จงเพียรพยายามรักษาวัฒนธรรม หรือแบบฉบับอันเป็นสไตล์เหล่านี้ไว้อย่างไม่ให้ขาดเขิน และอย่าเขินอายที่จะเป็นตัวตนของตนเองอย่างมีเหตุผล ...

(๑) กำลังใจที่เขาอาจทั้งรู้ และไม่รู้...

 

ก่อนคืนการเดินทางไปสู่การจัดกิจกรรมผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า   ผมแทบไม่ได้นอนเลยทีเดียว  เพราะมีอะไรให้จัดเตรียม  หรือแม้แต่การสะสางงานต่าง ๆ  เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้ช่วยสานต่อในวันรุ่งขึ้น 

ขณะที่อีกห้องหนึ่งซึ่งติดกับห้องทำงานที่ผมยังนั่ง ๆ นอน ๆ  อยู่นี้   บรรดานิสิตแกนนำโครงการสายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน  ก็ยังรวมกลุ่ม จุ้มหัว คนละไม้คนละมือจัดเรียงหนังสือ   หรือแม้แต่เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ  อย่างขะมักเขม้น 

ซึ่งก็เท่ากับว่าทั้งเขาและผม  ต่างก็แทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยก็ว่าได้  เพียงแต่ทั้งผมและน้องนิสิตต่างตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเองอยู่คนละห้อง   ผมเองก็ไม่ได้ก้าวเข้าไปในห้องทำงานของพวกเขาบ่อยครั้งนัก  เพราะอยากให้พวกเขาได้รู้สึกเป็นอิสระกับการทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำ

การปลีกวิเวกมาฝังตัวอยู่ในห้องสำนักงานอย่างเงียบ ๆ  ของผมนั้น  นอกจากงานที่กองเป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ  ให้ผมสะสางแล้ว  สิ่งหนึ่งที่เจตนา หรือจงใจเลยก็คือ  การอยู่ให้กำลังใจต่อพวกเขา   ถึงไม่ได้เข้าไปคลุกคลีอย่างใกล้ชิด  แต่การปลักหลักอยู่เช่นนี้  ก็เพื่อส่งสัญญาณให้พวกเขาได้รับรู้ว่า  คืนนี้พวกเขามีผมอยู่เป็นเพื่อน   

 

(๒) กินข้าวฮวมพา  กินปลาฮวมรถ

 

รถมหาวิทยาลัยพาเราทั้งหมดเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยในเวลาเกือบ ๆ  จะ 7  นาฬิกา   ภายในรถอัดแน่นไปด้วยสมาชิก 40  ชีวิต  ทั้ง ๆ  ที่ก่อนหน้านี้เราพยายามอย่างเหลือเกินกับการตัดทอนจำนวนคนลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะไม่อยากให้เกิดปรากฏการณ์ในทำนอง คนล้นงาน  หรือแม้แต่การเพิ่มภาระปากท้องให้กับชุมชนเสียเปล่า ๆ

ด้วยความที่ต้องเดินทางตั้งแต่แรกเช้าเช่นนี้  คุณแดนไทผู้ซึ่งเป็นของแม่ทัพในครัวเรือนของผมก็ขันอาสาตื่นเช้าตรู่ นึ่งข้าวเหนียว  ร้อน ๆ  มาให้นิสิตได้กินกับเนื้อทอดอย่างเอร็ดอร่อย  ถุงบรรจุเนื้อทอดถูกลำเลียงจากเบาะในแถวหน้าไปสู่แถวหลังเป็นระยะ ๆ  .. บางคนยังคงหลับฝันอย่างน่ารัก   ขณะที่เหล่าบรรดาแกนนำก็หลับฝันอย่างอ่อนเพลีย   ส่วนกลุ่มที่ยังไม่หลับ  ก็ปั้นข้าวเหนียวเคี้ยวหมับ ๆ ...  หรือไม่ก็จับไมค์ร้องเพลงอย่างชื่นมื่น

ผมชอบบรรยากาศการกินข้าวเช้าร่วมกันบนรถเช่นนี้มาก   ถึงแม้ไม่ได้ล้อมวงกินข้าวด้วยกันอย่างที่ควรจะเป็น   แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นอุปสรรคจนไม่สามารถแบ่งปันใด ๆ ให้กันและกันได้  อย่างน้อยหลายคนก็ปลุกเพื่อนมากินข้าว  หรือไม่ก็เก็บออมข้าวเหนียวและเนื้อทอดไว้ให้เพื่อนอย่างน่ารัก   รวมถึงการพูดคุยกันอย่างสนิทแน่น  เสมือนภาพชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมอีสานอันร้อยเรียงสายสัมพันธ์ในทำนองว่า  กินข้าวฮวมพา  กินปลาฮวมปิ้ง  ดี ๆ นี่เอง

 

ภายหลังการกินข้าวบนรถได้สร่างซาลง  ผมพยายามบ่อยครั้งที่จะจับไมค์มาพูดทักทาย  หรือแม้แต่การสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันบนรถให้ได้สักครั้ง   แต่ก็ยังไม่บรรลุผล  เพราะหลายคนอิ่มแล้วก็หลับพับไปกับเบาะอย่างน่าชัง   ขณะที่ไมโครโฟนก็ถูก เจ้าเดี่ยว  ยึดครองไปร้องเพลงอยู่คนเดียวอย่างไม่รู้หนาวรู้ร้อน ....

