบริหาร บริหารอยู่ในกรอบได้หรือเปล่า
Conflict Transformation แปลเปลี่ยนรากเหง้าของความขัดแย้งเพื่อแก้ไขความขัดแย้งอย่างยั่งยืน คือไปศึกษารากเหง้าก่อน เป็นการTransform สังคม ส่วนนี้เป็นศิลป์มาก มันเป็นส่วนความอ่อนไหวในความรู้สึกของคน รู้สึกทุกข์ก่อนจึงรู้จักทุกข์
อ.อิศราถามว่าการเกลี่ยผลประโยชน์จะถือว่าเป็นConflict Transformation ได้หรือไม่
อ.มารค ตอบว่ามันขึ้นอยู่ Conflict เรื่องอะไร ถ้า Conflict เรื่องทรัพยากร ก็ทำได้ แต่เกลี่ยเรื่องอัตลักษณ์ทำไม่ได้
ในสังคมหาวิธีที่ผิดหาได้ง่าย แต่หาวิธีที่ถูกไม่ค่อยได้
มันชักจะยาวอีกแล้ว ขอจบแค่นี้ก่อนดีกว่า เหลืออีกตอนเดียวก็จะจบบทเรียนที่ผ่านมาทั้งหมดทุกวิชาแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ทบทวนบทเรียนตามมาทบทวนและเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายไปเพื่อให้สมบูรณ์นะครับ ใครที่ตามเรียนในบันทึกจะตามแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามหัวข้อที่อาจารย์สอนก็น่าจะสนุกดีนะครับ ขอเชิญร่วมบรรเลงได้เลยครับ....
สวัสดีครับ
ตามมาเรียนเช่นเคย
ชม.นี้ยิ่งน่าสนใจครับ
ผมรู้สึกว่าเป็นทฤษฏีและเป็นระบบดี
แต่เวลาเกิดความขัดแย้งจริงๆ ถ้าขาดสติและความเมตตา สงสัยว่าทฤษฏีใดก็ใช้ไม่ได้ผล
สันติวิธี ในทางพุทธจะหมายถึงศีลได้หรือไม่
หากทุกคนถือปฏิบัติตามศีล แม้เพียง ศีล 5 ก็จะเป็นฐานทำให้เกิดความขัดแย้งได้ยาก
เพราะศีลหมายความถึงความปรกติ
อย่างไรก็ดี การทำให้ความขัดแย้งในทุกสังคมในโลกนี้หมดไปคงเป็นไปไม่ได้เพราะมนุษย์ต่างกลุ่มมีอคติแน่นอนครับ
และการทำลายล้างกันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่นานทีก็ระเบิดมาสักที
บางที การสร้างสันติสุขเกิดขึ้นได้ในเวลาที่จำกัดและพอสมควรแล้วก็ต้องเปลี่ยนไป เป็นอนิจจัง เช่นเดียวกับทุกสิ่ง
ฤาสันติสุขจะเป็นเรื่องของปัจเจก คือเฉพาะตัว
ถ้าเช่นนั้น การหลุดพ้นทางใจก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดียามเช้า ให้ท่านสดชื่นแจ่มใสตลอดวันครับ
สวัสดีค่ะ ท่านพี่อัยการ
สวัสดีครับท่าน อท.
เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมเปรียบเทียบศีล ๕ กับกฎหมาย ว่ารากฐานมาจากที่เดียวกันนั่นคือความต้องการให้สังคมสงบสุข หากประชาชนยึดถือศีลห้าอย่างเคร่งครัด ปัญหาสังคมก็จะไม่เกิด ความขัดแย้งที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงก็จะไม่มี ผมไปนั่งคุยกับเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง วันพระต่อมาผมหิ้วปิ่นโตไปวัด ท่านก็พูดกับญาติโยมว่า วันพระวันนี้อาตมาไม่เทศน์ แต่จะให้คุณบัณฑูร เทศน์แทน อิอิ แล้วท่านก็ให้ผมปาฐกกถาเรื่องศีลห้ากับกฎหมายให้ชาวบ้านฟัง
จริงๆแล้ว มนุษย์อยู่ร่วมกันย่อมมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง การจะเกิดเรื่องหรือไม่ก็อยู่ที่การยับยั้งชั่งใจของแต่ละฝ่าย ถ้าคิดแบบนี้มันก็เป็นเรื่องของปัจเจกตามความเห็นของท่านครับ
ขอบคุณที่ท่านติดตามเรียนอย่างไม่ลดละครับ
สวัสดีครับท่าน ผอ.ประจักษ์
สบายดีนะครับ ผมเพิ่งคุยเรื่อง KM กับ ผอ.อาชีวะศึกษาภูเก็ต ท่านก็สนใจแต่ต้องจัดเวลาก่อน เพราะกิจกรรมเพียบ ได้จังหวะแล้วผมจะประสานงานไปนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับน้องติ๋ว
คิดถึงครับ กว่าจะจบก็ เยอะ แล้วก็จะไปศึกษาดูงาน ทำงานนิพนธ์เป็นกลุ่มจะไปทุกภาคต้นเดือนหน้าก็จะไปภาคตะวันออก ศึกษาเรื่องความขัดแย้งเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรมครับ
น้ำหนักลด กลัว กลัวไม่ลดนะสิ เพราะไปเรียนทีมีเบรคกาแฟอีกวันละ ๒ เบรค อิอิ
สวัสดีครับ ศน.เอื้องแซะ
กว่าจะจบก็โน่นแหละครับ มี.ค.๕๒ โน่น
เห็นบังยุบว่าจะรวมเล่มให้อยู่ อิอิ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ท่านอัยการ
สวัสดีมณีแดง
จะว่ายากก็ยากครับ ที่ไม่มีใครตอบเพราะกำลังงงกับคำว่าสันติวิธีที่เราคิดว่ามันหมายถึงการไม่ใช้ความรุนแรงกำลังกัน ไม่ใช้ความรุนแรงทางคำพูด การกระทำ แต่พอถามเข้าจริงๆกลับงงว่า เอ..แล้วอย่างนี้เป็นสันติวิธีไหม เพราะไม่มีใครนิยามคำว่าสันติวิธีให้ชัดเจนได้ครับ