ปรากฏการณ์ต่างๆทางสังคมนั้นจะกล่าวแบบกว้างๆก็เพราะเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมประเทศนั่นเอง ผู้บันทึกเคยแลกเปลี่ยนเรื่องนี้กับคนทำงานพัฒนาชนบท และกลุ่มเพื่อนๆในวงการ NGOs และสรุปร่างแนวคิดนี้ไว้ อย่างคร่าวๆ ใคร่จะหยิบเรื่องนี้มาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ครับ
สังคมไทยหรือสังคมไหนๆก็มีอดีต มีประวัติศาสตร์ มีพัฒนาการ มีเหตุการณ์ต่างๆมากมาย และอดีตทั้งหมดมีผลต่อพัฒนาการของสังคมในปัจจุบัน อย่างที่เราๆ ท่านๆ ทราบดีอยู่ นี่เองคือความสำคัญของการเรียนการศึกษาประวัติศาสตร์ ในทุกสาขาที่เป็นองค์ประกอบของสังคม ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ฯ

Diagram ข้างบนนั้นแสดงให้เห็นแนวสมมุติการเคลื่อนของสังคม จากฐานเดิมของความเป็นไทยๆ เรามีสถาบันกษัตริย์ เรามีสถาบันศาสนาที่เปิดกว้างทุกศาสนา เรามีสถาบันสังคมที่เป็นแบบแผนปฏิบัตินั่นคือวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อต่างๆ ที่เราเรียกรวมๆกันว่า ทุนทางสังคม วันเวลาผ่านการขับเคลื่อนด้วยสถาบันเหล่านั้น สังคมก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยปัจจัยภายในของสังคมเป็นด้านหลัก อาจจะมีปัจจัยภายนอกบ้างก็ในแง่ของการเกิดศึกสงครามแต่ก็เป็นเพียงชั่วคราว และไม่ได้ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปมากมายนัก

สังคมประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อสังคมโลกขับเคลื่อนและเข้ามาเกี่ยวข้องกับประเทศไทยเรา เช่น ลัทธิล่าอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตกในสมัยนั้น ซึ่งผู้นำประเทศและพระปรีชาญาณของพระมหากษัตริย์ไทยทรงปรีชาญาณนำพาประเทศรอดพ้นมาได้ แต่เป็นเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามมา เช่น การทำสัญญาเบาริ่ง ซึ่งยอมรับกันว่าเป็นเงื่อนไขการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่ให้มีการค้าขายระหว่างประเทศ (ก่อนหน้านี้ก็มีแล้ว แต่ไม่ได้ส่งผลมาก) การนำเข้าสินค้าและสิ่งอื่นๆเข้ามาในประเทศเรา ทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นการสะสมปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงอีกหลายประการในช่วงเวลาต่อมา
นอกจากสัญญาเบาริ่งแล้วในช่วงเวลาต่อมาเราก็เริ่มสร้างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นการกำหนดแผนพัฒนาประเทศให้ก้าวเข้าสู่ความทันสมัย อันเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมทั้งด้านสร้างสรรค์ และสะสมปัจจัยให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆตามมาภายหลัง แล้วสังคมโลกก็ก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ ที่มีทุนเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมโลกให้พัฒนาไป
