"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คน๕จำพวกนี้ย่อมหลับน้อย
ตื่นมากในราตรี ๕จำพวกเป็นไฉน? คือ
สตรีผู้มุ่งคิดถึงบุรุษ ๑
บุรุษผู้มุ่งคิดถึงสตรี ๑
โจรผู้มุ่งคิดลักทรัพย์ ๑
พระราชาผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ๑
ภิกษุผู้มุ่งคิดถึงธรรมที่ปราศจากสังโยชน์ ๑
(สังโยชน์=กิเลสเครื่องร้อยรัดคนไว้กับวัฏฏสงสาร )
คน ๕จำพวกนี้แล ย่อมหลับน้อยตื่นมากในราตรี"
(พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ข้อ ๑๓๗ )
ทุกวันแต่ละคนมีเวลาใหม่เอี่ยมเท่ากัน คือ๒๔ชั่วโมงหรือ
๑,๔๔๐นาที หรือ๘๖,๔๐๐นาที
แต่ละวินาทีที่ได้เพิ่มจากการหลับพักผ่อนน้อยลงของผู้ที่ใฝ่ใจในกาม
หรือผู้ที่มุ่งเบียดเบียนผู้อื่น กลับเป็นวินาทีที่ยืดวัฏฏสงสารให้ยาวนานออกไป
แต่ในวินาทีเดียวกันนั่นเอง กลับเป็นวินาทีบุญของผู้เสียสละบำเพ็ญประโยชน์
เพื่อผู้อื่น หรือเป็นวินาทีธรรมของผู้มุ่งมั่นแน่วแน่ในการชำระถ่ายถอนกิเลส
เวลามีความหมายยิ่งนักสำหรับผู้รู้คุณค่าเวลาชีวิต ที่มีสิทธิ์กลับสู่เชิงตะกอน
ทุกคนทุกขณะทุกวินาที
ขอให้วันเวลาที่ทุกคนมีเหลืออยู่จงเป็นไปเพื่อประโยชน์เพื่อความสุขแก่ตน
แก่ท่านและชาติศาสนาพระมหากษัตริย์เทอญ..เจริญธรรมนำสุข
กราบนมัสการ หลวงน้า
น้องจิแวะมาอ่านธรรมยามบ่ายค่ะ ก่อนไปโรงเรียนในตอนเย็น ฝนจะตกแล้ว หลวงน้ารักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^
ถูกต้องเลย ว่าบุคคล ๕ จำพวกเหล่านั้น ไม่ยอมหลับยอมนอน
ปัจจุบันต้องเพิ่มอีกน่าจะได้ คือ กลุ่มที่นิยมเขียนบล็อกทั้งหลาย
ก็ไม่ยอมหลับยอมนอนกับเขาด้วยเหมือนกััน 5555555555
ขอบพระคูณครับท่านที่แวะมาเยี่ยม
ขอให้เจริญยิ่งในธรรมครับถ้าผมมีโอกาสได้ลง
ใต้จะแวะไปกราบนมัสการครับ สาธุครับ