เมื่อวานเผลอตัวครับ หลังจากกลับจากปัตตานี ตั้งใจว่าวันนี้จะไปทำงานสักครึ่งวัน (แฮะๆ อย่าสงสัยนะครับว่า ใครเขาจะทำงานวันอาทิตย์ เพราะที่ มอย.วันทำงานหลักคือ อาทิตย์ถึงพฤหัสครับ หยุดศุกร์ เสาร์) ปรากฏช่วงหัวค่ำ เข้าเช็คเมล ก็เห็นเมลเก่าฉบับหนึ่ง แล้วก็เลยได้ข้อสรุปครับว่า ไม่ไปดีกว่า อดใจให้ดูดีกว่านี้หน่อย แล้วก็เลยคิดไปถึงวันศุกร์ โทรไปหาท่านรองอธิการฝ่ายแผน ท่านก็เตือนว่า ไม่ต้องรีบไปทำงานหรอก พักให้ดีก่อน (ท่านเห็นผมไปประชุมวันอาคารที่ผ่านมา)
เรื่องอาการผมตอนนี้ถ้ามองผิวเผย ผมว่า มันดีขึ้นเกินครึ่งแล้วครับ ผมคิดว่าจะแย่กว่านี้ ก็เลยคิดว่า นี้ก็ดีมากแล้วครับ (อัลฮัมดุลิลลาห์) จนบางทีมันเผลอใจ ลืมตัวอยากลุยงานเต็มร้อยแล้วครับ (ฮิฮิ เฉพาะงานที่บ้านก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จครับ จะไปหาเพิ่มที่ทำงานอีก)
หลายวันก่อนผมเมลผ่านทางเว็บ g2k ไปขอความรู้จากหมอเจ๊ คนสวย แห่งรพ.กระบี่ครับ เนื่องจากตอนนั้นขาบวมมาก แล้วผมก็ตั้งใจจะเร่งงานให้เสร็จเลยเมลไปถามหมอดูว่าจะทำไงให้มันหายบวมได้เร็วที่สุด โดยผมเล่าให้คุณหมอฟังวิธีคิดแก้ปัญหาอาการบวมของผม ปรากฏส่วนใหญ่ถือได้ว่า ผิดวิธีครับ ผมก็เลยขออนุญาตคุณหมอมาเล่าสู่กันฟังครับ เพื่อเรียนรู้ระหว่างกัน
เอาประเด็นที่ทำให้ขาเจ็บบวมก่อนนะครับ คุณหมอเจ๊ ได้คำแนะนำไว้ว่า
- การห้อยขานานของอาจารย์นะค่ะ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดำกลับมาฟอกใหม่ทำงานได้ไม่ดี
- การไหลเวียนของน้ำเหลืองไม่ดีไปด้วย จึงทำให้เกิดการคั่งของน้ำเหลืองแล้วเห็นบวมค่ะ
- ข้อมูลนี้แสดงว่า ส่วนต้นทางของเส้นยังมีการอักเสบอยู่นะค่ะ อาจารย์จึงไม่ควรไปออกแรงซึ่งทำให้เพิ่มการอักเสบตรงต้นเรื่อง คือ บริเวณสะโพก ถึงแม้จะไม่มีการเจ็บ
- การไม่มีอาการเจ็บ ไม่ได้แปลว่า ข้างในไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงนะค่ะ
จริงๆ วันนี้ตั้งใจจะไปทำงานแล้วครับ แต่พอกลับมาอ่านเมลนี้ทบทวน พอเจอบรรทัดข้างบนนี้ ทำให้เปลี่ยนใจ สำนึกตัวได้ว่า ไม่ต้องไปก่อนนะดีที่สุดแล้ว
ผมได้ถามล่วงหน้าคุณหมอไปว่า ถ้าผมจะใช้วิธีการประคบหรือถ้าเจลร้อนเพื่อลดอาการบวมกับขาที่กระดูกหักได้มัยครับ
คุณหมอก็ตอบว่า
- ถ้าแค่ประคบอย่างเดียว ไม่มีการยกงอ หรือ จับเข่าเคลื่อนไหว สามารถทำได้ค่ะ แต่ไม่ช่วยให้ที่บวมยุบค่ะ
- เสนอแนะให้นั่งยืดขาบนอะไรก็ได้ เสมอเข่า เพื่อไม่ห้อยให้เกิดอาการบวมค่ะ และเวลานอนให้ยกขาข้างนี้สูง โดยปลายเท้าจะยกสูงกว่าระดับหัวเข่า ( ขาเหยียดตรงและชันขึ้นด้วยมุมไม่เกิน 30 องศา)
ซึ่งคำตอบที่ชัดที่สุด คือ วิธีการเดิมที่ใช้อยู่นะถูกต้องที่สุด คอ นั่งยืดขา ในลักษณะยกขึ้น ซึ่งมันเป็นท่านั่งที่ทำงานยากลำบากที่สุด
ได้อ่านเมลฉบับนี้รอบที่สองก็ช่วยเตือนสติผม (คนที่ชอบลืมตัว ลืมเจ็บเป็นประจำ) อีกรอบหนึ่งครับว่า พักก่อน รอบนี้พักนานๆ ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก
วันนี้แทนที่ผมจะแต่งตัวไปทำงาน ผมเลยนั่งนอนอยู่บนเตียงครับ ทำงานได้บ้างแต่ไม่มากเนื่องจากมันเมื่อย
พอใกล้เที่ยงมีเหตุการณ์ทำให้รู้สึกดีหน่อยครับ เพราะมีทีมอาจารย์กลุ่มหนึ่งเอาโครงการวิจัยของพวกเขามาให้ผมดูให้ ก็เห็นแค่หัวข้อ ผมก็ไม่ดูที่อื่นแล้วครับ ถามกลับไปเลย ปรากฏไม่มีคำตอบครับ เลยต้องช่วยกันคิดคำตอบที่ดูที่สุด จากนั้นก็ฝากกลับไปแก้ไขแล้วค่อยมาคุยกันใหม่ แค่นี้ก็รู้สึกว่าได้ทำงานแล้วครับวันนี้ (ฮือ สบายใจหน่อย)
ตอนนี้ผมพักฟื้นกลางวันครับ พออาทิตย์ตกดินก็ขอห้อยขานั่งทำงานสักสามสี่ชั่วโมงครับ แล้วค่อยเข้านอนในท่าขาไม่ติดดิน ฮาฮา ไม่ได้หยิ่งนะครับ แต่ยอมรับว่า ลืมตัวเป็นบางโอกาส
อาการของผมคิดว่าแตกต่างจากอาจารย์
ของผมต้องไปงอเข่าทุกวันที่ศูนย์กายภาพบำบัด
คือ ไม่เจ็บ ไม่ปวด มีแต่เคลื่อนไหวลำบากเท่านั้น ที่ทรมานคงเป็นการไปไหนมาไหนไม่ได้
ก็อยากทำงาน อยากไปทำงานมากที่สุด
ทุกวันนี้เวลานั่งยังต้องยืดขาตลอด (มีบางตอนงอเขาด้วย) เวลาทำงานผมก็ยืดขาทำงาน คือ ผมตั้งโน๊ตบุคบนเบาะที่นอนเลย แล้วยืดขายาว นั่งแบบตัว L อย่างที่หมอบอก บางครั้ง ขาเป็นเลข 4 ด้วย
เวลายืดขา ขายังวางไว้สูง เลยทำให้นั่งนานๆ ปวดหลัง เลยต้องนอน (บางครั้งคุยกับอาจารย์อยู่ต้องแอบตั้งหลัง)
วันก่อนลองนั่งบนเก้าอี้ ก็ทำได้ แต่พอเวลาผ่านไปหน่อยหนึ่งชักจะเมื่อย ก็ทำได้แค่ทานข้าว ทีแรกกะว่าจะวางโนตบุคบนโต๊ะแล้วทำงานเลย
ทำงาน อะไร เหรอ
ผมยังไม่ได้เริ่มงานวิจัยหรอกครับ
ทุกวันนี้ก็ทำเว็บของตัวเองที่ดับไปสามสี่เดือนแล้ว เลยรื้อฟี้นขึ้นใหม่ htt://intan.sci-yiu.net
เมื่อวานที่ทำงาน (คณะวิทยฯ) ให้ผมทำเว็บ วิทยาศาสตร์อิสลาม ก็ใส่ข้อมูลเก่าๆของผม และพอดี อ.นิแวเต๊ะ ให้ข้อมูลในเว็บ fathoni.com ด้วย เพราะเว็บของอาจารย์หยุดแล้ว
ขอบคุณครับหมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
ตอนนี้ผมพยายามราบกับพื้นครับ แต่เป็นพื้นเบาะบนเตียง แต่นั่งอย่างนั้นไม่ถนัดจริงๆ เวลาทำงาน คิดว่าจะนั่งบนพื้นเลย ก็ลุกลำบากครับ ตอนลุกทำได้ยากมากเนื่องจากมันต้องขึ้นไปในขณะที่ขาตรง ซึ่งคล้ายๆ จะเกิดแรงกดไปที่ขา ทำให้เจ็บ จนถึงตอนนี้ผมเลยไม่ลงนั่งกับพื้น เลือกที่จะนั่งบนเก้าอี้มากกว่าครับ แต่ข้อมูลที่คุณหมอให้มามีประโยชน์ครับจะพยายามหาวิธีการที่ดีขึ้น ขืนให้นั่งๆ นอนๆ อย่างเดียวมีหวังขึ้นอืดครับ ฮิฮิ
ขอบคุณครับ อาจารย์ขจิต ฝอยทอง
ตอนนี้ผมไม่ดื้อแล้วครับ เชื่อหมอทุกอย่างครับ เป็นเด็กดีที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาเลยครับ ฮิฮิ
ขอบคุณครับอาจารย์Ibm ครูปอเนาะ
ผมไม่เคยนั่งท่าเลข 4 เลยครับ เพราะแค่พลิกขานิดหน่อยก็รู้สึกเจ็บครับ (หรือกลัวไปก่อนก็ไม่รู้) ผมเลยใช้วิธีการเหยียดตรง หรือไม่ก็ห้อยขาเลย เดี๋ยวคืนนี้จะลองนั่งท่าเลข 4 ดู ถ้าได้จะดีมากครับ
ขอบคุณทุกความห่วงใยครับ
ด้วยความห่วงใยครับ ...