สังคมโลกที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วนั้น ได้เกาะเกี่ยวให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคการค้าเสรีระหว่างประเทศขึ้น มีส่วนทำให้สังคมไทยเปิดกว้างต่อธุรกิจต่างๆทั่วโลกที่สามารถเลือกมาลงทุนในประเทศไทยได้ และกอบโกยกำไรอย่างมหาศาลออกไป ระบบนี้ผลักดันให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยอัตราเร่งทีเดียว ส่งผลกระทบมหาศาลต่อวิถีชีวิต และระบบชุมชนต่างๆอย่างไม่เคยมีมาก่อน ปรากฏการณ์ต่างๆทางสังคมที่เราทราบกันดีตามสื่อมวลชนต่างๆนั้น คือผลพวงของความไม่สมดุลของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะประชาชนผู้ด้อยโอกาสต่างๆในสังคม
สัญญาเบาริ่งก็ดี แผนพัฒนาฯชาติก็ดี ระบบโลกาภิวัฒน์ก็ดี ระบบการค้าเสรีระหว่างประเทศก็ดี และอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมทั้งหมดนั้นคือแรง G ที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการผลักดันสังคมไทยให้เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนตัวตามแนว A1 ไปสู่ A2 จนถึง A5 และ Ac นั้น หันเหไปสู่แนว Acg1 (ตาม diagram) ด้วยแรงกระทำของ G นั่นเอง
ทิศทางการเคลื่อนที่ของสังคมประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปจากแนว A5- Ac ไปสู่แนว A5-Acg1 นั้นก่อให้เกิด “องศาของการเปลี่ยนแปลง” (หรือ D) และแปรผันตามแรง G ที่กระทำต่อการเคลื่อนที่ของ A5 สู่ Ac

ปรากฏการณ์ขยับตัวของปัจจัยภายนอกที่รุกเข้ามา ทั้งโดยการพยายามเข้ามาแสวงหาประโยชน์ และการนำเข้ามาของทุนภายใน และการเข้ามาด้วยเงื่อนไขอื่นๆ ทวีความหนาแน่นมากขึ้น ด้วยเหตุปัจจัยที่รัฐบาลผู้บริหารประเทศต้องการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่การเป็นแหล่งอุตสาหกรรมของโลก ต้องการยกระดับให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีความทันสมัย และด้วยเหตุผลอื่นๆ ได้ก่อให้เกิดการขยายตัวของ“องศาของการเปลี่ยนแปลง”มากขึ้น
แรงกระทำที่มากขึ้นของG กระทำต่อ แนวการเคลื่อนตัวของ A5-Ac ส่งผลให้ทิศทางการเคลื่อนตัวของสังคมจากแนว A5-Ac เปลี่ยนไปเป็น A5-Acg2 และก้าวไปสู่ A5-Acg3 และต่อไปเรื่อยๆตราบเท่าที่ G มีแรงมากเพียงพอ หรือกล่าวในอีกทางหนึ่งก็คือ แรงกระทำที่มากขึ้นของ G จะสร้างให้เกิด “องศาของการเปลี่ยนแปลง” มากขึ้นเป็นสัดส่วนตรงนั่นเอง
การเคลื่อนที่ของ A5 นั้นมิใช่มีเพียงปัจจัยภายนอกเท่านั้น ยังมีปัจจัยภายในเองด้วย เช่นการยอมรับคุณค่าของแรง G การปรับเปลี่ยนค่านิยมของ A5 การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การหลงใหลในรสนิยม ทัศนคติแบบ G มากขึ้นของมวล(Mass) ใน A5 แนวนโยบายของรัฐบาล และแรงผลักดันของกลุ่มทุนระดับชาติ ฯลฯ
การขยายตัวขององศาของการเปลี่ยนแปลงนั้นก็มี “แรงเสียดทาน” หรือ “แรงต้าน” อันเป็นคุณสมบัติเดิมของ A5 ที่ไม่ยอมรับคุณค่าใหม่บางเรื่องบางส่วนของ G เราอาจจะเรียกรวมๆของแรงต้านนี้ว่า “พลังต่างๆในสังคม” หรือก็คือ “ทุนทางสังคม” ของสังคมไทยนั่นเอง การเปลี่ยนแปลงทางสังคมนั้นเป็นแบบสะสม ค่อยเป็นค่อยไป และสังคมที่อยู่ศูนย์กลางอำนาจ หรือตัวเมืองจะเปลี่ยนแปลงก่อน หรือมากกว่าสังคมที่อยู่ห่างออกไป หรือสังคมชนบท ตามทฤษฎี Periphery Theory ในทางสังคมวิทยามานุษยวิทยา
(ต่อตอนสอง)
สวัสดีครัีบพี่บางทราย
สบายดีไหมครัีบ ยอดเยี่ยมไปเลยครัีบ การนำเสนอสวยงามครับผม เนื้อหาเปี่ยม...
