ในภาคเรียนนี้ฝ่ายวิชาการของโรงเรียนมีวิธีจัดสรรเด็กให้เลือกเรียนวิชาเพิ่มเติมชั้นม. ปลาย ใหม่โดยใช้จำนวนนักเรียนเป็นตัวตั้ง...จำนวนครูที่เปิดวิชาเพิ่มเติมเป็นตัวหาร....นัยว่าเพื่อความยุติธรรม....ต้องทำใจเพราะถ้าวิชาหนึ่ง มีเด็กเรียน ๒ คน ....แต่อีกวิชาหนึ่งมีเด็กเลือกเรียนเป็น ๑๐ คน....
เข้าเรื่องเราดีกว่าชั่วโมงแรกเราก็พบกันด้วยการแนะนำวิชาท ๔๐๒๑๖ รัสนิยายสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย....และวิธีการเรียนรู้ตลอดจนการให้คะแนน...สังเกตมีเด็กผู้ชาย ๑ คน ...เจ้านี่ท่าทางเอาเรื่อง...ทำท่าทางกวนๆ .....และนั่งไม่เรียบร้อย...มักเอาขาข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมาวางไว้ที่เก้าอี้นั่งของตัว...คล้ายจะนั่งคางเกยเข่า.....บางทีขาแบะเข้าแบะออก...ครูพรรณาก็เตือนว่าเป็นท่านั่งที่ไม่เรียบร้อย...และอีกอย่างเรานั่งอยู่ในกลุ่มผู้หญิงด้วย....ประมาณว่าข้าหนึ่งเดียวในกลุ่มนี้...
ชั่วโมงที่ ๒ เริ่มเรียนรู้เรื่องความหมายของคำและการเลือกใช้ถ้อยคำ......ครูใหงานทำ...สักพักก็เดินดู....ไปถึงโต๊ะเจ้านี่กำลังนั่งดมถ้ำยาดม ( หลอดยาดม )....ก็มองเตือนด้วยสายตาว่านั่งไม่เรียบร้อยอีกแล้ว...แกก็เอาลง....เมื่อครูเดินเข้าใกล้เพื่อดูความก้าวหน้าของผลงาน....." อาจารย์ครับ! ผมว่าแก้มของอาจารย์หอมกว่ายาดมที่ผมดมอีกนะครับ" ...เอาละซิ!! ......ครูรู้ว่าเด็กเจตนาต้องการเบี่ยงเบนความสนใจเรื่องผลงาน....แต่ไอ้คำพูดนี่ซิ......ก็เตือนว่าพูดไม่เรียบร้อยเป็นคำพูดไม่เหมาะสมสำหรับที่จะใช้กับครู...หรือคนอื่น...อีกทั้งยังเป็นที่สาธารณะ....แต่ท่าทางที่เด็กแสดงออกมันกวนสิ้นดี.....รวมทั้งยังกล่าวยืนยันคำเดิมอยู่นั่นแล้ว...สุดท้ายครูก็สติแตก...นี่ฉันรุ่นแม่หรือยายแกได้แล้วนะ.....พูดจาอะไรให้ระวังปากบ้าง.....ถ้าไปพูดที่อื่นอาจโดน......พร้อมกับดูงานของแกซึ่งยังไม่เขียนอะไรเลย.....คงได้แต่เตือนและคาดโทษไว้ก่อน
ชั่วโมงที่ ๓ ก็เริ่มด้วยการทบทวนความรู้เดิมประเมินผลงานและทวงถามงานที่ค้าง......แกก็นั่งนิ่งๆ...ครูจึงเดินไปใกล้และทวงถาม....แกกล่าวว่า" วันนี้ครูแต่งตัวน่ารักมาก" ...พร้อมกับทำท่างยียวนกวนประสาทและท่าทางแบบหนุ่มแทะโลมสาว.......ครูจึงกล่าวว่า...เออเรื่องที่เธอพูดเมื่อคราวก่อนครูเอาไปเล่าให้สามีครูฟัง.....เขาบอกให้ครูเตือนเธอดีๆ ...และสั่งสอนว่าไม่ควรทำ....แต่ถ้าเธอยังไม่เชื่อ...เขาแนะนำครูว่าให้ขอยืมปลาห้าหัวของเพื่อนๆ ผู้ชายของเธอในห้องนี้สัก ๑๐ คน ใส่ปากเธอไว้ก็น่าจะดี.......พวกเราเห็นเป็นไงคะ...คำแนะนำนี้......คราวหน้าถ้าเธอไม่หยุดคำพูดและท่าทางแบบนี้อีก...ครูคงต้องขอร้องเพื่อนเธอละมั้ง.......