และเมื่อเป็นเช่นนั้น  ผมจึงละวางในสิ่งที่ต้องการสื่อสารนั้นลงอย่างเงียบ ๆ   พร้อมกับปล่อยบรรยากาศบนรถให้เป็นไปตามวิถีนั้น ๆ  อย่างไม่โต้แย้ง   จนกระทั่งเข้าสู่บุรีรัมย์โน่นแหละ  กระบวนการต่าง ๆ จึงเริ่มเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

(๓) รู้จักฉัน...รู้จักเธอ  (เท่าที่เธอให้รู้จัก)

 

ภายหลังการจอดรับหนูนิดที่บุรีรัมย์  พร้อม ๆ กับการลำเลียงหนังสือส่วนหนึ่งลงตู้เก็บสัมภาระของรถบัสเป็นที่แล้วเสร็จ   ผมก็เริ่มที่จะพูดคุยกับนิสิตบนรถถึงเรื่องราวที่รอการค้นพบในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า  เพื่อให้แต่ละคนเข้าใจภาพรวมของกิจกรรมในแนวทางเดียวกัน  รวมถึงการบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนที่กำลังจะไปเยือน,  การบอกกล่าวถึงเรื่องราวของเด็กรักป่าภายใต้การขับเคลื่อนของพี่หน่อยและพี่จืด ผู้ซึ่งมีพลังความรักและความศรัทธาต่อการมีอยู่ของชีวิตอย่างน่ายกย่อง ....

แต่กระนั้น  ผมก็ยังย้ำว่า  นี่เป็นเพียงการบอกเล่าขั้นต้นแบบกว้างเท่านั้น  เพราะผมอยากให้พวกเขาได้รับฟังเรื่องราวเหล่านี้จากเจ้าของเรื่องด้วยตัวเอง  และย้ำให้ตระหนักถึงกระบวนการของการเข้าไปสู่การเรียนรู้อย่างเปิดกว้าง  มิใช่หยัดยืนอย่างมีทิฐิ  จนไม่เปิดใจที่จะเดินเข้าไปค้นหาเรื่องราวต่าง ๆ   ทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวกับเพื่อน,  เรื่องราวของชุมชน,  เรื่องราวของกิจกรรม,  ฯลฯ  โดยหยิบยกบทกวีของพี่ไพวรินทร์  ขาวงาม  นำเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้  ดังนี้

 

                  ในโลกนี้มีพื้นที่มากมายนัก
                แต่มีที่ที่รู้จักไม่กี่ที่
                มีผู้คนมากมายเท่าโลกมี
                แต่มีคนรู้จักดี  ไม่กี่คน

                .....

                เธอเข้าใจฉันบ้างในบางสิ่ง
                สิ่งทุกสิ่งก็ดูจะมีค่า
                ฉันเข้าใจเธอบ้างบางเวลา
                เวลาทุกเวลาก็ดูจะเบิกบาน

                ....

                รู้จักเธอเท่าที่เธอให้รู้จัก
                และรักเธอเท่าที่ใจจะกล้าหาญ
                มีให้เธอเท่าที่มีในวิญญาณ
                ต่อทุกทุกฤดูกาลที่เยี่ยมกราย

ผมไม่แน่ใจนักว่าผมท่องจำมาถูกต้องหรือไม่    แต่ก็สื่อสารไปอย่างฉะฉาน  พร้อมกับการอธิบายว่า  นี่คือโจทย์ของการเรียนรู้สำหรับกิจกรรมนี้   เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ในเรื่องราวของพื้นที่, ผู้คน, และการเคารพในตัวตนของกันและกันบนพื้นฐานของมิตรภาพที่ไม่บิดเบือน

ภายหลังคำอธิบายได้ยุติลง  ผมก็ให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนแนะนำตัวและทักทายกับน้อง ๆ  นิสิต  รวมทั้งการเชิญ หนูนิด  ในนามประธานชมรมศึกษาผลงานวิทยากร  เชียงกูล  มาพูดคุยถึงเรื่องราวของกิจกรรมผ้าป่าหนังสือฯ  นี้อีกครั้ง   จากนั้นจึงมอบหมายให้นิสิตแต่ละคนหันหน้าเข้าหากัน  โดยกำหนดให้แต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองให้เพื่อนฟังคนละไม่เกิน  3  นาที   เพราะนั่นคือกระบวนการละลายพฤติกรรมตามหัวข้อ  รู้จักฉัน...รู้จักเธอ..