เปลี่ยนไปหนึ่งองศาของการเคลื่อนไหว กระทบกันทุกๆอย่างตามแนวรัศมี เปลี่ยนแปลงหนึ่งองศาซี(ในทะเล)มหาสมุทรปั่นป่วน
ขอบคุณมากๆนะครัีบ
น้องเม้งมีสูตร ทางคณิตรศาสตร์เรื่อง momentum ของแรงนี้ไหมครับ
แวะมาเยี่ยมครับ
สบายดีไหมครับ
พรุ่งนี้ตี 5 ครึ่ง ต้องพาเด็กไปวิ่งมาราธอนต่อต้านยาเสพติดนะครับ
ครูโย่งครับ
ผมสบายดีครับ
ขอให้การพาเด็กไปวิ่งมาราธอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับพี่บางทราย
ลองแตกแรงดูไหมครับ ว่าการเคลื่อนที่ของ A5 จะเป็นอย่างไร
แรงสะสมจาก A4, G และแรงน้ำเข้าอื่นๆ ตลอดจนแรงภายในเอง
จะ่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ หรือองศาที่เปลี่ยนไปว่าเท่าไหร่
จะแหกโค้งหรือไม่ หรือยังอยู่ในวงของอัตราเชิงมุมอย่างการขับรถเลี้ยวโค้งครับ...
ขอบคุณมากๆ นะครับ
โมเมนตัม = มวลของวัตถุ x ความของวัตถุนั้นที่เคลื่อนที่ไป
มวลคงที่หรือไม่? หรือเปลี่ยนแปลงตามเวลา ตามการเคลื่อนที่
ความเร็วของวัตถุเปลี่ยนแปลงไหมเมื่อมีการเปลี่ยนทิศทาง
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับเม้ง พี่จะเอาไปคิดต่อครับ
ขอแลกเปลี่ยนนะครับท่านบางทราย
ผมมองทฤษฎีลูกตุ้ม ( นาฬิกา ) อีกแบบนึง จำไม่ได้ว่าอ่านหรือได้ยินมา หรือได้มาจากพูดคุยกัน ( แต่น่าจะได้จากการพูดคุยกันมากกว่า เพราะระยะหลังนี่อ่านหนังสือค่อนข้างน้อยครับ )
ลูกตุ้มนาฬิกาควรจะอยู่ในจุดสมดุล คืออยู่ตรงกลางพอดี แต่เริ่มต้นเราจะให้มันเริ่มจากสุดด้านนึงแล้วปล่อย ลูกตุ้มนาฬิกาก็จะแกว่งผ่านจุดสมดุลไปยังอีกด้านหนึ่ง พอสุดแล้วมันก็จะแกว่งกลับผ่านสุดสมดุลไปอีกด้านหนึ่ง
มันจะแกว่งช้าลงๆ และแกว่างน้อยลงๆจนหยุดที่จุดสมดุล คือไม่แกว่งอีกต่อไปแล้ว เวลาหมดลาน
ถ้าเราขึ้นลานใหม่แล้วโยกลูกตุ้มใหม่ มันก็จะเริ่มแกว่งใหม่ แต่เมื่อหมดลานมันก็จะกลับมาอยู่ที่ที่มันควรจะอยู่ คือจุดสมดุล เมื่อหมดลาน ลูกตุ้มนาฬิกาคงไม่หยุดที่จุดสูงสุด ด้านใดด้านหนึ่งแน่นอน
ยกตัวอย่างระบอบการปกครอง สมมุติด้านหนึ่งเป็นการปกครองแบบเผด็จการ ( ขวาสุด ) อีกด้านหนึ่งก็เป็นเสรีอย่างสุดๆ ( ซ้ายสุด ) ซึ่งจริงๆแล้วในจักรวาลนี้ไม่มีอะไรที่เป็นสองสิ่งตรงข้ามกัน อิอิ
จุดที่เหมาะสม อยู่ตรงกลางครับ มันจะอยู่สุดไปข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้หรอกครับ
ของจริงมันไม่ได้มีมิติเดียว มันมีหลายมิติ
