(ไก่เจ๊สวนป่ามีชีวิตอิสระอย่างพอเพียง)
คนอารมณ์ดีเชิญทางนี้ คุ้มดีคุ้มร้ายผ่านไปก่อนนะจ๊ะ.
ในช่วงที่สภาพสังคมบ้านเมืองชุลมุนกันไม่รู้ออกหัวออกก้อยนี้ เราทำได้อย่างมากแค่เอาใจช่วย และภาวนาให้เหตุการณ์คลี่คลายสงบลงเสียที คนไทยยุคนี้ควรที่จะเอาความรู้ความสามารถมาใช้ในทางที่ถูกที่ควร หันหน้าเข้าหาวิธีร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาประเทศแข่งกับชาติอื่น
ในระหว่างที่รอและตั้งความหวังลมๆแล้งๆ เราหาเรื่องกอดกันดีกว่า ..โอ๊ะ! ไม่ใช่ หาเรื่องจัดการกับตัวเองดีกว่า เออ..เรื่องอะไรบ้างละ ที่เราควรจะสะสางตัวเอง หรืออาจจะเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนในเครือข่ายรอบข้าง ..เรามาช่วยกันผลิตความหวังใหม่ๆสดๆกันดีไหมละขอรับ

(สัตว์น่าจะรู้วิธีอยู่บนโลกนี้ แบบพอเพียงมากกว่ามนุษย์)
อีก7-8วัน ลูกหลานแซ่เฮ จากหลายจังหวัดจะเดินทางมาที่นี่ มีคนชอบวิ่งกับคนเชียงรายติดรถมาจากเมือง2แคว ป้าจุ๋ม แซ่เฮ จากกทม.แวะขอนแก่นแล้วบึ่งมา น้าอึ่งอ๊อบคนสวย แซ่เฮ ลุยมาจากเชียงใหม่ หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ จากกระบี่ขนสมาชิกมา1รถตู้ ทริปนี้จะมาเจอนักศึกษาแพทย์อีก50ชีวิตวันที่14-15 คงคึกคักตามสไตล์เฮฮาศาสตร์ ในฐานะเจ้าบ้านควรจะรับรองญาติแซ่เฮด้วยเรื่องอะไร ช่วง2-3วันนี้ ลุกจากเก้าอี้ ไปสำรวจบริเวณที่จะออกแบบเรียนรู้เชิงกิจกรรม ตามหลักสูตรที่ค้นคิดขึ้นมา..
หลักสูตรพัฒนาใจให้มีสีเขียว
ใครจะหัวเราะยังไงก็ช่างเถอะ..ผมยังนึกชมตัวเองอยู่นะนี่ ที่คิดชื่อได้น่าหมั่นไส้ดีเหลือเกิน เรื่องนี้ท่านไร้กรอบแสดงให้เห็นแล้ว ..เดินไปเจอกระบวยที่ทำจากน้ำเต้าของผมที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ยังคิดถึงถ่ายรูปมาส่งข่าวในบล็อก นี่คือวิธีหล่อเลี้ยงจิตใจให้ชุ่มชื่นระดับเทพ อิ อิ
เรื่องหลักสูตรพัฒนาจิต เราจะผสมผสานระหว่างการฝึกจิตของกระบวนกรเชียงราย เข้ากับการฝึกจิตกระบวนการมหาชีวาลัยอีสาน เก็บสาระสำคัญบางส่วนของหลักสูตรภูมิสังคมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาปรับปรุงให้เป็นแกงโฮะรสกลมกล่อม ..เมื่อคืนลุงเอกยังส่งข่าวว่ามีหลักสูตรของอังกฤษจะส่งมาให้พิจารณา เมื่อประมวลดูแล้ว เราอาจจะได้เนื้อหาและกระบวนการอร่อย แบบขนมปังผสมแกงโฮะก็ได้นะขอรับ
