เสียงที่กรีดแผ่ว แต่บาดลงไปในหัวใจ มีลักษณะเสียงคล้าย ผู้หญิงใช้เล็บกรีดหวี มันดังกรีดๆๆๆๆ
ผู้เขียนมีเรื่องหนึ่งที่ว่าจะเล่าหลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เล่าสักที เอาน่า วันนี้ บรรยากาศเงียบๆสงบๆ อย่างไรก็ไม่ทราบ มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็มืดสนิท บรรยากาศแบบนี้แหละ ที่สมัยเด็กๆ ชอบนั่งเบียดกันฟังผู้ใหญ่ เล่าเรื่องผผผผผี กลัวก็กลัว อยากฟังก็อยากฟัง ทำไมก็ไม่รู้
เรื่องที่กำลังจะเล่านี้ เป็นเรื่องที่เกิด เมื่ออยู่บนห้องพักชั้นสอง ช่วงที่ไปเป็นอาสาสมัคร ที่วัดไทยกุสินาราฯ ผู้เขียนพักอยู่ในห้องคนเดียวตลอด ในห้องมีเตียง ๒ เตียง มีโต๊ะนั่งทำงาน ห้องน้ำในตัวเสร็จสรรพ เรียกว่าขึ้นห้องแล้วก็ไม่ต้องลงมาอีกเลย อีกอย่างหนึ่ง ได้เวลาขึ้นห้องคราวใด ไฟฟ้า ก็จะดับทุกที ดับเป็นชั่วโมง ต้องกระวีกระวาด หลังสวดมนต์ทำวัตรเย็นเสร็จ อาบน้ำให้เรียบร้อย มิฉะนั้น จะเคว้งคว้างอยู่ในห้องน้ำนั้นแหละ ดับไม่มีเตือนกันเลยนะคุณไฟฟ้า
ผู้เขียนชอบนอนเตียงที่อยู่ใกล้หน้าต่าง มองออกไปจะเห็นดาวเดือนเต็มท้องฟ้า หลับไปอย่างมีความสุขทุกคืน โดยเฉพาะคืนแรกๆ ผู้เขียนยังอ่อนเพลีย ไม่ทันสังเกตอะไร ไฟฟ้าดับ หัวถึงหมอนก็มักจะหลับทันที
จนกระทั่งคืนหนึ่ง ผู้เขียนรู้สึกว่ายังไม่ง่วง แต่ไฟฟ้าก็ดับเสียแล้ว เลยนอนลืมตาเล่นๆ นึกคิดอะไรเรื่อยๆไป ช่วงนั้นยังไม่ดึกมาก และอากาศก็ไม่ร้อนเท่าไหร่(ช่วงเดือนมีนาคม) ลมพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่าง เย็นสบาย มีเสียงเพลงไกลๆแทบทุกคืน แต่คืนเกิดเหตุนี้ ผู้เขียนจำไม่ได้ว่า เสียงเพลงมีหรือไม หรือว่าคืนนั้นไม่มีเพลง แต่หูขอผู้เขียนกลับได้ยินเสียงๆหนึ่งดังชัดเจนขึ้นมาแทน
ปกติเป็นคนไม่กลัวผี สามารถอยู่คนเดียว นอนคนเดียวได้สบายๆ แม้ว่า เพิ่งจะฟังเรื่องราว ที่น่ากลัวมาหยกๆ ก็ตาม(โตแล้ว) แต่ทำไมคืนนั้น รู้สึกหวั่นไหวจัง หรือจะเป็นเพราะต่างบ้านต่างเมือง ยกมือขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง เจ้าแผ่นดิน ทั้งหมด
เสียงที่กรีดแผ่ว แต่บาดลงไปในหัวใจ มีลักษณะเสียงคล้าย ผู้หญิงใช้เล็บกรีดหวี มันดังกรีดๆๆๆๆ ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ นานๆจะพัก แล้วก็ดังต่อไปอีก
นอนฟังในความมืดไป ก็นึกไป ว่าน่าจะเป็นเสียงอะไรหนอ เกิดมาไม่เคยได้ยิน หรือว่า....
