ระหว่างทางก็ทบทวนคำศัพท์เหมือนตอนขาไป

        แหล่งเรียนรู้ มีอยู่มากมายทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เราจะเก็บเกี่ยวได้มากแค่ไหนก็อยู่ที่การจ้ดการของเรา...  ดิฉันเคยพานักเรียนไปเรียนภาษาอังกฤษยังห้องเรียนธรรมชาติ ก็ในหมู่บ้านใกล้ ๆ โรงเรียนนั่นเอง เด็ก ๆ พอได้ออกนอกห้องเรียนก็ตื่นเต้นกันใหญ่ ดิฉันให้นักเรียนเตรียมหมวกใส่กันแดด สมุดเครื่องเขียนไปให้พร้อม ไม่บอกว่าจะไปทำอะไร ระหว่างทางพบเห็นอะไรก็จะนักเรียนว่า What's this? What's that? ถ้าคำตอบง่ายก็จะแย่งกันตอบไปตลอดทาง กว่าจะถึงก็ทบทวนคำศัพท์ได้หลายคำ พอเดินแถวไปถึงพื้นที่อันร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ มีภูเขาและต้นไม้เป็นฉาก ก่อนถึงภูเขาจะมีสระน้ำ จัดแจงเลือกที่นั่งกันเรียบร้อยก็แจ้งจุดประสงค์การมาเรียนห้องเรียนธรรมชาติของเราหนึ่งในจุดประสงค์นั้นคือนักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข หลังจากนั้นดิฉันให้นักเรียนวาดรูปสิ่งที่นักเรียนเห็นตรงหน้า อยากวาดอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา แต่ก็กำหนดเวลาไม่ให้มากจนเกินไป เด็ก ๆ ก็เริ่มส่งเสียงจ้อกแจ้กถามนู่นนี่ไปตามประสา ครูก็อธิบายจนมั่นใจว่าเข้าใจแล้วทุกคน ก็ลงมือทำงาน...นักเรียนส่วนใหญ่ทำงานเร็วพอเสร็จงานก็ออกเดินสำรวจเพื่อน ๆ ที่ยังทำงานไม่เสร็จ นั่นแสดงว่าได้เวลาเดินทางกลับโรงเรียนแล้ว เก็บของเสร็จก็ออกเดินแถวกลับโรงเรียน ระหว่างทางก็ทบทวนคำศัพท์เหมือนตอนขาไป ทีนี้แย่งกันตอบพัลวันจนคนถามเหนื่อย ก็ให้นักเรียนถามกันเองตอบกันเอง ได้ผลแฮะเพราะชอบเลียนแบบครูกันอยู่แล้ว กลับมาถึงโรงเรียนก็ให้ส่งผลงานไว้ที่โต๊ะครู  ชั่วโมงต่อไปก็นำผลงานที่ตรวจแล้วคืนนักเรียน พูดคุยถึงเรื่องการไปเรียนที่ห้องเรียนธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว ก็แจ้งข่าวดี(หรือข่าวร้ายสำหรับนักเรียนบางคน)ว่า ใครวาดภาพอะไรมาให้นักเรียนเขียนคำศัพท์นั้นลงในหน้าถัดไป เอาละสิบางคนวาดซะ... แต่ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรเพราะคำศัพท์ส่วนใหญ่นักเรียนจะรู้จักแล้ว ถ้าไม่มั่นใจตัวสะกดคุณครูให้เปิด dictionary ได้ค่ะ ถึงตอนนี้เสียงนกกระจอกนกกระจิบค่อยลดความเซ็งแซ่ลงหน่อย สังเกตุดูนักเรียนจะมีความสุขกับการทำงานตรงหน้า ไม่มีใครนั่งเฉย ๆ สอบถามดูนักเรียนชอบการเรียนนอกห้องเรียนเพราะตื่นเต้น สนุก ท้าทาย แต่ทำบ่อย ๆ ไม่ได้เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ สรุปแล้วการเรียนแบบนี้ได้ผลดีมาก ๆ เก็บมาเล่าสู่กันฟังค่ะ