สมัครสมาชิกเว็บบล็อกโกทูโน
ฉันเพิ่งสมัครสมาชิกใหม่และได้เรียนรู้การเขียนบล็อกไม่มาก โยมท่านใดมีความกรุณาแนะนำติชมและให้ความรู้ ฉันยินดีและขอบคุณ ขอบใจเพื่อนสมาชิกผู้ทรงความรู้ทั้งหลาย ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้มีความรู้สูงๆ มีประสบการณ์เชี่ยวชาญกันทั้งนั้น
ฉันพบผู้ทำงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เป็นพระสงฆ์มีน้อย ไม่ทราบว่าเพราะท่านเหล่านั้นยังไม่ทราบว่ามีบล็อกให้แสดงความรู้ ความสามารถ บันทึกเรื่องราวต่างๆได้
ฉันที่สมัครได้ก็ต้องขอบพระคุณท่านพี่ผู้อาวุโสผู้เป็นเพื่อนสหธรรมิกและเป็นเสมือนพี่ชายคนหนึ่ง ที่แนะนำให้รู้จักและการเขียนบันทึกบล็อกแห่งนี้
ฉันขอขอบคุณและขอบใจเพื่อนสมาชิกทุกท่าน หากกรุณาแนะนำความรู้เกี่ยวกับการทำบล็อกหรือเรื่องทั่วไป ขอความสงเคราะห์จากโยมทุกท่าน ด้วยความยินดี
นมัสการครับหลวงพี่ ยินดีต้อนรับครับ
กราบนมัสการค่ะ
ยินดีต้อนรับค่ะพระุคุณเจ้าค่ะ ที่นี่มีพระสงฆ์เขียนบันทึกอยู่หลายท่านด้วยกันค่ะ
เชิญท่านไปที่ แพลนเน็ตรวบรวมธรรม เผื่อจะเป็นประโยชน์ค่ะ
กราบนมัสการค่ะ ท่าน
กราบนมัสการเจ้าค่ะ
ขอต้อนรับพระคุณเจ้า เข้าสู่Gotoknow แห่งนี้ค่ะ
ขอให้เขียนให้บ่อย จะเกิดความชำนายเจ้าค่ะ
การใช้เครื่องมือ หากไม่ทราบจริงๆ โยมปาวารณาช่วย เท่าที่จะช่วยได้เจ้าค่ะ
นมัสการค่ะ
อาตมาภาพ ขอบคุณและขอบใจคุณโยมทั้ง 4 ท่านเป็นอย่างมาก
โยมคนพลัดถิ่น
โยมกมลวัลย์
โยมครูปู
และโยมตันติราพันธ์
กราบนมัสการครับ
มากราบเรียนว่าบทความที่ผมเขียนลงในนิตยสาร สารคดี นั้น นอกจากเขียนเพื่ออ่านให้ได้ความรู้ทั่วไปที่อาจเป็นประโยชน์แล้ว ยังตั้งใจให้ข้อมูลใช้ในการอ้างอิงได้ในระดับหนึ่งครับ จึงละเอียดและเป็นระบบกว่าที่นำเสนอผ่านบล็อกมาก
ในบล็อกนี่ ตามความเห็นของผม หากบันทึกมีเนื้อหายาวมาก จะทำให้ไม่จูงใจนัก เพราะอ่านยาก ด้วยขนาดฟอนต์ และด้วยความที่เป็นจอคอมพิวเตอร์ (แสบตาสำหรับบางคน) ถ้าไม่สนใจจริงๆ แล้ว สังเกตว่าจะอ่านไม่ได้ละเอียดและมีสมาธิเหมือนอ่านหนังสือครับ
แต่การใช้บล็อกนี่มีข้อดีอยู่มากเช่นกัน เพราะอาจได้มุมมองที่หลากหลาย และ (ค่อนข้าง) ทันใจ ยิ่งใน GotoKnow นี่ เป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้วเกือบทั้งหมด ดังนั้น การแสดงทัศนะต่างๆ จึงมีความรับผิดชอบสูง ส่วนการแซวเล่นกันนั้น สำหรับฆราวาส ก็เป็นเรื่องปกติครับ ทำให้ผ่อนคลายไปได้
โดยสรุปก็คือ ที่นี่เป็นการจำลองสังคมจริงลงมาผ่านเทคโนโลยี ซึ่งหากใช้เวลาอย่างเหมาะสม และเลือกคุยถูกคน ถูกประเด็น ก็จะเกิดประโยชน์ พร้อมกับเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีงามให้เกิดขึ้นอีกด้วยครับ
เจริญพร คุณโยมอาจารย์บัญชา
เห็นด้วยกับโยมที่ว่าการใช้บล็อกมีข้อดีเพราะ ทำให้มีหลากหลายมุมมองและข้อมูลกระจายออกไปวงกว้างมากกว่า
เจริญพร คุณโยม
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
กระผมได้บันทึกเรื่อง มหาวีระ - ศาสดาแห่งศาสนาเชน เอาไว้ 2 ตอน เป็นบทความที่เคยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มาก่อนครับ
กระผมจึงแวะมาบอกกล่าว เผื่อว่าพระคุณเจ้าจะสนใจ และหากได้อ่านแล้ว มีข้อคิดเห็นไม่ว่าในทางโลก หรือทางธรรม อย่างใด ก็ยินดีน้อมรับฟังครับ
มหาวีระ ศาสดาแห่งศาสนาเชน ตอนที่ 1
มหาวีระ ศาสดาแห่งศาสนาเชน ตอนที่ 2