อาจารย์ครับผมขอโทษครับ....ต่อไปไม่ทำแล้วครับ.......แล้วก็ไม่พูดไม่ทำจริง...แต่ขายังอยู่ที่เก้าอี้เหมือนเดิม...ถูกมองทีก็เอาลงซะทีหนึ่ง
มันเป็นความแตกต่างระหว่างบุคคล...เด็กบางคนเรียน ๖ ปี ไม่เคยถูกตำหนิดุด่าว่ากล่าวหรือทำโทษ...แต่บางคนก็เหลือรับโดนซะจนบรรดาครูเอือมระอา........นี่น่าจะเรียกว่าแนะนำสั่งสอนให้ถูกจริตของคน.....แต่บ่อยๆ มาก ๆ ก็ไม่ไหว
เดี๋ยวนี้ โรงเรียน สาธิต บางโรงเรียน เห็น อาจารย์ วิชาเลือก เหมือนไม่มีตัวตนในห้อง ไม่ตั้งใจ นั่งล้อมวง แต่งตัว กินขนม เวลาสอน ถามว่า ทำไม เป็นแบบนี้ อยากตอบว่า สังคมมันเปลี่ยนไปครับ เปลี่ยนตั้งแต่ เด็กๆ ครอบครัว สังคมเล็กๆ จนถึงระดับ นักการเมืองกันเลย
สอนนักศึกษาชายต้องทำใจค่ะ...ครูแอ้ก็เจอบ่อย เลยใช้วิธีนี้ค่ะ...
เป็นกำลังใจนะคะ สู้ ๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะอ.พรรณา
นี่เป็นเรื่องปวดหัวที่แตกต่างกันไปของนักเรียนตัวโตๆกับนักเรียนตัวเล็กๆ
สวัสดีค่ะ
* คนโรงงาน...สังคมเล้ก ๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก...เพราะเป็นรากฐานของสังคมใหญ่....แต่ก็ค่อนข้างยากเพราะขาดการเอาใจใส่ค่ะ...ก็ต้องช่วยๆกันไป
* คุณกวินทรากร...เอากรรมฐานเลยหรือคะ.....แค่กำมะถันจะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้..บางทีสัตว์โลกก็ย่อมเป็นไปตามกรรมค่ะ
* ครูแอ้ ....คงเข้าใจดีนะคะว่าทำไมเด็กบางคนจึงถูกทำโทษรุนแรง...บางครั้งถึงเกินกว่าเหตุ....เนื่องด้วยครูต้องการเอาให้อยู่หมัด....อาจเพราะหวังผลสำเร็จมากและรวดเร็วเกินไป.....มีครั้งหนึ่งรองผู้อำนวยการท่านหนึ่งสอบสวนเด็กผู้หญิง ม.๖ท่านถึงกลับเรียกครูพรรณา ซึ่งกำลังเดินผ่านห้องไป...ขอให้รับเด็กคนนี้ไปที..เพราะสันมือสั่น....ฯลฯ
* คนไม่มีราก ....หนุ่มๆ ยิ่งร้ายนะคะ...นี่ม.ต้น..ก็เฮี้ยวจนครูผู้หญิงร้องไห้ไปหลายคน.....เด็กเขาก็รู้นะว่าคนครูไหนถ้าเขาตีกลองแล้วจะเต้นท่าอะไร....ครุพรรณาก็มักเต้นท่านางยักษ์แห้งๆ ...บางทีอยากเป็นผีเสื้อสมุทร...จะได้สู้กันสักตั้ง....เทอมที่แล้วเด็กม. ๑ ถูกครูพรรณา ตีแรงๆ เขาทำท่าจะเตะครู....ต้องรีบถอยห่างซิคะ...ที่สุดที่ยอมลงให้ครู....ครูก็เพิ่งรู้เด็กไม่ค่อยเต็ม...เวลาปกติก็จะน่ารักมาก..เฮ้อ
* ท่านหัวหน้าลำดวน...ต้องพยายามช่วยๆ กันค่ะ....อันดับแรกต้องข่มใจให้ได้ก่อนค่ะ....ถ้าวีนแตกก่อนเด็กๆ เขาก็ไม่เป็นพวกเรา...