ระบบราชการ การเมือง ภาคประชาชน ( และอื่นๆอีกมาก ) ต้องเข้มแข็งพอๆกันและอยู่ในจุดสมดุลครับ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแข็งแรงเกินไป มันก็เหมือนลูกตุ้มลอยอยู่นอกจุดสมดุลครับ อยู่ไม่ได้แน่ๆ
ต้องมาช่วยกันดูครับว่าจุดที่สมดุลมันอยู่ตรงไหน ? เรากำลังลากลูกตุ้มไปไว้จุดที่สูงกว่าจุดสมดุลรึเปล่า จุดนั้นมันนิ่งไม่ได้หรอกครับ
ประเทศเราลูกตุ้มมันแกว่งไม่หยุดครับ อิอิ
สวัสดีครับคุณหมอ
7. คนชอบวิ่ง
คุณหมอคนชอบวิ่ง:
ผมมองทฤษฎีลูกตุ้ม ( นาฬิกา ) อีกแบบนึง..... ลูกตุ้มนาฬิกาควรจะอยู่ในจุดสมดุล คืออยู่ตรงกลางพอดี แต่เริ่มต้นเราจะให้มันเริ่มจากสุดด้านนึงแล้วปล่อย ลูกตุ้มนาฬิกาก็จะแกว่งผ่านจุดสมดุลไปยังอีกด้านหนึ่ง พอสุดแล้วมันก็จะแกว่งกลับผ่านสุดสมดุลไปอีกด้านหนึ่ง
มันจะแกว่งช้าลงๆ และแกว่างน้อยลงๆจนหยุดที่จุดสมดุล คือไม่แกว่งอีกต่อไปแล้ว เวลาหมดลาน
ถ้าเราขึ้นลานใหม่แล้วโยกลูกตุ้มใหม่ มันก็จะเริ่มแกว่งใหม่ แต่เมื่อหมดลานมันก็จะกลับมาอยู่ที่ที่มันควรจะอยู่ คือจุดสมดุล เมื่อหมดลาน ลูกตุ้มนาฬิกาคงไม่หยุดที่จุดสูงสุด ด้านใดด้านหนึ่งแน่นอน
บางทราย:
ผมเห็นด้วยครับคุณหมอ เป็นหลักการที่จินตนาการได้อย่างชัดเจนครับ แนวคิดนี้ไปตรงกับข้อสรุปที่ผมทำไว้ว่า องค์กรย่อมมีการปรับตัว สังคมก็ย่อมมีการปรับตัว ปรับตัวเพื่อความสมดุล และการปรับตัวก็ใช้เวลาระยะหนึ่ง ช้าหรือเร็วขึ้นกับเงื่อนไขต่างๆ แต่ในที่สุดความสมดุบขององค์กรคือ การยึดกฏระเบียบข้อบังคับ หรือความเห็นพ้องต้องกันของสังคมว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน นั่นแหละความสมดุล
คุณหมอคนชอบวิ่ง:
ยกตัวอย่างระบอบการปกครอง สมมุติด้านหนึ่งเป็นการปกครองแบบเผด็จการ ( ขวาสุด ) อีกด้านหนึ่งก็เป็นเสรีอย่างสุดๆ ( ซ้ายสุด ) ซึ่งจริงๆแล้วในจักรวาลนี้ไม่มีอะไรที่เป็นสองสิ่งตรงข้ามกัน อิอิ จุดที่เหมาะสม อยู่ตรงกลางครับ มันจะอยู่สุดไปข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้หรอกครับ ของจริงมันไม่ได้มีมิติเดียว มันมีหลายมิติ ระบบราชการ การเมือง ภาคประชาชน ( และอื่นๆอีกมาก ) ต้องเข้มแข็งพอๆกันและอยู่ในจุดสมดุลครับ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแข็งแรงเกินไป มันก็เหมือนลูกตุ้มลอยอยู่นอกจุดสมดุลครับ อยู่ไม่ได้แน่ๆ ต้องมาช่วยกันดูครับว่าจุดที่สมดุลมันอยู่ตรงไหน ?