หมายเหตุ : ไม่แน่ใจว่ากระผมจะเรียกพระคุณเจ้าว่า 'หลวงพี่' ได้หรือไม่ (กระผมอายุ 42 ปี) หรือจะเรียกอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุดครับ
เจริญพร โยมอาจารย์บัญชา
อาตมาขอบใจโยมอาจารย์มากที่กรุณามอบสาระความรู้ให้ อาตมาเก็บบทความนี้ไว้ในแฟ้มส่วนตัวแล้ว
หมายเหตุ อาตมาเกิดปี 2503 บวชปี 2524
เจริญพร
กราบนมัสการหลวงพี่ครับ (หากใช้คำไม่เหมาะสมกรุณาทักท้วงด้วยครับ)
รู้สึกยินดีที่หลวงพี่สนใจบทความครับ หากมีข้อคิดเห็นประการใด ก็ยินดีอย่างยิ่งครับ
โดยส่วนตัวสะดุดกับคำว่า "สัพพัญญู" ว่ามีความหมายอย่างไรกันแน่ในทางธรรมะครับ
เจริญพร โยมอาจารย์บัญชา
สัพพัญญู รู้ทุกอย่างคือ ทุกอย่างเฉพาะที่ควรรู้ เท่าที่ควรรู้คือ เท่าที่จะดับทุกข์ได้สิ้นเชิง
เจริญพร
กราบนมัสการหลวงพี่ครับ
ขอบพระคุณมากครับ สำหรับคำตอบเบื้องต้นนี้
กระผมยังมีข้อสงสัยต่อว่า สมมตินะครับ ว่ามีใครสักคนกล่าวอ้างว่า
"พระพุทธองค์เป็นสัพพัญญู คือ รู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล หมายความว่า อะไรก็ตามที่ศาสตร์สมัยใหม่ค้นพบในธรรมชาติ พระพุทธองค์ทรงรู้หมดแล้ว เช่น เรื่องอะตอม เรื่องแสง เรื่องความโน้มถ่วง รวมทั้งทฤษฎีต่างๆ ในทางวิทยาศาสตร์..."
คำกล่าวเช่นนี้เป็นการตีความคำว่า สัพพัญญู ตรงตามความหมายในภาษาบาลีหรือไม่ครับ หรือเป็นการตีความที่เกินเลยจากบริบทของความหมายในทางพุทธธรรม
กราบเรียนหลวงพี่ให้ช่วยไขข้อข้องใจให้กระผมด้วย ขอบพระพระคุณมากครับ
เจริญพร โยมอาจารย์บัญชา
อาตมาไม่มีความรู้ลุ่มลึกอย่างโยมอาจารย์เลย แต่อาตมาภูมิใจมากที่ได้คบหาเสวนากับนักปราชญ์ผู้รู้จริงอย่างโยมอาจารย์
เรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งในจักรวาลนั้น อาตมาขออ้างความคิดของนักปราชญ์จากต่างประเทศซึ่งโยมอาจารย์คงอ่านมาแล้วท่านกล่าวถึงพุทธศาสนาว่า"พุทธศาสนานั้นสนับสนุนวิธีการทางวิทยาศาสตร์และติดตามวิธีการนั้นจนถึงที่สุด ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นศาสนาแห่งเหตุผล
ในพุทธศาสนา เราจะได้พบคำตอบที่น่าสนใจ จิตใจกับวัตถุคืออะไร ระหว่างจิตใจกับวัตถุนั้น อย่างไหนสำคัญมากกว่ากัน เอกภพเคลื่อนไปหาจุดหมายปลายทางหรือไม่ พุทธศาสนาพูดถึงเรื่องที่วิทยาศาสตร์ยังนำทางไปไม่ได้ เพราะความจำกัดแห่งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ชัยชนะของพุทศาสนาเป็นชัยชนะทางจิตใจ"
จักรวาลมีความใหญ่สุดที่เราจินตนาการ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นอจินไตยคือไม่ควรไปคิดถึง เอาเรื่องภายในตัวเราให้สามารถดับทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิงดีกว่า
อาตมาอ่านหนังสือ ธรรมชาติของสรรพสิ่ง การเข้าถึงความจริงทั้งหมด อยู่สองเที่ยวก็ยังไม่เข้าใจดีนัก โดยเฉพาะบทความของโยมอาจารย์ยากที่อาตมาจะเข้าใจเพราะอาตมาเป็นบุคคลประเภทบัวกลางน้ำ ต้องสอนแนะนำกันพอสมควร แต่ชอบอ่านหนังสือเล่มนี้มาก เพราะนักเขียนทุกท่านล้วนมีความรู้สูง เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น
การได้คบหากับบัณฑิตอย่างโยมอาจารย์เป็นอุดมมงคลสูงสุดของอาตมา
เจริญพร
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ที่พระคุณเจ้า ได้มาให้กำลังใจ กับครูออ้ย ในการรอรับการประเมิน
สู้สู้ เจ้าค่ะ
ยินดี ต้อนรับ เจ้าค่ะ
เจริญพร โยมครูอ้อย
อาตมาไม่มีความรู้ความสามารถไปประเมินผลโยมครูได้
ชีวิตทุกชีวิตต้องสู้อยู่แล้วโยมครู
เจริญพร