
เหตุการณ์วิปโยคจิตใจของปวงชนชาวไทย เหตุการณ์หนึ่ง คือ วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ... สมเด็จย่าได้เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริรวมพระชนมพรรษา ๙๕ ปี ปี ๒๕๕๑ ครบรอบ ๑๓ ปี วันคล้ายวันสวรรคตของท่าน (ผมได้ว่า ท่านประสูติ ปี ค.ศ.๑๙๐๐ พอดี เพราะโรงเรียนมัธยมฯ ที่ผมเคยเรียนอยู่ กำเนิดปีนั้นเหมือนกัน)

ประมวลภาพ "สมเด็จย่า" (ขอบคุณ ... เว็บไซต์ "ปัญญาไทย")
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ผมคงไม่สามารถบรรยายได้ดีเท่ากับ "สิ่งที่คุณได้เห็นด้วยตา" ของคุณเอง
คงไม่มีใครไม่ทราบว่า "เหตุใด ประชาชนคนไทยจึงรักสมเด็จย่าอย่างไม่มีข้อกังขาใด ๆ ?"
"ในครอบครัวเรา ความรับผิดชอบ เป็นของที่ไม่ต้องคิด
เป็นธรรมชาติ สิ่งที่สอนอันแรก คือ เราจะทำอะไรให้เมืองไทย"
กัลยาณิวัฒนา
โปรดทำความดีอะไรก็ได้ เพื่อประเทศชาติของคุณ ... สักหนึ่งสิ่ง
ผมขอรำลึกถึง "สมเด็จย่า แม่ฟ้าหลวง" ตลอดไป ...
และจะรักพ่อและแม่มาก เหมือนกับที่ในหลวงรักสมเด็จย่า
แหล่งอ้างอิง
- คุณหมีน้อย. http://koalar2003.spaces.live.com/blog/cns!FC5FD0C135B7FAE9!758.entry
- Photoontour.com (รวมภาพเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร ์ "พิธีพระบรมศพสมเด็จย่า") , http://www.photoontour.com/SpecialPhotos_HTML/PMother/MainPMother.htm
- คลังปัญญาไทย.













สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครู
น้องจิจะเป็นเด็กดีค่ะ ไม่กระทำตัวเหมือนคนที่ชอบแย่งเก้าอี้กันนั่งเหมือนปัจจุบันค่ะ รูปสวยมากๆ น้องจิชอบค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ คิดถึงค่ะ --->น้องจิ ^_^
18 กรกฎาคม ของทุกปี "วันศรีนครินทร์"
ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ "สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย" ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ที่ยกย่องในเรื่องการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง และรู้จักกตัญญูกตเวทีต่อแผ่นดิน สมัยที่ท่านยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่มักจะทรงสอนผู้ใกล้ชิดเสมอๆ ว่า ถ้าอยากมีความสุข ต้องรู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในตนเอง...ถือเป็นแนวพระราชดำริสำคัญ ที่นำมาปรับใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย

หลักการดำเนินชีวิตให้มีความสุขตามแนวพระราชดำริของ "สมเด็จย่า" คือ การใช้ชีวิตอย่างรู้จักพอเพียงในตนเอง ขณะเดียวกันก็ต้องหมั่นฝึกอบรมจิตให้ทำแต่ความดี โดยยึดหลัก "การถือสันโดษ" มาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยการถือสันโดษแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่
สันโดษในความคิด คือระงับความคิดที่ฟุ้งซ่าน
สันโดษในการแสวงหา ต้องยินดีที่จะแสวงหาแต่สิ่งที่ควรค่าแก่กำลังฐานะ
สันโดษในการรับ เวลารับควรรับแต่พอประมาณและรับเฉพาะสิ่งที่ควรรับ
และสันโดษในการบริโภค คือยินดีใช้สอยแต่สิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ มากกว่าจะแสวงหาเพื่อสนองตัณหา
ขอบคุณ http://hilight.kapook.com/view/13346
สวัสดีค่ะ
ระลึกถึงพระองค์ท่านค่ะ
ผมขอรำลึกถึง "สมเด็จย่า แม่ฟ้าหลวง" ตลอดไป ...
และจะรักพ่อและแม่มาก เหมือนกับที่ในหลวงรักสมเด็จย่า
มาร่วมแสดงความรำึลึกถึงพระองค์ท่าน ด้วยการตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต่อไปค่ะ
ขอบคุณนะคะ
... มาร่วมรำลึกถึงสมเด็จย่า ค่ะ ...
... ขอบพระคุณท่านอ. เสือ ให้อารมณ์ดี๊ ดี กระวีกระวาด ค่ะ ...
ขอขอบคุณ .....
น้องโกกิจัง โก๊ะจิจัง แซ่เฮ ^๐^! ... ครับ เป็นเด็กดีนะ
คุณ ครูโย่ง ... ที่แวะมาทักทาย
คุณครู @..สายธาร..@ ที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครับ
พี่แจ๋ว jaewjingjing ... สบายดีนะครับ งานคงยุ่ง
ท่าน ผอ. นายประจักษ์ ... ขออนุโมทธาบุญครับ
อาจารย์ กมลวัลย์ ... ขออนุโมทธนาการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ครับ
คุณ poo ... สำหรับบทกวีอันซาบซึ้ง ครับ
ขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริง ครับ :)