เย็นวันนี้ภรรยาขอร้องให้ผมนั่งรถไปเป็นเพื่อนครับ เพื่อไปจ่ายตลาดในยะลา ซึ่งหลายครั้งก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ไปด้วยครับ เพราะไม่อยากนั่งห้อยขานานๆ ภรรยาผมก็มักจะชวนเพื่อนบ้านไปเป็นเพื่อนในการเดินทางพร้อมๆ กับการช่วยคุมความประพฤติของอิลฮามและเตาฟิก ว่าให้นั่งนิ่งๆ อย่ากวนอุมมีย์ขณะขับรถ แต่นั่นแหละครับจะตลาดทุกทีจะชวนเพื่อนไปทุกทีก็กระไร ครั้งหลังสุดภรรยาพาอิลฮามไปกันสองคนครับ ปรากฏขากลับโดยจราจรตรวจ ฮิฮิ โดนไปสองกระทง ภาษีรถกับใบขับขี่ อย่างแรกนะจริงๆ ภาษีรถจ่ายไปแล้วสองเดือนก่อนหมดอายุครับ แต่ผมลืมเปลี่ยนป้ายกลม หลักฐานทุกอย่างก็อยู่ในรถละครับ แต่ภรรยาผมไม่รู้ และเธอเองเป็นคนปิดโทรศัพท์ของผมก่อนออกจากบ้าน ฮิฮิ ส่วนใบขับขี่นะ ผิดเต็มประตูครับ แย่ไปกว่านั้นคือบัตรประชาชนก็ไม่ยอมพกไปด้วย ครั้งนั้นจราจรเขาก็ใจดีครับ ยอมให้ขับรถกลับ ทั้งๆ ที่ไม่มีใบขับขี่เนื่องจากสงสารคนท้องแก่แถมลูกอ่อน ฮิฮิ
ไหนๆ ก็ต้องไปแล้ว ผมเลยอยากลองของขึ้นมาครับ ก่อนภรรยาจะสตาร์ทรถ ผมก็บอกว่า ผมขับเองแล้วกัน ไหวหรือ? ภรรยาถามผม จริงๆ ผมก็ถามตัวเองเหมือนกัน แต่จะลองครับ เพราะปกติผมก็ขับรถขาข้างเดียวอยู่แล้ว ปรากฏแค่พอหย่อนก้นลงไปเบาะคนขับ ก็รู้สึกสบายขา จนต้องบอกภรรยาว่า อือ เบาะนุ่มทำให้ไม่รู้สึกว่า เจ็บขาเลย ฮาฮา อันนี้ผมหลงผิดอยู่นานครับ เพราะช่วงก่อนหน้านี้ผมไม่กล้านั่งที่ๆ นุ่มมากๆ เนื่องจากพอก้นยุบลงไป มันจะไปกดที่ขาเจ็บ แต่คาดผิดครับครั้งนี้มันช่วยให้สบายขึ้น ที่ลำบากจริงๆ คือการเริ่มจะหย่อนก้นลงนั้ง และเวลาจะลุกจากเบาะเท่านั้นเอง ซึ่งปกติเวลาต้องไปไหน ผมก็ไม่ขึ้นลงอยู่แล้วครับ ขอขึ้นลงครั้งเดียวพอ ระหว่างทางภรรยาจะแวะที่ไหนก็ปล่อยเธอกับลูกครับ ผมเฝ้ารถอยู่เบาะหลังคนเดียวได้ แต่คราวนี้ผมกลับมาครองตำแหน่งคนขับเหมือนเดิมครับ (หลังจากที่ภรรยาครองรถมาเป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว)
ความจริง เมื่อคืนผมตัดสินใจจะเริ่มกลับไปทำงานแล้วครับ คิดว่าอย่างน้อยไปทำงานสักสามวันต่อสัปดาห์และวันหนึ่งก็สักครึ่งวันก็ยังดี เหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจก็เพราะเมื่อคืนลองคุยกับทีมงานดูว่างานของผมมีใครช่วยเดินอยู่บ้าง คำตอบคือ ไม่มี มีแต่คนคอยเซ็นต์หนังสืออย่างเดียว ซึ่งมันทำให้ผมหนักใจมากครับ เพราะถ้างานวิชาการคณะเดินได้แค่งานประจำ มันก็จบแน่ๆ ครับ ลาป่วยสามเดือน ผลที่จะได้อาจจะเป็นการที่ผมขาดงานเท่ากับหนึ่งปีเลยก็ได้ ผมเลยสั่งงานทีมงานผมไปตั้งแต่เมื่อคืนครับว่า วันอังคารสิบโมงนัดประชุมด่วนอาจารย์ทั้งคณะ กระตุ้นแผนวิชาการของคณะครับ
ส่วนงานวิจัยที่ตอนนี้เคลียร์งานเก่าอยู่ที่บ้านระหว่างฟักฟื้น สิงหานี้โครงการใหม่เดินหน้าครับ (อินชาอัลลอฮ์) คิดว่ายี่สิบวันที่เหลือ ผมคงเดินคล่องขึ้น