บางทราย:
เห็นตรงกันครับคุณหมอ ตอนต่อไปผมกำลังเสนอว่า สังคมเราต้องเปลี่ยนแปลงแน่นอน ไม่มีทางที่จะจับให้มันอยู่นิ่งๆได้ ครั้งหนึ่งนักวิชาการกลุ่มหนึ่งมักจะเหน็บกลุ่มที่มักพูดถึงสังคมดีแบบดั้งเดิมว่า เป็นพวก "Good Old Day" ซึ่งไม่มีทางที่จะกลับไปอยู่จุดเดิมได้ ซึ่งความจริงนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป แต่เรากำลังชี้ให้เห็นว่า ของดั้งเดิมที่ดีดีมีอยู่ในสังคมนี้นั้น ควรที่จะเอามาหสมหสานกับของใหม่แล้วสร้างความเหมาะสมใหม่ได้ไหม? ซึ่งก็ตรงกับคุณหมอว่าเราต้องการความสมดุลใหม่...
ลูกตุ้ม Globalization กำลังสวิงไปสุดๆสมมุติไปทางขวามือ แต่เราก็ชี้จุดดีจุดด้อยของ Globalization ว่ามี ดี 1, 2, 3, 4 และห้า แต่ก็มีด้อย 5, 6, 7, 8 ขณะเดียวกัน สังคมเอทมีของดี a,b,c,d และมีด้อย e, f, g เราจึงต้องการเอา 1,2,3,4, มาผสมผสานกับ a,b,c,d ได้ไหม อย่างไร ฯลฯ..... และหากจะดูว่าอยู่ตรงไหนของ diagram ก็น่าที่จะอยู่ประมาณ Acg2 ครับ...
คุณหมอคนชอบวิ่ง:
เรากำลังลากลูกตุ้มไปไว้จุดที่สูงกว่าจุดสมดุลรึเปล่า จุดนั้นมันนิ่งไม่ได้หรอกครับ
บางทราย:
หากถามผม ผมตอบว่า ผมกำลังเสนอให้สร้างแรงเสียดทานทางสังคม เพื่อมิให้การไหลบ่าของ Globalization นั้นรุนแรงเกินไป โดยฟื้นฟูคุณค่าทางสังคมไทยที่เป็นทุนทางสังคมออกมา แต่อยู่ในรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับเงื่อนไขของสังคมปัจจุบันและอนาคต เพื่อมิให้การแกว่งของลูกตุ้มสวิงแรงเกินไป รายละเอียดเรื่องนี้ผมจะกล่าวต่อไปครับคุณหมอครับ
คุณหมอคนชอบวิ่ง:
ประเทศเราลูกตุ้มมันแกว่งไม่หยุดครับ อิอิ
บางทราย:
ผมเห็นด้วยครับว่าสังคมเราไม่หยุดนิ่ง และจะไม่นิ่งแน่นอน เพราะสังคมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สังคมประเทศผูกพันกับต่างประเทศมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น ยุ่งเหยิงมากขึ้น แรงเหวี่ยงของสังคมก็มีแรงเฉื่อยมากขึ้นด้วย
การแกว่งของลูกตุ้มของประเทศ ได้สร้างผลกระทบต่อสังคมมากมาย โดยเฉพาะสังคมชนบทและคนยากจน และเขาเป็นกลุ่มคนที่ถูกลูกตุ้มคือแรงเหวี่ยง เหวี่ยงชุมชน เหวี่ยงเขาไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว ขาดสติ แม้จะมีสติแต่แรงเหวี่ยงแรงเหลือเกิน หากไม่มีความเข้มแข็งทางสำนึก เขาย่อมถูกแรงเหวี่ยง สลัดหลุดออกไปจากแกนแห่งชีวิตได้ครับ