* คุณนงเยาว์....เด็กตัวเล็กก็ซนไปตามเรื่อง....ส่วนตัวโตก็อยากดื้ออยากรู้อยากลอง...ตามฤทธิ์ตามเดช.....ต้องอธิบายว่าดื้อที่บ้านกับที่โรงเรียน..การรับโทษก็สถานเบา...แต่ถ้าออกไปดื้อที่สังคมแบบนี้...ลองคิดดูว่า....เขาจะเก็บเอาไว้ไหม...ติดคุกก็สถานเบา...แต่เจ็บปางตาย..หรือตายนี่ซิ...ต้องชี้ให้เขาเห็นค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูพรรณา
หนิงเคยเจอค่ะ แต่ไม่โดนกับตัวเอง น้องที่ DSS โดนเด็กๆตาบอดว่า เดี๋ยวเตะก้านคอเลย ครั้งแรกต๊กใจ !! มากค่ะ ก็คอยแอบสังเกตเขา ตอนหลังพฤติกรรมเขาก็ไม่ได้ก้าวร้าว หรือร้ายกาจอะไร แต่เพราะคะนองปากอ่ะค่ะ
เฮ้อ..เด็กหนอเด็ก ช่างไม่รู้อะไรเลย
ห่วงไปถึงว่า ถ้าต่อไปไปคะนองปากกับใครเขา ที่ยังไม่คุ้นเคย เวลาขอความช่วยเหลืออะไรใครเขาจะช่วยหละ ก็เลยเตือนไปว่า เราตาบอดไม่มีอวัจนภาษาอื่นๆ ที่คนอื่นจะสื่อสารเข้าใจด้วยสิ ส่งสายตาก็ไม่ได้ด้วย การใช้ถ้อยคำก็ต้องให้สุภาพ ฟังนุ่มนวลอยู่เสมอ
สวัสดีค่ะคุณหนิง
* คนตาบอดจะเตะก้านคอคนตาดี...อิอิ...แค่ฟังก็หนาวเยยยย!
* เห็นด้วยว่าอวัจนะภาษาเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันค่ะ...
* เด็กๆ วัยรุ่นมักคะนองปากอย่างนี้แหละค่ะ...ค่อยๆ สอนกันไป
สวัสดีค่ะคุณปรีดา
* ดีใจจังที่คุณรู้จักโรงเรียนบางลี่.....ฮี่ฮี่...
* ครูพรรณา คิดว่าโรงเรียนไหนๆ ก็เหมือนๆ กัน....ต่างกันแค่การส่งเสริมหรือพัฒนาให้เด็กใช้ความสามารถเพิ่มขึ้น
* แต่พื้นฐานของการเอาใจใส่และอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเอง.....ถ้าผู้ปกครองรู้จักลุกของตัวดีก็น่าจะเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมให้กัลลูกได้
* ลูกชายครูพรรณา คนโตเรียนโรงเรียนสาธิต.....พอประชุมผู้ปกครองทางโรงเรียนเขาแจ้งผู้ปกครองที่ฝากลูกเข้าเรียนแบบไม่ดูตาลูก ....ขอร้องในเด็กไปเรียนที่อื่นที่เหมาะสมกว่าโรงเรียนเดิม...เพราะถ้าดื้ออยู่ในที่สุดลูกจะไปไม่รอด....เพราะเด็กไม่ใส่ใจ..เด็กตามเพื่อนไม่ทัน....ผลสุดท้ายสอบตกซ้ำชั้น...ลูกชายเคยเล่าว่าเพื่อนคนหนึ่งเรียนชั้น ป. ๓ มาก่อนหน้าเขา ๓ ปีแล้ว......
* ส่วนลูกชายคนเล็กต้องให้เรียนที่โรงเรียนพ่อ...เพราะไม่สนใจเรียนจะให้อยู่ที่โรงเรียนแม่ก็เกรงว่าจะไม่รอดดงตี....