ขอบพระคุณหมอเจ๊มากค่ะ...
สังคมแห่งการเยียวยาและแบ่งปันกันและกันนะคะ
(^___^)
เป็นกำลังใจให้นะคะ อ.จารุวัจน์
คน G2K อยู่ที่ไหนก็ทำงาน ก่อเกิดประโยชน์ได้ทั้งนั้นนะคะ ... เอาเป็นว่าช่วนนี้อาจารย์ทำงานอยู่ที่บ้านนะคะ (ฮา..ลืมตัวนึกว่าเป็นอธิการ...555)
รายงานคุณหมอครับ ผมนั่งแบบเลข 4 ไม่ได้ครับ ต้นขามันตึง และรู้สึกเสียวๆ
ขอบคุณครับอาจารย์จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ขอบคุณครับอาจารยKa-Poom
ฮิฮิ มุขนี้อันตรายครับ ลืมตัวนึกว่าเป็นอธิการ เพราะกลัวเดี๋ยวอธิการจะบอกว่า ลืมตัวเหมือนกัน ไปเซ็นต์หนังสือไล่นายจารุวัจน์ออก ฮาฮาฮา
หวัดดีครับ
หายเร็วๆก็แล้วกัน
ขอบคุณครับพี่ยาว เกษตรยะลา
ช่วงนี้สงบขึ้นหรือเปล่าครับ
มาเยี่ยม...คุณจารุวัจน์
อ่านแล้ว ยังมีอารมณ์ขำได้อยู่นะ จิตใจปกติ เพียงแต่ดูแลร่างกาย เดี๋ยวก็หายเป็นปกตินะครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ umi
ตอนนี้ผมเอาสโลแกนี้มาใช้ได้ครับ "ขำได้ แม้ภัยมา" ฮิฮิ คุ้นมัยครับ
ขอบคุณครับคุณหมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
-นั่งแบบคนโบราณนั่งเปิบข้าวนั้นนั่งได้ครับ เพียงแต่ชันเข่าขึ้นได้ไม่สูงมาก แต่เนื่องจากขาข้างเจ็บผม เดิมก็จะไม่มีแรงอยู่แล้ว รอบนี้เลยให้หมอนหนุนไว้ครับ
-ที่นั่งแบบเลข 4 ไม่ได้เพราะต้นขาตึงมากครับ ตั้งแต่เจ็บมา ต้นขาตึงไม่ยอมยุบเลยครับ โดยเฉพาะที่บริเวณที่ใกล้วหัวเข่า เหมือนจะมีเป็นก้อนนุ่มๆ อยู่ครับ แล้วมันตึงครับ การงอหัวเข่าจึงทำได้เพียง 90 องศาครับ เกินกว่านั้นทำไม่ได้จริงๆ
- ส่วนเรื่องนุ่งโสร่ง โดยส่วนใหญ่แล้ววางใจได้ครับ เนื่องจากนุ่งมาตั้งแต่เด็กครับ มีเผลอบ้างครับ ก็ไม่ค่อยน่ากลัวครับ เพราะในบ้านอยู่กับภรรยาและลูกๆ ครับ (ฮิฮิ อันนี้ผมทะลึ่งครับ)
ขอบคุณครับ หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
ยังไม่เคยปรึกษาเลยครับสวย แต่ถ้าดูอาการวันนี้ดูจะยุบไปบ้างแล้วเหมือนกันครับ
ไปเจอหมอรอบหน้าจะถามดูครับ