พรหมลิขิต
ข้าพเจ้าเชื่อในพรหมลิขิต เพราะได้เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าเอง เรื่องมีอยู่ว่า
6 ธ.ค.35 ณ.หอหญิง 1 มข. วันเปิดหอพักนักศึกษา เป็นวันที่ข้าพเจ้าได้เจอกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เป็นชายหนุ่มท่าทางเซอร์ๆ(แต่งตัวออกแนวคาวบอยมากๆ) ครั้งแรกที่เจอก็รู้สึกถูกชะตา เค้าก็ดูสนใจข้าพเจ้าเช่นกัน เมื่อสบตากันความรู้สึกมันบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าหัวใจเต้นแรง
เค้าแวะห้องข้าพเจ้าตามคำเชื้อเชิญของเพื่อนสาวข้าพเจ้าเอง แต่เราไม่ได้ละสายตาจากกันเลย เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน เค้ามากับเพื่อนอีกคน คณะวิศวกรรมศาสตร์เหมือนกันแต่คนละภาควิชา เค้าเข้ามาห้องข้าพเจ้าเมื่อตอนหอใกล้จะปิดแล้ว จึงได้คุยกันไม่นานมากแต่ข้าพเจ้าก็ได้ให้ทุกคนเขียนบันทึกการเยี่ยมห้อง รวมทั้งเค้าด้วย และยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้
ต่อมาข้าพเจ้ามาทราบในภายหลังว่าเค้าเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกันกับเพื่อนข้างห้องข้าพเจ้า ซึ่งเพื่อนคนนี้แหละที่แนะนำให้เราได้รู้จักกัน (ขอขอบคุณเพื่อนอ้อน)เมื่อเวลาผ่านไปเราก็สนิทกัน ในฐานะแฟนกัน จนกระทั่งเราจบการศึกษาและได้แยกย้ายกันไปทำงาน ต่างคนต่างมีชีวิตการงานที่ต่างกันทำให้เราห่างหายจากกันไป จนกระทั่งได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง สมัยนั้นยังไม่มีมือถือ จึงขาดการติดต่อกันไป เวลาผ่านไป 1 ปี ข้าพเจ้าก็นึกว่าเค้าคงแต่งงานแต่งการไปแล้ว และแล้วฟ้าก็บันดาลให้เราได้กลับมาเจอกัน ถนนหน้าสระน้ำข้างสโมสรอาจารย์ คือที่แรกที่เราเจอกันเราร้องทักกันเสียงดังมาก ด้วยความตื่นเต้น ดีใจ แปลกใจ เค้าเลี้ยวรถกลับมาคุยกันอยู่นาน เราก็นัดเจอกันในวันเกิดข้าพเจ้า
30 มี.ค.38 เค้าพาไปซื้อเค้กวันเกิด และให้พระ 1 องค์เป็นของขัวญวันเกิด ข้าพเจ้าดีใจมาก และคิดว่าผู้ชายคนนี้ท่าทางจะธรรมะธัมโม และเค้าสุภาพมาก ให้เกียรติสุภาพสตรีทุกคน ไม่เฉพาะกับข้าพเจ้าเท่านั้น เค้าพาไปเที่ยวที่บ้าน แนะนำให้แม่เค้ารู้จัก และแนะนำให้รู้จักเพื่อนๆของเค้าทุกคน
เราคบกันเกือบ 9 ปี ได้นับจากวันที่เรารู้จักกันครั้งแรก จึงเก็บเงินและได้แต่งงานกันและเค้าคนนั้นก็คือคุณพ่อของลูกสาวตัวน้อยๆ สองคน นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบ 16 ปีแล้วซินะ
คุณล่ะเชื่อพรหมลิขิตหรือไม่
estin
ปีที่จบ ปีที่เจอ ปีที่พบ ... ระยะเวลาดูเหมือนจะ ... อายุใกล้เคียงกะผมนะครับเนี่ย ...
มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่า เชื่อเรื่อง Destiny ไหม ? ผมก็บอกว่า ก็ 50 - 50 นะ .. แต่เชื่อว่า อยู่ที่ไหนกันก็ไม่รู้ อยู่ ๆ มาเจอกันได้ แปลกดี
ขอบคุณครับ :)
เรื่องนี้เทพบันดาลครับ
สตาฟมหาวิทยาลัย...เค้าทานข้าวโต๊ะเดียวกัน นั่งรถคันเดียวกัน เค้าบอกว่า เคยมีเพื่อนอยู่คณะพยาบาล เอ่ยชื่อเรา จุดไต้มาตำตอ...ก็นั่นพี่สาวเราเอง จึงเป็นที่มา ของความเชื่อ เรื่อง การชักนำของพรหมลิขิต...การเจอกันในครั้งที่ 2 เชื่อมต่อจากครั้งแรกอย่างรวดเร็ว...แต่จนป่านนี้ยังไม่มี"ตัวน้อย" แบบพี่ปิ๋มเลย อิอิ
เรื่องราวน่ารักจังค่ะ ส่วนใหญ่เพื่อนเรียนถ้าจบแล้วไม่แต่งกัน ก็มักจะเลิกกันไป ไม่ได้รีเทิร์นมาเจอกันแบบนี้อีก แต่เอ...รุ่นนั้นจบไปมีมือถือแล้วค่ะ เพียงแต่แพงมากอยู่ หลายหมื่น ที่ใช้เครื่องแรกก็ Nokia รุ่นปาหัวน็อกเพราะใหญ่มาก คุยนานไม่ได้ เมื่อย : ) ขอแจมแซวอ.วสวัตว่า 555 รุ่นเดียวกันนี่นา นึกว่าแก่มาซะตั้งนาน ^ ^
Romantic จริงๆๆค่ะ
Puppy love ...Real love
Congratulation for your love.
สวัสดีค่ะ ..
ตอบได้เลยว่า "เชื่อค่ะ" ^^
สวัสดีคะ...เชื่อคะ.. บางครั้ง เค้าอาจจะไม่ได้เป็นรักแรกพบ เราอาจจะผ่านเหตุการณ์ที่ดีและร้ายต่างๆนานา ก่อนที่จะมาเจอกัน ..แต่ปัจจุบันเราคือคนที่สำคัญของกันและกัน..ทุกอย่างก็คือ พระพรหม ได้ขีดเส้น กำหนด ให้เรา "อยู่ร่วมทุกข์และสุขด้วยกัน" ... ขอชื่นชมในความรักที่มั่นคงของพี่ๆทั้งสองคะ...
อยากเชื่อ แต่ยังพิจน์กับตัวเองไม่ได้ค่ะ อิอิ
แบบนี้ต้องลองพิสูจน์นะคะพี่ไก่
เชื่อนะค่ะ แค่ความรู้สึก ...แว๊บเดียว ก็สัมผัสได้
ครูเอ รู้สึกคุ้นๆเหมือนรู้จักกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ในวันลงทะเบียน มีพี่ๆมารับน้องใหม่ และไม่นานเราก็พบกันในคณะ กลายเป็นคนคุ้นเคยกันตั้งแต่นั้นมา
สวัสดีค่ะคุณครูเอ คนสวย
ตอนนี้เป็นคุณพ่อของลูกแล้วค่ะ
To พี่ปิ๋ม คนสวย (ขอออกนอกเรื่องพรหมลิขิตนะคะ)
ปัญหาเรื่องนมที่เราเจอกันเวรดึก...ได้เล่าแลกเปลี่ยนตอนส่งเวร...คิดว่าเป็นโอกาสพัฒนาต่อไป...แต่หากจะมีอะไรตามไป อาทิ เช่น การปฏิบัติหรือการกระทำอันใดที่จะก่อให้คนทำงาน(ด้วยความตั้งใจ) ทางฝั่งกระโน้นเคืองใจ ก็ขอให้คิดว่า...เป็นเสียงของสายลมนะคะ...(บอกเผื่อไว้เผื่อมีอะไร แต่ไม่อยากให้มีอะไร รู้ว่าทุกคนต่างก็ตั้งใจมั่นที่จะทำงานตัวเองให้ดีที่สุดแน่นอน)
love you
สวัสดีค่ะ
พี่เป็นคนที่เชื่อเรื่องพรหมลิขิตมากๆ