เหตุการณ์วันนี้ขอยืนยันครับว่าเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นมาหมาด ๆ ตอนบ่ายของวันที่แดดร้อน ๆ
ขณะที่ผมกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานด้านในกำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารปึกใหญ่  เสียงดังโหวกเหวก เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเป็นฉากหลังของเสียงสองเสียงที่กำลังโต้เถียงกันอย่างสุภาพตรงหน้าเคาน์เตอร์ฝาก-ถอนบริเวณด้านหน้า


พนักงาน : ไม่มีเงินโอนเข้าเลยค่ะคุณพี่
คุณพี่     :  ไม่มีได้ยังไงล่ะ วันก่อนเพิ่งคุยโทรศัพท์กับคุณพ่อทักสินกับคุณแม่พดจะมานอยู่เลย
พนักงาน : ( อึ้ง .. เงียบบบ ..ยิ้มไว้ก่อนแม่สอนไว้ )
คุณพี่     : คุณพ่อกับคุณแม่บอกว่าวันนี้จะโอนเงินเข้าบัญชีให้ 10 ล้านเลยนะ จะไม่มีเงินเข้าบัญชีได้ยังไง
พนักงาน : ไม่มีเงินโอนเข้าบัญชีจริง ๆ ค่ะคุณพี่
                 ....เสียงการโต้เถียงกันอย่างสุภาพส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนลูกค้าท่านอื่นๆ เล็งจุดสนใจมาที่บริเวณด้านหน้าเคาน์เตอร์เป็นจุดเดียว 
คุณพี่     : ก็คุณพ่อทักสินกันคุณแม่พดจะมานจะโอนเงินเข้าจริง ๆ แล้วชั้นจะโกหกเธอไปทำไม(วะ) 
                 ....................................................................................

บรรยากาศส่อเค้าเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผมได้แอบซุ่มและฟังอยู่บริเวณโต๊ะทำงาน จึงอดที่จะเดินออกมาร่วมวงเสวนาถึงคุณพ่อทักสินและคุณแม่พดจะมานที่ว่านี้ไม่ได้ ...ผมเดินดุ่ม ๆ ออกไป ( เอ..ทำไมต้องเดินดุ่ม ๆ ด้วย เดินดีดี ก็ได้นิ ) ร่วมวงสนทนาด้วยในบัดนั้น

ผมมองดูการแต่งตัวของคุณพี่ท่านนี้ก็แต่งตัวดี สุภาพ เป็นชุดผ้าไหมที่สวยงามแต่ไม่ถึงกับหรูหราเหมือนกับจะไปออกงานกาล่าดินเนอร์ ทำทรงผมทรงคุณนายเป็นจุดเด่นที่ชัดเจน (ซึ่งผมมักจะเรียกทรงผมตีกระบังหน้านี้ว่า ทรงสระอิ ) คุณพี่ท่านนี้อายุประมาณ 40 กว่า ๆ เห็นจะได้

ผม     : ขอโทษนะครับ มีอะไรขัดข้องให้ช่วยรึเปล่าครับคุณพี่
คุณพี่  : ดูสิ เนี่ยพี่มาปรับสมุดว่าเงินจะเข้าๆ แต่พนักงานคนนี้มีแต่บอกว่าไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่รู้ทำงานยังไง
ผม     : แล้วเงินจะโอนเข้าเท่าไหร่ครับ .......สิบล้านนนนนนนน (ผมพูดตามคำพูดที่คุณพี่บอกย้ำ)
คุณพี่  : ก็คุณพ่อทักสินกับคุณแม่พดจะมานโทรฯมาบอกว่าจะโอนเงินมาให้ 10 ล้าน 
           แกไม่โกหกหรอกคนระดับนั้นน่ะ

               .................................................................................

