เกมส์โชว์ ประเภทรายการ "แฟนธรรมะพันธ์แท้"..."ชิงบุญชิงบาป"...."เกมทศพิศราชธรรม"..."อัจฉริยะข้ามอเวจี"..."แข่งบุญได้บุญ"...."ระเบิดเถิดธรรม"...

"รู้ผิด..รู้ชอบ..รู้ชั่ว..รู้ดี" (ตอน 3)

....ฉะนั้นแล้ว นี่ถือเป็นกฎหลัก 2 ขั้นมีรหัสลับ  ที่ต้องสอบผ่านไปให้ได้ และผู้ที่จะสอบผ่านได้ จะต้องมีคุณสมบัติที่พร้อมพอในทุกด้าน

นอกจากนั้นสื่อส่งเสริม สนับสนุนต่างๆเพื่อให้สังคม เป็นสังคมที่มีคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม และหน้าที่พลเมืองที่ดี

ต้องกำหนด ออกเป็นกฎหมายให้ชัดเจนโดยเฉพาะสื่อต่างๆที่เข้าถึงประชาชน ต้องมีการปรับแก้ไขใหม่ทั้งหมด ทั้งทีวี และวิทยุ

ในส่วนทีวี ต้องออกเป็นข้อบังคับเลยว่า  ต้องดำเนินการตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด  มิฉะนั้นจะโดนปรับเป็นแสนๆล้าน และยึดสถานีคืน  ในอนาคตทีวีทุกช่องต้องกำหนดให้มี

ธรรมะ  50%

ข่าว    30%

บันเทิง20%

โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังข่าวภาคค่ำ  จัดให้มีการนำเสนอ ธรรมะในรูปแบบต่างๆไปจนถึงเวลา 4 ทุ่ม ส่วนละครหลังข่าวให้ย้ายไปอยู่หลังสี่ทุ่ม  จะไปตามตี...แว๊ดๆใส่กัน หรือจะเข้าพระเข้านางกันก็ให้เด็กๆหลับไปก่อน

 ถ้าจะมีมิวสิกวีดีโอ จากนักร้องค่ายต่างๆ  ก็สามารถทำได้ตามสบาย  ยกเว้นถ้าจะออกอากาศมิวสิกวีดีโอก่อนสี่ทุ่ม  ต้องเป็นมิวสิกวีดีโอแนวธรรมสอนใจเท่านั้น

ถ้าจะเป็นมิวสิกวีดีโอ แนวรักๆใคร่ๆ เชิญช่วงหลังสองยามโน่น

ถ้าเป็นเกมโชว์ ถ้าจะออกอากาศก่อนสองยาม

ต้องเป็นรายการเกมส์โชว์ ประเภทรายการ

"แฟนธรรมะพันธ์แท้"...

"ชิงบุญชิงบาป"....

"เกมทศพิศราชธรรม" 

"อัจฉริยะข้ามอเวจี"...

"แข่งบุญได้บุญ"....

"ระเบิดเถิดธรรม".....   เป็นต้น

แนวเกมไม่เน้นวัตถุเงินทอง

แต่เน้นการได้บุญได้กุศลเป็นหลัก

คือเล่นแล้วได้บุญกลับไป...

สอนให้เยาวชนรู้จักเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ

ส่วนรายการวาไรตี้หรือรายการปกิณกะหรือรายการอื่นๆ

ที่จะอยู่ในช่วงไพร์มไทม์หรือเวลาดีๆคนดูเยอะๆ ก็จะเป็นประเภทรายการ

"คนค้นธรรม"            

 "หลุมธรรม"             

"เรื่องเล่าเช้านี้ที่วัด"  

"ร้านธรรมยามเช้า"

"เจาะใจเจ้าอาวาส"

 ส่วนรายการ "ตีสิบ"  ซึ่งมีเรตดิ้งสูงๆ ก็ให้เลื่อนมาออกอากาศจากตีสิบ คือสี่ทุ่ม มาออกช่วงเวลาดีๆตอนสามทุ่มแทน  แล้วเปลี่ยนชื่อจากรายการ "ตีสิบ" มาเป็น

รายการ "ตีเก้าเข้าวัด"...

