เวลาคือ สิ่งที่มองไม่เห็น แต่มีตัวตน และทุกคนรู้จักและยอมรับว่ามันมีจริง

"เวลา....สำคัญ ไฉน"

              เมื่อฉันตื่นขึ้นมามักจะผวาหลายๆ ครั้ง นั่นเป็นเพราะ ตัวฉันเองมีความกังวลอะไรบางอย่างหรือเปล่า? หรือเป็นเพราะว่างานเยอะเกินไป หรือเป็นเพราะว่าเราไม่สามารถจัดระเบียบชีวิตที่มีอยู่ทุกวันนี้ให้ดีกว่าเดิม ฉันคงต้องทบทวนตัวเองอยู่พักหนึ่ง    แต่ในความกังวลนั้น ฉันก็ต้องก้าวเดินต่อไปเพื่องาน และอนาคต เพื่อคนที่หวังดีกับฉัน  คืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน มานั่งทำงาน พร้อมกับอ่านอะไรเรื่อยเปื่อย ก็พบกับ บทความน่าสนใจมาฝากคะ

ฉันขอหยิบ บทความหนึ่งของท่าน ว.วชิรเมธี
ในเวลา - คุณค่าชีวิต

คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับความโลภ

โดยลืมไปว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร

คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับการหาเงิน
โดยลืมไปว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับความแค้น

โดยลืมไปว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับความริษยา

โดยลืมไปว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับความหลังอันหดหู่

โดยลืมไปว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับความรัก

โดยลืมไปว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับกามารมณ์

โดยลืมไปว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับการทำธุรกิจ

โดยลืมไปว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับการบ้าอำนาจ

โดยลืมไปว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับเกียรติยศ

โดยลืมไปว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับอุดมการณ์

โดยลืมไปว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร


คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับสุรายาเสพติด

โดยลืมไปว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร

คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตให้หมดไปกับอบายมุข

โดยลืมไปว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร

 

เมื่อฉันอ่านแล้ว ก็ทำให้ฉันได้สติคืนกลับมาว่า เวลาทุกวินาทีมีค่าเสมอ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ฉันจะทำอะไรตาม สิ่งที่ฉันรับรู้ได้คือ การก้าวเดินอย่างไม่มีวันหยุดยั้ง

เมื่อได้สติก็ ได้อ่านบทความดีๆ อีกหนึ่งบทความซึ่งทำให้ ฉันมีกำลังใจ บทความนี้น่าจะมีประโยชน์กับท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อยคะ

รู้จักตัวเอง ลองมองตัวเองหน้ากระจก แล้วค่อย ๆคิดพิจารณาว่าคนที่หน้ากระจกของคุณเป็นใคร เค้ามีข้อเสียยังไงเลือกมาซะข้อนึงจากนั้นค่อยลองดูว่าเค้ามีข้อดีอย่างไรเลือกมาสัก 5 - 6 ข้อคุณจะได้มองหาด้านดีของตัวเองบ้าง

อยากรู้ต้องลอง ไม่มีการเรียนรู้วิธีไหนดีเท่ากับการที่เราได้ลงมือทำเอง ลองเปิดโลกทัศน์ด้วยการหากิจกรรมใหม่ ๆ ทำดูซะ เช่นหากคุณสงสัยว่าไอ้การกระโดดบันจี้ จัมป์มันสนุกตรงไหน คุณก็ต้องลองไปกระโดดเองไม่แน่คุณอาจจะติดใจช่วงเวลาที่คุณได้กรี๊ดดดดดดดอย่างสุดเสียง (อันนี้ ต้องลองนะคะ)

หยิบภาพเก่า ๆ ขึ้นมาดู หมายถึงภาพวันวานสมัยที่คุณไปเที่ยวเล่นสนุกสนานกับครอบครัว กับเพื่อน ๆ น่ะนะลองดูสิว่าคุณในตอนนั้นกับคุณในตอนนี้ต่างกันยังไงแล้วพยายามยิ้มให้ได้อย่างนั้นบ้าง ก็ในเมื่อ เมื่อก่อนคุณยังร่าเริงได้ขนาดนั้น ทำไมวันนี้คุณจะทำแบบเดิมบ้างไม่ได้ล่ะ

อัปเปหิความรู้สึกแย่ ๆ ออกไปซะ โดยการเขียนระบายความในใจความรู้สึกที่หดหู่ของคุณใส่กระดาษลงให้หมดจะอ่านออกหรือไม่ออกก็ช่างมันเพราะเราเน้นอารมณ์ขณะที่เขียน จากนั้นก็เอามันไปทำลายซะจะเอาไปห่อไฟเหมือนที่พี่เสือ หรือเอาไปโยนแม่น้ำเหมือนพี่เหน่งก็ตามใจคุณแต่อย่าลืมทิ้งความรู้สึกแย่ ๆ ไปพร้อมกับเจ้ากระดาษนั่นด้วยล่ะ

ลองคุยกับคนใกล้ตัวที่เป็นเพศเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่ พี่สาว น้องสาว หรือแม้แต่เพื่อนสาวคนสนิทเพราะการได้ระบายออกนั้นเป็นหนทางที่จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ดีหนทางหนึ่งเลยล่ะ

เต้นเพื่อลืมความหดหู่ การเต้นในที่นี้เราแนะนำให้ไปลงคอร์สเต้นนะ เพราะว่าคุณจะได้รู้จักการเต้นแบบใหม่ ๆอย่างการเต้นระบำหน้าท้อง การเต้นซัลซ่าร์ แต่ถ้าไม่สะดวกก็หยวน ๆให้เต้นอยู่ที่บ้านได้ เต้นซะให้เหงื่ออกแล้วไปอาบน้ำจะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น

ลองตื่นเช้ามาทักทายกับพระอาทิตย์ดู แล้วคุณจะรู้ว่าการตื่นเช้ามันทำให้คุณรู้สึกดีจริง ๆการได้เห็นแสงแดดค่อย ๆ ทอแสงน่ะเจ๋งจะตายลองดูสิ

โลกไม่ได้โหดร้ายกับคุณแค่คนเดียวหรอก โลกโหดร้ายกับทุก ๆ คน แต่ที่คนอื่นเขาดูมีความสุขน่ะ มันเป็นเพราะเขารู้จักปล่อยวาง และมองหาแต่สิ่งดี ๆ ที่แฝงอยู่ในโลกนี่ต่างหาก