* มีเพื่อนครูสอนอยู่โรงเรียนกาญจนาฯ ลูกจบม. ๓ สอบโรงเรียนนายร้อยได้...ที่จริงใจเด็กไม่อยากเรียนแต่แม่อยากให้เรียน...สุดท้ายเรียนไปได้สัก ๑ เดือน....ลูกก็ขอแม่มาเรียนชั้นม. ๔ ที่โรงเรียนเดิม
* เป็นกำลังใจให้คุณปรีดาสมความปรารถนาที่คาดหวังไว้กับลูกนะคะ.....แต่อย่าลืมมองตาลูกด้วยนะคะ...
* ฝากรูปนี้มาให้ชม...นักเรียนมีเกือบ ๒,๐๐๐ คน แต่จะมีสัก ๑๐๐ คนไหมที่สนใจ G2k...ส่วนใหญ่ก็ Hi 5 กัน......ลองขอดู Hi 5 ของน.ร. บางคน...เห็นแล้วสะท้านเฮือกเลยค่ะ
ก็เคยๆ ใกล้เคียงกันค่ะแต่ไม่ได้ลามปาม มารยาทไม่ดีมากกว่า เคยติด 0 ตอน ม.2
ตอนนี้มาเจอกันอีกครั้งตอนม.4 ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีกลยุทธอะไรจะแก้แล้วค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครู...รถตุ๊ก...ตุ๊ก
* บางทีเราอาจต้องใช้ภาษาเดียวกับเขา...เคยเป็นที่ปรึกษานักเรียนห้องหนึ่ง ๓ ปีติดต่อกัน...เด็กผู้ชายเฮี้ยวทั้งนั้น..ผู้หญิงก็ไม่เบา...คุยกันด้วยภาษาดอกไม้ไม่เคยได้ผล...ก่อเรื่องให้ปวดหัวได้ทุกวัน....จนม. ๓ เทอม ๒ ...ครูถามนักเรียนหญิงว่า...ห้องเราใครบีบแต(แตกะหลัว)ดังมากที่สุด...เท่านั้นแหละค่ะ....มาเป็นชุดความลับมีเท่าไรออกหมด...เสนอหน้ากันรายงานจนฟังแทบไม่ทันทั้งหญิงทั้งชาย...ชายฟ้องหญิง..หญิงฟ้องชาย....แต่ละเรื่องที่เขาเล่าล้วนมีมูลความจริงจนครูต้องไปปรึกษาฝ่ายเวชกรรมสังคมของโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ มาช่วยกันคิดแก้ไข และขอทำโครงการเพื่อเป็นกรณีศึกษาค่ะ....ทุกวันนี้ยังเก็บกรณีศึกษาของเขาไว้เลยค่ะ
* ใจเย็นๆ นะคะ ทุกปัญหามีทางแก้...เราช่วยเขาเต็มที่แล้วได้แค่ไหนก็ไม่ต้องเสียใจค่ะ...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
* เป็นกำลังใจให้นะคะ
กราบสวัสดี พี่ครูพรรณา ค่ะ
สวัสดีค่ะครูปู
* แหมคำตอบแระน่าอิจฉาค่ะ
* ส่วนใหญ่ที่เราเห็นเขาก็มักเอาตัวรอดค่ะ
* ขอบคุณค่ะ....ให้สวยวันสวยคืนนะคะ...รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะครูโย่ง
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ....สนุกกับโปรแกรมpotoscape...นะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์พรรณา
อิอิ หนูลงเรื่องแล้วนะค่ะ
อาจารย์อย่าลืมมาอ่านนะค่ะ
แต่เรื่องนี้ขอขอการันตีว่าจริง
แต่ใช่คนที่อาจารย์เรียกเขามาดูงานหรือเปล่าค่ะ
ที่มีแต่ป่ากับป่า!
แต่อีกเรื่องนะค่ะอาจารย์รูปที่อาจารย์ลงนี้อาจารย์ว่ามันคุ้น ๆ ไหมค่ะ ตรงหัวชื่อเรื่อง
"เรื่องเล่าเล่น ๆ "นะค่ะ หนูว่ามันคุ้น ๆ ชอบกลนะค่ะอาจารย์...
สวสัดีค่ะกาแลคซี่ผืนน้อย
* อย่าพิกลมากซิคะเดี๋ยวจะพิการได้
* เป็นกำลังใจให้นะคะ