เอาล่ะซิครับพี่น้องครับ  งานเข้าแล้วครับ จากที่เคยดูในทีวีไม่รู้เลยว่าคุณพ่อทักสินกับคุณแม่พดจะมานมีลูกอีกคน แต่ที่แปลกคือลูกคนนี้ดูแล้วอายุน่าจะใกล้เคียงกับคุณพ่อคุณแม่เลยครับ  อิอิ  ผมเลยเชิญคุณพี่ท่านนี้มานั่งสงบสติอารมณ์ พูดคุยกันต่อที่โต๊ะทำงานของผม ...  อิอิ

คุณพี่  : คุณพ่อฯ กับคุณแม่ฯ โอนเงินจะเอาให้พี่ไปซื้อเขาพระวิหาร ฯ กัมพูชา

(คุณพี่พูดเสียงดังชัดเจนมาก  ซึ่งผมคิดว่าเสียงนั้นคงจะดังไปจนถึงบริเวณรับรองลูกค้าด้านหน้า ผมสังเกตุได้จากรอยยิ้มและอาการกลั้นหัวเราะของลูกค้าที่รอลุ้นอยู่ด้านหน้า 5555

ผม     :  ( อึ้ง ทึ่ง  อิอิ  .. อ้าววววว บ้านี่หว่า  งานเข้าตัวเบ้อเร่อเลย 55555 )

ผมนั่งคุยไปเรื่อย ๆ ด้วยท่าทีที่สบายขึ้น อิอิ ก็ปล่อยให้คุณพี่คนนี้เล่าไปเรื่อย ๆ ผมก็แหย่ ๆ ไปเรื่อยจนสรุปได้ว่า วันนี้แกจะมาถอนเงินจำนวน 10 ล้านบาท ที่คุณพ่อทักสินและคุณแม่พดจะมานโอนมาให้ เพื่อที่จะไปซื้อปราสาทเขาพระวิหาร   .. ป้าดดดดดด ( บ้าทันสมัยจริง ๆ ) อิอิ 55555555555

ระหว่างที่ผมนั่งคุยกับคุณพี่ท่านนี้ ผมก็นั่งคิด คิด ๆ ๆ และก็ คิด ว่า บ้ามา กูก็จะบ้าตอบล่ะวะ  ผมเลยหยิบสมุดบัญชีของคุณพี่มาดูอีกครั้งหนึ่ง หน้าบัญชีบ่งบอกว่าเป็นสมุดต่างสาขา เออ..ในหัวก็คิดว่า บ้ามาเราก็บ้าตอบ  สู้โว้ยยยยยย

ผม     : คุณพี่ครับ รู้มั้ยครับว่าคุณพ่อทักสินกับคุณแม่พดจะมานของคุณพี่ 
           ตอนนี้ไม่อยู่ในเมืองไทยนะครับ  แกไปเมืองแมนซิตี้ ไปคุมทีมฟุตบอลนะครับ
คุณพี่  : ไม่รู้ ทำไมเหรอ   .... ( อิอิ เข้าทางผมล่ะครับพี่น้องครับ )
ผม     : ถ้างั้นผมจะโทรถามเลขาของท่านฯ ดูนะครับว่าเป็นยังไง ทำไมเงินไม่โอนเข้าบัญชีคุณพี่ครับ
คุณพี่  : ดีดี งั้นอย่าเพิ่งวางสายนะ เดี๋ยวพี่ขอคุยด้วยหน่อย  นี่เสียเวลามาเยอะแล้ว
ผม     : ถ้างั้นผมขอไปเอาเบอร์โทรศัพท์แป๊ปนึงนะครับ
 

ผมหยิบโทรศัพท์ของผมแล้วเดินออกมาที่โต๊ะผู้จัดการ ซึ่งผู้จัดการก็ดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ก็งง ๆ เมื่อเห็นผมเดินเข้าไปหา  อิอิ ผมบอกผู้จัดการว่า " ผู้การครับ วันนี้ช่วยเป็นเลขาฯ ของคุณพ่อทักษิณกับคุณแม่พดจะมานให้หน่อยนะครับ "  ซึ่งผู้การก็ยิ้มๆ บอกว่า  " ได้ ได้ ได้ "  และแล้ว ผู้การของผมก็เดินหายไปในห้องเซฟ