ความคิดสมัยเด็กๆ ย้อนกลับเข้ามาในสมอง เวลาผู้เขียนนึกกลัวอะไรก็ตาม จะดับไฟให้มืด อยู่ในความมืด ไม่ต้องเห็นกันละ แต่นี่มันก็มืดสนิทแล้วนะ เสียงเจ้ากรรม ก็ดังอยู่ได้
คนเรานี่ เวลาถึงภาวะจำยอม ก็ยอมได้ทั้งนั้นแหละ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นอนฟังไปอย่างนี้แหละ จนในที่สุด ก็ไม่รู้ตัวว่าหลับไปเมื่อไหร่ แปลกมาก พอตื่นเช้า ผู้เขียนก็ไม่ได้ยินเสียงนั้นอีกเลย หรือมันจะเป็นคลื่น ความถี่จำเพาะ ที่สื่อกันได้ดี เวลากลางคืน
ช่วงกลางวัน ก็พยายาม สอดส่ายมองหาว่าอะไรน่าจะเป็นต้นเสียง ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ที่ควรจะใช่เลย แล้วทำไมก็ไม่ทราบ ผู้เขียนลงไปทำงาน ทั้งวัน ก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ หรือเล่าให้ใครฟังเลย มันลืมไปสนิท แต่พอได้เวลาขึ้นห้อง ที่มักจะใกล้เวลาไฟฟ้าดับ ผู้เขียนก็มีอันนึกขึ้นมาได้ ระหว่างขึ้นบันไดคนเดียว แต่ก็สายไปเสียแล้ว ทุกคนเข้าห้องนอนกันหมด ไฟฟ้าดับอีกแล้ว พอเริ่มล้มตัวนอน เสียงกรีดหวี ก็เริ่มบรรเลงอีกครั้ง
จะกรีดทำไม ไม่เกรงใจกันเลย เริ่มจะกลัวแล้วนะ ไม่รู้จะทำอย่างไร คงต้องนอนกับเสียงขับกล่อม ที่ไม่ปรารถนาต่อไป จนหลับในที่สุด
ผู้เขียน อยู่กับเสียงประหลาดนี้ ที่กุสินารานคร ตลอดจนถึงวันกลับ แต่ทำไมผู้เขียนจึงอยู่ได้ คงต้องขอต่อบันทึกต่อไปนะคะ
เพราะนี่ก็ใกล้เวลา ที่ไฟฟ้า เมืองกุสินาราจะดับแล้ว จะทำอะไรก็รีบทำ เดี๋ยวเสียงกรีดหวี
..........ก็จะมาอีกแล้ว.......
สวัสดีครับ
อ่านแล้วก็นึกถึงบรรยากาศชัดเลย น่ากลัวทีเดียว
รออ่านต่อครับ ;)
สวัสดีค่ะ พี่รุ่ง
สวัสดีค่ะคุณธวัธชัย
ยังไม่ไปนอนหรือคะ เดี๋ยวไฟฟ้าจะดับแล้ว อ้อ! ลืมไป เมืองไทยเมืองสวรรค์ ไฟฟ้าไม่ค่อยดับ ถึงดับก็ไม่นาน
เสียงนี้ ใครฟังต้องหนาวเข้าไปถึงหัวใจจริงๆ ขอบอก
วันนี้ง่วงแล้ว พรุ่งนี้จะเล่าต่อนะคะ
สวัสดีค่ะป้าแดง
โธ่ เป็นเสียงดนตรีก้ดีซิคะ นี่ขอกระซิบบอก เสียงโทนเดียว ไม่มีสูงต่ำเลย เหมือนเสียง....บรือ
ดีค่ะป้าแดง ถ้าป้าแดงสมัครไปนะ จะเรียนให้พระอาจารย์ ท่านจัดห้อง ที่มีเสียงประหลาดนี้ให้ จะได้ช่วยกันวินิจฉัย
กรีดๆๆๆๆๆ มาอีกแล้ว ทั้งคืน
ไปเจออะไรมาบ้างเนี่ย - -"
สวัสดีค่ะคุณThe Man Who Sold The World
ต้องมาตื่นเต้นด้วยกัน รับรองไม่ใช่เรื่องฮาแน่นอนค่ะ
สวัสดีค่ะ
อยากรู้จังว่าเจ้าของเสียง เขาอยากบอกอะไร
:)