ในชั้นนี้ผมจะยกร่างเนื้อหากระบวนการ และวิธีเรียนมาเสนอคณะยกร่างหลักสูตรไปพลางๆก่อนดีไหมครับ
เอาตั้งแต่ตีระฆังเรียกเข้าห้องเลย สำรวจดูหน้าตามีใครที่ยังไม่อาบน้ำแต่โมเมไปทาแป้งมาบ้าง ให้แนะนำตัว บอกเล่าว่าทำการบ้านอะไรมาบ้าง เพราะคนที่มาเข้าค่ายนี้จะต้องเข้าไปค้นเรื่องมหาชีวาลัยอีสานจากBlogเสียก่อน จะได้ย่นย่อเวลาไม่ต้องมาถามที่ไปที่มากันอีก ..ที่นี่ตั้งมาเมื่อไหร่ พ่อทำอะไร ทำยังไง คิดยังไง ..เรื่องพวกนี้ควรเรียนวิธีค้นข้อมูลเป็นการบ้านล่วงหน้า และการบ้านนี้ควรจะเป็นข้อสอบในการคัดคนที่จะมาด้วย ถ้าหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆเข้มข้นในการพัฒนาบุคลากรของตน พวกเฉื่อยแฉะไล่ไปขายเต้าฮวย พวกหัวไวใจสู้จึงส่งมาที่นี่..
ระยะเวลาอบรม3วัน2คืน สิ่งที่ต้องเตรียมมา ของใช้ส่วนตัว เสื้อแขนยาว กางเกงยีน ส่วนผ้าถุงถ้าชอบสบายๆสไตล์ชนบทขนานแท้ก็เตรียมมา หมวก สำหรับสตรีที่ต้องการให้หน้าแฉล้มกลับไป รองเท้าบุกป่า กล้องดิจิตอล โน้ตบุกส์ เทปบันทึกเสียง หรือจะเอากล้องวิดีโอมาก็ดีนะ ไฟฉาย กรรไกรแต่งแจกัน คัตเตอร์ เอ็นเย็บแผลชนิดละลายเองมาด้วยสักม้วนก็ดี แค่นี้แหละ ขาดเหลือทางนี้จะจัดไว้ให้

(ตัวอ่อนจั๊กกะจั่นโผล่มาจากดิน สอนวิชาภูมิคุ้มกัน ฝุ่นสีขาวทำให้มดแดงไม่กล้าแตะต้อง)
วันที่1
ตื่นมาทักทายกันที่ร่มไผ่หน้าบ้าน ดื่มโอวัลติน ชา กาแฟ นมถั่วเหลือง ขนม เลือกตามอัธยาศัย นั่งคุยกันสบายๆใต้ร่มไผ่ ครูจะชวนคุยเพื่อทบทวนความตั้งใจ
ทำไมเราถึงมาที่นี่ จะมาทำอะไร จะมีกิจกรรมอะไร เราจะต้องทำตัวทำใจยังไงบ้าง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อะไร
หลังจากนั้นให้เวลาแบ่งกลุ่ม10นาทีกลุ่มละ5คน แต่งตั้งตัวแทนกลุ่มไว้ให้เรียบร้อย เริ่มบริหารกลุ่ม กำหนดหน้าที่ ใครจะซักถาม ใครจะถ่ายภาพ ใครจะเก็บเสียง ใครจะจดบันทึก
กระบวนการกลุ่มจะเริ่มแล้ว ทุกกลุ่มจะต้องหัดคิดแล้วว่า บทบาทภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของกลุ่ม ควรมีอะไรบ้าง จะบริหารจัดการกันยังไง ใครถนัดและเหมาะกับหน้าที่อะไร ให้คุยกันเพื่อจะได้รู้ว่าไผ๋เป็นไผ๋