ขอบคุณมากครับคุณหมอ ที่เข้ามาเติมสิ่งสำคัญส่วนนี้ครับ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
สบายดีไหมค่ะ ตามมาทักทาย แอบตามคุณหมอมา
เนื้อหา สาระ แนวคิดชัดเจนตรงประเด็นแบบมองเห็นภาพเป็นขั้นตอนเลยค่ะ
แต่เห็นด้วยกับคุณหมอในประเด็นการไขลาน และลูกตุ้มกลับมาแกว่ง ขึ้นอยู่ที่กระแสสังคมช่วงนั้นเป็นอย่างไร ขึ้นหรือลง ถ้าขึ้น ก็แกว่งแรงหน่อย ถ้าลงก็ค่อย ๆ แผ่วลงจนถึงจุดสมดุล หรือพูดง่าย ๆ คือวัฎจักรนั่นแหละค่ะ
ตามมาด้วยความรู้อันน้อยนิด และเพื่อเพิ่มพูดประสบการณ์เรียนรู้ มีอะไรโปรดชี้แนะด้วยนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ อิอิ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
9. Ranee
สวัสดีครับ พี่สบายดีครับ ขอบคุณมากครับ
ราณี:
แต่เห็นด้วยกับคุณหมอในประเด็นการไขลาน และลูกตุ้มกลับมาแกว่ง ขึ้นอยู่ที่กระแสสังคมช่วงนั้นเป็นอย่างไร ขึ้นหรือลง ถ้าขึ้น ก็แกว่งแรงหน่อย ถ้าลงก็ค่อย ๆ แผ่วลงจนถึงจุดสมดุล หรือพูดง่าย ๆ คือวัฎจักรนั่นแหละค่ะ
บางทราย:
กรณีของลูกตุ้ม พี่อาจจะมองว่าน่าจะเป็นแบบจำลองของเหตุการณ์ทางสังคมที่ชัดเจนครับ พี่ก็เห็นด้วย แต่ แบบจำลอง Momentum ของแรงนั้นเป็นแบบจำลองภาพใหญ่ของสังคมประเทศกับสังคมโลกที่เกี่ยวข้องกันอย่างมีผลต่อเนื่อง เช่น โอเปค ขึ้นราคาน้ำมันก็กระทบถึงพ่อชาดีที่ดงหลวงทันที เพราะพ่อชาดีต้องซื้อน้ำมันไปใส่อีแต๊กนั่นเอง นี่คือแรง G จากภายนอกที่กระทำกับสังคมไทย และกระทบต่อคนไทย
อีกกรณี ประเทศฟินแลนด์ผลิต Nokia แบบ G3 ออกมาแล้วส่งมาโฆษณาในประเทศไทย วัยรุ่นไทยก็กรี๊กกร๊าดกันที่จะอยากมี อยากได้ และหลายคนพยายามหามาเป็นของตนเองจนได้ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในสินค้าตัวใหม่ของ Nokia นั้นเป็นแรง G ทั้งภายนอกและภายใน ไปกระตุ้นต่อมทันสมัยของวัยรุ่น ก็เกิดการแกว่งของลูกตุ้มในเรื่องค่านิยม ความทันสมัยทันที นี่คือแรงที่กระทำกับสังคมไทยครับ
คุณหมอถามหาความสมดุล พี่เองก็เห็นตรงกันว่าเราต้องให้เยาวชนมีสติในการพิจารณารับแรงเหวี่ยงนี้ของลูกต้ม (ซึ่งยากส์...) แต่ในฐานะคนทำงานพัฒนาต้องคิด ต้องทำ มากน้อง ได้ไม่ได้ก็ต้องทำ ลองทำ ลงมือทำ อย่างใดอย่างหนึ่งน่ะครับ เพื่อลดแรงเหวี่ยง และหาทางลดอัตราการแกว่งให้น้อยลงมา คงไม่มีทางที่ลูกตุ้มหยุดนิ่งน่ะครับ
