ตอนเย็นหอบงานไปทำที่บ้านพักเพื่อน แถวๆบ้านค้างภิบาล เพราะทำงานที่สำนักคนเดียวเงียบๆ วังเวงอย่างไงไม่รู้ อยู่ที่บ้านพักเพื่อนจนเกือบ 4 ทุ่ม ขากลับแวะซื้อลูกชิ้นเอ็นไก่ที่ร้านโต้รุ่ง  และแวะชื้อกาแฟเย็นที่ร้านสะดวกซื้อ เพราะว่าคืนนี้กะว่าจะทำงานตอนดึกให้ได้สักชิ้น จึงต้องอาศัยคาแฟอินช่วย แล้วก็กลับสำนักงาน ระหว่างที่ขี่มอเตอร์ไซด์อย่างช้า ดูบรรยากาศข้างทางตอนกลางคืน ของเมืองแม่สอด มันช่างเงียบเสียจริง อาจจะเป็นธรรมดาของเมืองติดชายแดน  พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร้านบริการอินเตอร์เน็ต หรือร้านเกมส์ สักอย่าง และสังเกตุเห็นคนที่ใช้บริการในร้าน เป็นเด็กๆวัยรุ่น หลายคนยังอยู่ในเครื่องแบบนักเรียนอยู่ นั่งใช้บริการอยูในร้าน จึงเกิดความคิดว่าเด็กๆวัยรุ่น เหล่านั้นทำไมไม่กลับบ้าน พ่อแม่ไม่เป็นห่วงหรือไง หรือว่าเป็นเด็กหอ ที่มาเช่าหอเพื่อมาเรียนอยู่ห่างไกลผู้ปกครอง ผมเองมีความรู้สึกห่วงอนาคตของเด็กๆเหล่านั้นแทนพ่อแม่ ผู้ปกครองขึ้นมาอย่างจับใจ  ตามประสา ของคนทำงานเกี่ยวกับเด็ก

         เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราจะโทษใครดีหละครับ โทษเด็กที่ชอบมั่วสุมเล่นเกมส์  หรือพ่อแม่ผู้ปกครองที่ไม่คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของลูกหลานของตัวเอง  โทษครูที่ไม่สั่งสอนอบรมบ่มนิสัยของลูกศิษย์ หรือโทษเจ้าของร้านที่ไม่ควบคุมการให้บริการ  เห็นแก่ได้ ฯลฯ

        แต่ในความคิดส่วนตัวผม ผมคิดว่าเราไม่ควรที่จะกล่าวโทษใครทั้งนั้น เราน่าจะจับมือการช่วยดูแลอนาคตของเด็ก หยุดการมอมเมา  อบรมบ่มนิสัย  คอยสอดส่องดูแลลูกหลานของเรา ให้ความสำคัญกับอนาคตของชาติให้ห่างไกลจากสิ่งเหล่ามอมเมาเหล่านั้นจะดีกว่า  และให้ความอบอุ่นกับเด็กๆด้วย"ผ้าห่มใจ" อย่าเกี่ยงงอนกันอีกเลยครับ