โดยเฉพาะช่วงที่มีคนดูมากที่สุดคือช่วง "ดันดารา" ก็ปรับเสียใหม่ทั้งชื่อช่วงและคอนเซ็ปของช่วงเป็น 

"ดันดารา เข้าหาธรรม"

จะช่วยผลักดันให้ดารา ประพฤติอยู่ในศีล ในธรรมมากขึ้น อย่างนั้น เที่ยวมาเปิดอก โชว์เต้า แข่งกันในงานรับรางวัล.... ไม่อายฟ้าดิน...

ศีลธรรมก็เสื่อมลงทุกวัน... เพราะไม่เอาสิ่งดีๆมาอวดมาโชว์ เที่ยวโชว์เนื้อหนังมังสาอะไรก็ไม่รู้... ที่ดูแล้วยิ่งให้เกิดกิเลส  ผู้ผลิตรายการ...ก็ไม่ต้องกลัวนะครับว่าจะเจ๊งเพราะถ้าโฆษณาไม่เต็ม... รัฐบวมจะซื้อโฆษณาในส่วนที่ขาดเอง  เพราะเงินของรัฐหมด ดีกว่าหมดความเป็นชาติ

ถึงวันนี้...เราปล่อยปละละเลย อย่างเก่าอีกต่อไปไม่ได้แล้ว  เราขาดการหล่อหลอมที่ดี... เฉกเช่นสมัยก่อนมานานจนน่าเป็นห่วง  เมื่อก่อน ...พ่อแม่ ครู อาจารย์  เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลังๆ เด็กก็ใกล้พระ ใกล้วัด ใกล้ธรรม ใกล้คำสอน เด็กรุ่นก่อน...เจอพระยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน....อย่างมีสัมมาคารวะ  เดี๋ยวนี้เด็กวัยรุ่นเจอพระทักพระยังกับเพื่อนเล่น

คนสมัยก่อนจึงถูกอบรมสั่งสอนอย่างเข้าถึงธรรม

เพราะฉะนั้นคนสมัยก่อนจึงคิดเสมอว่าวัดเป็นสถานที่ ที่ศักสิทธิ์ สงบ

และเป็นสถานที่ ที่ควรเคารพบูชา คนสมัยก่อนจึงไม่เอาของวัดกลับบ้าน 

แม้กระทั่งหิน ดิน ทราย ก็ไม่ให้ติดตัว ติดเท้ากลับมาบ้าน  เพราะถือว่าเป็นของวัด เอาออกนอกวัดจะมีบาป

คนเดี๋ยวนี้ไม่รู้จักบาปไปเสียแล้ว บางคนที่วัด...ก็เอาไปทำสนามกอล์ฟ...

ไม่เอาหรอกแค่กรวดแค่ทราย

บางคนสันดานบาป มันบุกปล้นเจ้าอาวาสเลย

แถมฆ่าศพทิ้งไว้ในวัดอีกเสียอีก  นรกส่งมาเกิดจริงๆ

เด็กหรือผู้ใหญ่สมัยก่อน ถูกอบรมสั่งสอนมาดี  เวลาเจอกระเป๋าสตางค์ ก็กระวีกระวาดรีบวิ่งหาเจ้าของกระเป๋า... คนเดี๋ยวนี้เจอกระเป๋าสตางค์ ก็รีบวิ่งหา แต่ไม่ใช่หาเจ้าของกระเป๋าสตางค์นะ วิ่งหาดูว่ามันมีอย่างอื่นตกอยู่อีกมั้ย ...

จะได้เอาเสียให้หมด...ดู่..ดู้..ดู..ดู๋..มันทำ

คนสมัยก่อน เวลาจบออกจากโรงเรียนไหนไป...โตขึ้น ไปได้ดิบได้ดี ก็จะกลับมาทดแทนบุญคุณโรงเรียนในฐานะศิษย์เก่า