ราณี:
ตามมาด้วยความรู้อันน้อยนิด และเพื่อเพิ่มพูดประสบการณ์เรียนรู้ มีอะไรโปรดชี้แนะด้วยนะคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ อิอิ ขอบคุณค่ะ
บางทราย:
เรื่องนี้ไม่มีใครเชี่ยวชาญหรอกครับ เพียงเอามุมมองของตนเองมาแลกเปลี่ยนกันน่ะครับ ไม่มีผิด ถูก ครับ มุมมองคุณหมอพี่ก็ชอบมากๆ จะเอาไปคิดต่อด้วยครับ
ขอบคุณครับ คิดถึงน้องนีนาจังเลย..ครับ
สวัสดีครับ
10. เด็กข้างบ้าน
เด็กข้างบ้าน:
บางทราย:
ขอบคุณมากครับ
เรียนเพื่อนๆครับ ตอนสองคงได้ลงรายละเอียดครับ ตอนแรกเอาหลักการ หรือแนวทางก่อนครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ ลุงบางทรายจ๋า
ลุงจ๋า ทำอะไรอยู่เจ้าค่ะ คิดถึงงงงงงง กอดดดดดดดดดด รักลุงที่สู๊ดดดด รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^
สวัสดีเจ้าเด็กน้อย
14. โก๊ะจิจัง แซ่เฮ ^๐^!
ลุงสบายดีเจ้าค่ะ หวังว่าหนูสบายดีนะ ปรับตัวได้แล้วนะ ต่อไปก็วิ่งปรู๊ดเลยซิ ....
คิดถึงหนูเจ้าค่ะ...
ถ้าพอจะเห็นด้วยกับแนวคิดลูกตุ้มนาฬิกา ก็ต้องระวังไม่โยกลูกตุ้มให้สูงเกินไปและบ่อยเกินไป เพราะมันจะแกว่งไปแกว่างมาอีกนานกว่าจะหยุด ยิ่งยกสูงเท่าไหร่ มันก็แกว่งสูงตามไปด้วย เสียเวลาเปล่าๆ อิอิ
คุณหมอครับ
ท่านบางทรายไม่ได้ทำ รู้ว่าใครทำอยู่ หรือกำลังจะทำ ช่วยไปเตือนด้วยนะครับ 55555
คนชอบวิ่ง :
ท่านบางทรายไม่ได้ทำ รู้ว่าใครทำอยู่ หรือกำลังจะทำ ช่วยไปเตือนด้วยนะครับ 55555
บางทราย:
อะจื๊ยยยยยยย.... อยากจะทำจังเลยครับคุณหมอ สังคมนี้ แม้ตัวผมจะใหญ่ (อ้วน อิอิ..) แต่ไม่มีบารมี ผมเป็นเพียงคนหนึ่งเท่านั้นเองครับ... ได้แต่ภาวนาให้สังคมนี้เย็นลงและสงบโดยเร็ว
แต่มุมหนึ่งมันก็เป็นธรรมชาติของการเคลื่อนตัวของสังคม ที่ระหว่างทางเดินนั้น หรือระหว่างที่สังคมขยับตัวนั้น ย่อมที่จะส่งผลสะเทือนไปถึงองคาพยพโดยรวมด้วยน่ะครับ
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณหมอกล่าวถึง ก็จะพยายามทำมากกว่าการภาวนาครับ อิอิ.. แต่ไม่รับรองผลนะครับ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่ท่านบางทราย
* มาด้วยความคิดถึง ..
* อย่างอื่นอาจจะเปลี่ยนแปลง
* แต่ ความปรารถนาดี ความรัก
ด้วยจิตคารวะ ต่อพี่ท่าน ยังเหมือนเดิมค่ะ
... แค่นี้นะคะ ... รักษาสุขภาพค่ะพี่ท่าน