ครูมีบทบาทสำคัญที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ  ครูจึงควรปรับเปลี่ยนตนเองให้มีบทบาทและลักษณะที่สามารถพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  เช่น  ปรับวิธีเรียนและเปลี่ยนวิธีการสอนของครู 

ซึ่งครูต้องจัดการเรียนเพื่อมุ่งพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ความสามารถและมีความสุข ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ที่ระบุถึงการปฏิรูปการศึกษา เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดีมีความสามารถ  และมีความสุข 

ดังนั้น  ครูจึงต้องปฏิรูปตนเองเข้าสู่การปฏิรูปการเรียนรู้ต่อไป 

ปัจจุบันเด็กไทยมีจุดอ่อนทางวิชาการ  ขาดการฝึกฝนให้สามารถคิดได้อย่างสร้างสรรค์  และคิดเชิงวิพากษ์    ครูจึงต้องปรับเปลี่ยนบทบาทและมุ่งเน้นให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง  แสวงหาความรู้และสร้างความรู้ด้วยตนเอง  พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์  ใช้กระบวนการทางสังคม มีส่วนร่วมในการเรียนและสามารถนำความรู้ไปใช้ได้

วิธีหนึ่งที่จะผ่านไปไม่ได้ ก็คือ วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ประกอบด้วยทฤษฎีการเรียนรู้ 5 ทฤษฎี คือ  ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความสุข  ทฤษฎีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม  ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด  ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยทางด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา  ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยทางด้านการฝึกฝนกาย วาจาใจ

ส่วนวันนี้  ครูอ้อยจะขอเขียนบันทึกที่เน้นฝึกทักษะกระบวนการคิด  การฝึกทักษะ  การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย  การฝึกปฏิบัติจริง และการประยุกต์ใช้ความรู้  เพื่อป้องกันและแก้ปัญหา  อันได้แก่  รูปแบบการจัดกระบวนการการเรียนรู้แบบใช้ประสบการณ์จริง  ที่เน้นการปฏิบัติ  ความร่วมมือ  จากสื่อการเรียนรู้ แบบโครงงาน

Sc68

ธรรมชาติวิชาของสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้น  ต้องเหนือชั้นกว่าสาระการเรียนรู้อื่นๆ  เพราะนักเรียนต้องถ่ายโอนจากภาษาไทยให้เป็นภาษาอังกฤษ  ดังนั้น  ครูผู้สอนภาษาอังกฤษต้อง  มีวิธีการและใช้วิธีการที่เหนือชั้นกว่า  การจัดการเรียนรู้วิชาอื่นแน่นอน 

ซึ่งหลายๆท่านย่อมยอมรับถึงอุปสรรคในข้อนี้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง  ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจึงต้องเข้ารับการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้มากกว่าสาระอื่นๆ  นักวิชาการตัวจริงต้องตระหนักในข้อนี้  จากการสอนมาหลายปี  มีประสบการณ์เกี่ยวกับการสอนมาหลายวิธี  พบว่า  นักเรียนไทยต้องปลูกสร้าง ฝึกฝน ทักษะการเรียนรู้ให้กับนักเรียน หลายๆเรื่อง ในเวลาเดียวกัน  ทั้งกระบวนการคิด  กระบวนการทำงาน  กระบวนการทางด้านจิตใจ  ครูอ้อยนำรูปแบบ  ทฤษฎี วิธีการอย่างหลากหลายที่เหมาะสมกับนักเรียน   สาระความรู้  และเวลา  มาใช้ 

ข้อมูลพบได้ที่....ปัญหาการสอนภาษาอังกฤษ ..... งานวิจัยในชั้นเรียน 

Sc70

การปลูกฝังลักษณะนิสัยให้ใฝ่เรียนใฝ่รู้  ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย  และก็ไม่ยากเลย  หากเกิดจากความร่วมมือจากหลายๆฝ่ายไปพร้อมๆกัน  ทั้งครูผู้สอน  ครูประจำชั้น  และผู้ปกครอง 

นักเรียนยังเล็ก  ย่อมเลือกที่จะเล่นมากกว่าเรียน  แต่ครูผู้สอนก็จัดได้  ที่จะให้นักเรียนได้เล่นปนเรียน  เพื่อความสุขในการเรียนรู้  สะดวกในการจัดการเรียนรู้ของครู และนักเรียนก็ไม่เบื่อหน่าย 

ซึ่งครูเอง  ก็ต้องฝึกฝนการสอนด้วยวิธีการที่หลากหลาย  ใช้สื่อการเรียนรู้ที่เข้ามาช่วยให้นักเรียนเข้าถึงองค์ความรู้ และสร้างองค์ความรู้ในการเรียนได้รวดเร็ว และคงทน  สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้อย่างถาวร

ในภาพนี้.....  ครูอ้อยฝึกฝนให้นักเรียนได้เรียนรู้กับเพื่อน  ซึ่งในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ  เรียกว่า Work in pair นักเรียนให้ความร่วมมือดีมาก  และสนุกมาก เป็นอัตโนมัติกับการเรียนรู้แบบนี้  แต่เรียนให้ทราบก่อนว่า.....เหนื่อยสุดสุดและสุขสุดสุด  ที่เห็นนักเรียน  ทำได้ดี 

สื่อการเรียนรู้ที่ใช้  ก็คือ  ตารางอิสรภาพ  ชื่อเหมือน ใน KM เลย  ที่เหมือนกันก็คือ  การพัฒนา  นักเรียนต้องใช้ตารางนี้ไปสัมภาษณ์ บุคคลต่างๆ  รอบตัวของนักเรียนตามความพอใจของนักเรียนเอง 

ครูก็ทำหน้าที่ facilitator สิคะ  เฝ้าติดตาม  กระตุ้น  อำนวย  เก็บข้อมูล  ปฎิบัติอย่างนี้ในทุกหน่วยการเรียนรู้  นักเรียนเกิดความคุ้นเคย  และทำได้เป็นอัตโนมัติ  ไม่นั่งเงียบเรียนเพียงคนเดียวอีกต่อไป