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า  เราไม่มีเวลาพอที่จะดำเนินกระบวนการนั้นให้แล้วเสร็จเสียทั้งหมด  เพราะไม่นานนัก   เราทั้งหมดก็เดินทางเข้าสู่ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่าเสียก่อน   ผมจึงได้แต่เปรยบอกในทำนองว่า  ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเรียนรู้ในครั้งนี้กันทุกคน 

 

(๕)  อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย  ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น

 

ก่อนเดินทางเข้าสู่ชุมชนเด็กรักป่า   ผมถือโอกาสพูดคุยกับน้องนิสิตอย่างเปิดเปลือยเกี่ยวกับบทบาทและสถานะในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา

ผมบอกกล่าวกับพวกเขาว่าผมมีความเชื่อมั่นว่าทุกคนจะทำในสิ่งที่ควรจะต้องทำ  ..
ซึ่งนั่นหมายถึง  การบอกย้ำว่า  กิจกรรมครั้งนี้  ชาว
มมส  ทุกคนไม่ใช่มาในฐานะผู้มาเยือนเสียทั้งหมด  แต่อยากให้ตระหนักว่าตนเองเป็นเสมือน เจ้าภาพ  ของกิจกรรมทั้งปวง  ไม่อยากให้งอมืองอเท้า ทำตัวเป็นคุณนายและคุณชายกรีดกรายอย่างน่าหยิก  แต่จงขันอาสาที่ทำโน่นทำนี่อย่างไม่อิดออด   บนกรอบแนวคิด อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย  ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น 

กรณีดังกล่าวเช่นนี้  ผมได้แสดงทัศนะกับพวกเขาว่า   ขุนพลนักกิจกรรมของมหาวิทยาลัยของเรานั้น  ดูจะมีสไตล์เป็น นักเลงลูกทุ่ง  กันมาก  ไม่วางมาดหรู .. ไม่มีมาดเท่ห์   ติดดินและสู้งานอย่างไม่ย่อท้อ

ดังนั้น.  จงเพียรพยายามรักษาวัฒนธรรม   หรือแบบฉบับอันเป็นสไตล์เหล่านี้ไว้อย่างไม่ให้ขาดเขิน และอย่าเขินอายที่จะเป็นตัวตนของตนเองอย่างมีเหตุผล  ...

และภายหลังจากการได้พบปะพูดคุยกับ พี่นก  แล้ว   บรรดาขุนพลนักกิจกรรมก็สวมบทนักเลงลูกทุ่งผู้ชำนาญทุ่งตะลุยงานกันอย่างไม่เกี่ยงงอน  

-  หลายคนจัดสถานที่  ประดับเวที  จัดซุ้ม  และเข้าไปจัดรายการวิทยุชุมชนอย่างครึกครื้น  ขณะที่อีกกลุ่มก็เข้าครัวเตรียมอาหารกันอย่างน่ารัก ...  รวมถึงอีกกลุ่มก็จัดวางบอร์ดต่าง ๆ  อย่างเป็นสัดส่วน  ตลอดจนการนำพาน้อง ๆ  มาช่วยกันขีด ๆ เขียน ๆ  ละเลงความรู้สึกที่มีต่อภาวะโลกร้อนลงในผ้าขาวดิบที่เตรียมมาจากมหาสารคามอย่างน่าสนใจ

 

เช่นเดียวกับบางกลุ่มก็หลบมุมไปจัดเตรียมใบไม้มัดเป็นธนบัตร  เพื่อรอแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้นำไปใช้เป็นเงินไปจับจ่ายใช้สอยในงานวัดที่จะมีขึ้นในค่ำคืนนี้    ซึ่งผมได้มีโอกาสเข้าไปทักทายพวกเขาอย่างเงียบ ๆ  พร้อมกับถามพวกเขาว่า  คิดถึงวันเวลาที่ตนเองเป็นเด็ก ๆ หรือไม่ 


และพวกเขาก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า  “ใช่ ..คิดถึงวัยเด็ก..วัยเด็กที่เคยเล่นขายของ  โดยมีใบไม้เป็นเงินให้ใช้จับจ่ายอย่างรื่นรมย์

 

 

 

รวมถึงอีกกลุ่มก็นั่งเล่นกับน้อง ๆ  และยังมีใจที่จะทำ บอลกระดาษ  ให้เด็ก ๆ ได้เตะเล่นกันอย่างฮาเฮ   โดยพี่นิสิตเองก็เข้าไปรวมทีมวิ่งเตะบอลกับเด็ก ๆ จนฝุ่นตลบ 


และนั่นก็คงชวนให้นิสิตได้หวนคิดถึงชีวิตในวัยที่เป็นเด็กของตนเองบ้างกระมัง  โดยเฉพาะภาพความทรงจำที่ตัวเขาเองเปลือยเท้าวิ่งเตะบอลที่ทำมาจากกระดาษอยู่กลางสนามหญ้าของโรงเรียน  หรือแม้แต่ลานหญ้าและลานดินในหมู่บ้าน,  ในวัด  หรือแม้แต่ในทุ่งโล่งท้ายหมู่บ้าน
!

 

(๖)   พวกเขาพร้อมแล้ว..

 

ผมไม่รู้หรอกว่า  พวกเขาจะรู้สึกลึกซึ้งกับทุก ๆ  ประเด็นที่ผมฝากไว้หรือไม่   แต่ก็มั่นใจว่า  พวกเขาพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมนี้อย่างไม่ต้องสงสัย