ผม     :  (ผมเดินคุยโทรศัพท์กลับมาที่โต๊ะ) อ่อครับท่าน ครับ ๆๆ ท่านโอนเงินเข้าบัญชีท่านผู้ว่าแล้ว
            ใช่มั้ยครับ  ครับ .. ครับ อ๋อ ไม่อยากให้คุณพี่ ต้องลำบากใช่มั้ยครับ สรุปว่าเงิน 10 ล้าน
            โอนเข้าบัญชี ของท่านผู้ว่าแล้ว  ... อ่อ ครับ ๆ   ท่านครับ งั้นเดี๋ยวคุยกับคุณพี่นิดนึงนะครับ 

            ( ผมยื่นโทรศัพท์ให้คุณพี่คุยกับเลขาฯ ท่านฯ อิอิ ผู้จัดการของผมเองครับ 55555 )

หลังจากคุณพี่คุยกับท่านเลขาฯ ของคุณพ่อทักสินและคุณแม่พดจะมานเสร็จก็ส่งโทรศัพท์คืนให้ผม แล้วก็ส่งยิ้มให้ผม ซึ่งดอกแห่งรอยยิ้มของแกนั้นบานอยู่เต็มใบหน้าเลยครับ อิอิ

คุณพี่  : คุณพ่อฯ กับคุณแม่ฯ ไม่อยากให้พี่ลำบากน่ะคะ ท่านโอนเงินเข้าบัญชีท่านผู้ว่าฯ แล้ว 
           คุณพ่อฯคุณแม่ฯ อยากให้ทางจังหวัดเป็นคนจัดการให้  ดีจังเลย ประเทศจะได้สงบสุขซะที
           ขอบคุณน้องมากนะคะ  ดีนะคะสาขานี้บริการลูกค้าดีจังเลย พี่ประทับใจมากค่ะ 
           งั้นคุณพี่ขอตัวกลับแล้วนะคะ     ตอนเย็นจะบินไปประชุมที่สภาต่อค่ะ ( น้านนนนนนนนน )

ผมเดินมาส่งคุณพี่ที่หน้าประตู พลางส่งยิ้มให้แกอีกหนึ่งแหม่ะ โห  แกขับแอคคอร์ดสีดำ คันเบ้อเร่อเลยครับ  555555555  ผมกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานตัวเก่า ในหัวคิดไปเรื่อยเปื่อยกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านไป  ทุกคนในธนาคาร ทั้งพนักงานและลูกค้าที่มารอใช้บริการ ต่างก็มีรอยยิ้มส่งให้กันอย่างไม่ขาดสาย ผมคิดว่าเหตุการณ์นี้คงจะเป็นเหตุการณ์ของความสุข  ความสุขที่เราไม่ต้องคิดอะไรมาก มีความสุขกับเหตุการ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าถึงแม้ว่าบางทีเราอาจจะไม่เข้าใจอะไรเลยก็ตาม  ที่สำคัญผมไม่รู้สึกโกรธคุณพี่ผู้หญิงท่านนี้เลยซักนิดเดียว

เอาน่า ... ชีวิตก็แบบนี้แหละ จะโกรธไม่พอใจกันไปทำไม ส่งยิ้มให้กันคนละหนึ่งแหม่ะ จะดีกว่า ชีวิตจะได้มีความสุขขึ้นอีกเป็นหลายกองเลย ...ผมว่านะ

และแล้วผมก็ซุ่มโป่ง ก้มหน้าก้มตาฉะกับเจ้ากองเอกสารที่สูงท่วมหัวผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมอยู่กับมันแบบที่ไม่เครียดเลยแม้แต่นิดเดียว .. 555555555555555555555555