สวัสดีค่ะ เสียงจักจั่นอินเดียมังค่ะ ถึงไม่คุ้น มีกลิ่นถั่วมั้ยคะ ถ้ามีล่ะใช่เลย
สวัสดีค่ะคุณครูGutjang
ที่อินเดียนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง ต้องใช้สติดีๆ บางทีผ่าน เอ๊ะ!นั่นอะไร พอเข้าใกล้ก็แทบไม่น่าเชื่อ เหมือนเรื่องกองกระดูก ชายน้ำเป็นต้น
รอฟังต่อนะคะ
สวัสดีค่ะหนูamp
นั่นซินะ ถ้ามีกลิ่นถั่วจะได้กินเสียเลย แต่จนแล้วจนรอด ก้ไม่เห็นตัว เสียงอะไรน้า...ไม่เคยได้ยินมาก่อน
น่ากลัว..วังเวง
ถ้าเป็นผมห้องนั้นไม่กลับไปแล้ว..ดีไม่ดีกลับไทยดีกว่า
เรื่องนี้น่าติดตาม มีเงื่อนงำ..ปริศนาธรรม
ฮิๆๆ
อิอิ พี่เล่าเรื่องได้น่าติดตามมากเลยค่ะ ไว้จะมาฟังเฉลยต่อนะคะ ตื่นเต้นๆ ค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะพี่เกาตรยะลา
แอบมาสวัสดีก่อนจะไปงานสัมมนากาชาด
เผ่นก้เสียชื่อคน G2K น่ะซิ
แล้วก็ไม่รู้จะเผ่นไปไหน
แต่ที่สุดก้ได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับบางสิ่ง สมกับการรอคอยค่ะ
อยากเล่าต่อจัง แต่คืนนี้ก็แล้วกัน
สวัสดีค่ะ
คุณกมลวัลย์คะ
ดิฉันนึกเรื่องที่เล่า ยังตื่นเต้นอยู่เลย ดูจิตใจมันแสดงอาการชัดแจ๋วเลยค่ะ
จะช้าหรือเร็ว คนเราก็ต้องผจญภัย ด้วยตัวเองทั้งสิ้น
คืนนี้พบกัน...เหวอ
เข้ามาอ่านด้วยครับ
เข้าบรรยากาศศุกร์ 13 ดีจัง (จะติดตามตอนจบนะครับ)
ธุหมอรุ่งค่ะ..
เป็นต้อมนะ คงจะ....กรี๊ดดๆๆ หรือไม่ก็เป็นลมไปเลย แต่จะว่าไปนะคะ หลายๆ ครั้งที่ในยามวิกาล ทั้งหูและตาเราก็จะคอยแต่วิ่งวุ่นไปกับตัวฟุ้งซ่าน คิดโน่น-คิดนี่ มันไม่เห็นก็คิดให้มันเห็น มันไม่ใช่ก็คิดว่ามันต้องใช่
หลายต่อหลายครั้ง บอกกับตัวเองว่า "เอาล่ะวะ เป็นไงก็เป็นกัน" แล้วในที่สุดก็..ต้อมเองต้องเผ่นแน่บ ยอมรับค่ะ ว่า "กลัว" ยอมรับอีกด้วยว่า.. "ไม่อยากเจอ"
เนี่ยนะ ถ้าเจอจังๆ ก็อยากให้มากันดีๆ สวยๆ กลิ่นหอมๆ ..ไม่ใช่มาแบบน่ากลัว มาในสภาพที่เป็นซากอสุภะ
หวัดดีค่ะ...พี่
ชักอยากฟังต่อซะแล้ว
ปกติก็เป็นคนกลัวผีนะค๊ะ...
แต่อยากรู้ว่าเป็นเสียงอะไร !!! คะ...
สวัสดีครับ เข้ามาอ่านเรื่องแรกก็เจอดีเลย แต่ก็น่าสนใจดี เขียนให้จบนะครับ จะเข้ามาติดตามตอนต่อไปครับ...
สวัสดีค่ะคุณโต
อีกไม่กี่นาทีศุกร์ที่ ๑๓ ก็จะจากไป ขอให้วันใหม่ คือความสดใสแห่งชีวิต และความสมหวังนะคะ
บันทึกต่อไปเหมาะกัยศุกร์ที่๑๓ ยิ่งกว่าอีกค่ะ
สวัสดีค่ะคุณต้อม-เนปาลี
แรกๆว่าไมอยากเจอ แต่ท้ายๆ ก็เจอก็ได้ ต้องอย่างนี้ซิคะ ถึงจะใจเด็ด
หนีก็แค่หนีไปคั้งหลักค่ะ เหมือนกันเลย