เสร็จจากการจ่ายตลาดของภรรยา ผมจอดรถที่ร้านฟอร์นิเจอร์ครับ จอดเพื่อซื้อเก้าอี้ใหม่ครับ เพราะจากนั่งขับรถวันนี้ (ซึ่งปกติช่วงเจ็บผมนั่งเบาะหลัง ซึ่งมันนุ่มสู้เบาะหน้าไม่ได้ครับ) ผมจึงคิดว่า ถ้าผมเปลี่ยนเก้าอี้ใหม่มันน่าจะทำให้ผมนั่งทำงานได้นานขึ้น
จริงๆ เสียดายเก้าอี้ตัวเก่าครับ ตั้งใจว่าจะส่งมันไปทำอัดฟองน้ำและใส่หนังใหม่ครับ ไม่อยากทิ้ง เพราะมันมีประวัติยาวนาน ตั้งแต่ผมเป็นลูกจ้างของร้านคอมพิวเตอร์ที่พี่ๆ น้องๆ หุ้นกันทำที่บ้านหลังจากที่ผมเรียนจบป.ตรีใหม่ๆ จากนั้นก็ยกมันมาที่บ้านพักและเป็นตัวที่ผมนั่งทำงานและวิทยานิพนธ์ แล้วก็ใช้มันตลอดมาจากปัจจุบัน พูดง่ายๆ ว่าตั้งแต่ป.โทจนถึงป.เอกเลยครับ บังเอิญว่าเกือบๆ ปีก่อนหนังหุ้มมันขาดครับ ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้อิลฮามและเตาฟิกช่วยกันฉีกวันละนิดวันละน้อย จนเห็นโครงเหล็ก แต่ผมก็ยังเสียดาย ไม่อยากซื้อตัวใหม่มาใช้ นี้แหละครับผม ห่วงเก้าอี้จริงๆ ฮาฮาฮา
คนที่เลือกเก้าอี้ตัวใหม่ คือ ภรรยาครับ เพราะนอกจากผมจะห่วงเก้าอี้แล้ว ผมยังห่วงพวงมาลัยด้วย ไม่อยากขึ้นลงรถหลายๆ ครั้ง ปรากฏว่า ภรรยาซื้อมาสักดีกว่าเก้าอี้ตัวเดิมครับ เอากลับมาถึงบ้านลองนั่งดู ปรากฏว่า เออ นั่งสบายจริงๆ แถมอิลฮามก็ไม่มาแย่งด้วยครับ เพราะอิลฮามบอกว่า ของอิลฮามคือตัวเก่าครับ ผมเลยยกตัวเก่าให้อิลฮามไป นั่นก็แสดงว่า ถ้าได้เก้าอี้ตัวใหม่ที่ดีกว่า ผมก็พร้อมสละตัวเก่าครับ ฮาฮาฮา
ท่าทางจะดีขึ้นแล้ว ถ้าพอขับรถไหว ...ยินดีด้วยครับ
อ.อีย์ ครับ
มนุษย์งาน ยังไงก็คิดถึงงานเป็นเรื่องสำคัญ...
ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ...
---------------------------------
ตอนนี้ ผมอยู่ที่หาดใหญ่ครับ
ขอบคุณครับพี่นาย เอกราช แก้วเขียว
อาการดีขึ้นมากครับ โดยเฉพาะวันนี้น่าจะเป็นวันที่คล่องตัวที่สุด และอยากจะให้ดีขึ้นทุกๆ วันครับ
ขอบคุณครับเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร (แฮะๆ มาพร้อมกันสองเอกเลยครับ)
อย่างผมไม่รู้จะเรียกว่ามนุษย์งานได้หรือเปล่าครับ
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณครับคุณ MSU-KM :panatung
ถ้าการรักษาตัวคือทางออกที่ดีกว่า ผมว่าอาจารยืควรเลือกการพักรักษาตัวนะครับ รอเพื่อวันดอกไม้เบ่งบาน ดีกว่า เร่งปลูกเอาปลุกเอาโดยไม่ทันดูแลตัวเอง ด้วยความเป็นห่วงครับ
ขอบคุณครับ หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ และอาจารย์เสียงเล็กๆ
เป็นความห่วงใยที่ผมต้องเอามาคิดให้มากครับ แล้วผมจะลองหาคนอื่นช่วยเดินประชุมแทนผมแล้วกันครับ
มาเยี่ยม คุณจารุวัจน์
อ่านไปในเรื่องเล่า เห้นวิถีชีวิตของครอบครัว ร่วมด้วยช่วยกัน
สร้างสรรค์งาน สนุกสนาน เพลิดเพลิน มีเสียงหัวเราะอยู่เริงร่าน่าชื่นใจ
ขอให้หายไว ๆ นะครับผม ฮิ ฮิ ฮิ
ขอบคุณครับ อาจารย์ umi
ฮิฮิ ตอนนี้บทบาทสำคัญสำหรับบ้านคือ ภรรยาแล้วครับ
ขอบคุณครับ 11. หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
ผมคิดจะเผยแพร่เป็นความรู้แก่ผู้อ่านครับ แต่ตอนนี้กำลังยุ่งกับงานอยู่ยังไม่มีเวลาเรียบเรียงครับ