เริ่มออกเดินไปสำรวจบริเวณโดยรอบ แวะจุดละนิดหน่อย พร้อมฟังคำอธิบายว่าทำไมถึงเลือกทำกิจกรรมนี้ มีสาเหตุ มีไฟล์บังคับทางระบบนิเวศหรือด้านอื่นอะไรบ้าง จุดเด่นจุดด้อยแต่ละกิจกรรม รวมทั้งชี้ให้เห็นจุดพิเศษ(ถ้ามี)
ทุกขั้นตอนผู้เข้ารับการอบรม ควรจะถ่ายภาพ จดบันทึก เลือกวิธีทำสบายๆยังไงก็ได้ เพียงแต่ขั้นสรุปการบ้านอย่าให้ตกหล่นเนื้อหาเป็นใช้ได้
(รูปแบบเกษตรพึ่งพาธรรมชาติ)
จุดที่2 จะพาไปชมโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ดูโคที่เลี้ยงไว้หลายตัวหลายวัยทั้งพันธุ์แท้พันธุ์ลูกผสม อาจจะได้เกาคางลูกโค หรือชวนลูกโคตัวเชื่องเดินตามไปเที่ยวด้วย
จุดนี้ครูจะอธิบายถึงวิธีเลี้ยง วิธีปรับปรุงพันธุ์ การแสวงหาความรู้จากนักวิชาการกรมปศุสัตว์ การบันทึกประวัติโค รวมไปถึงการจัดการด้านอาหาร ดูแล ยารักษาฯลฯ ..การนำมูลโคไปใช้ประโยชน์ “คลิ๊ก” โคพวกนี้แปรสภาพหญ้ามาเป็นปุ๋ยให้เราทุกวัน กินมากขี้มาก ได้ปุ๋ยมาก ดังนั้นไม่น่าจะขี้เกียจหาหญ้าให้โค ขยันเท่าไหร่ได้มูลค่าเพิ่มเท่านั้น เดี๋ยวนี้ปุ๋ยเคมีแพง มูลโคจากถุงปุ๋ยละ10บาท เดี๋ยวนี้ซื้อกันถุงละ30-50บาท ชาวไร่แย่งกันซื้อไปใส่สวนยางพารา
เป็ดประเด็นการพึ่งพาตนเองด้านปัจจัยการผลิต
เราแวะแปลงหญ้า ที่ปลูกไว้หลายชนิด วิทยากรจะอธิบายถึงนิสัยจุดดีจุดด้อยของชนิดพันธุ์หญ้าฯลฯ แล้วแวะแปลงสมุนไพร จะเห็นสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่ทำให้ฉุกคิดว่าปลูกอะไรบ้าง ทำไมถึงเลือกปลูกชนิดนี้ มีเหตุผลอะไร ดี ด้อย เด่น เหมาะสมยังไง
เปิดประเด็นการพึ่งพาตนเองด้านยารักษาโรค
รายละเอียดเพิ่มเติม ผู้เข้าอบรมจะต้องซักถามเอง ข้อซักถามทุกจุดจะประเมินภูมิหลังของผู้เรียน ว่ามีพื้นฐานเรื่องนี้อย่างไร เมื่อจบคำถาม วิทยากรจะเพิ่มเติมให้บางส่วน หรือให้ประเด็นไปค้นหามาใส่ในรายงานกลุ่ม
เปิดประเด็นวิธีกระแซะความรู้
ใกล้ๆแปลงสมุนไพร จะปลูกไม้ยูคาลิปตัสเพื่อการวิจัยสายพันธุ์ที่ให้น้ำมันมากกว่าพันธุ์ที่ปลูกกันทั่วไป ในแปลงนี้ปลูกอินทผาลัม ลำดวน และมะขามป้อม พื้นล่างปลูกหญ้าเลี้ยงวัว ริมรั้วปลูกชะอม มีแม่ไม้ยูคาต้นโต ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยางนา มะม่วง ต้นบักเบ็ญ บักเม่า ต้นเต่าร้าง
เปิดประเด็นการมองหาโจทย์วิจัย
สงสัยประเด็นไหน ให้รีบตั้งคำถาม จะอธิบายตามความสนใจในแต่ละเรื่อง สนใจหยาบๆหรือละเอียด ดูได้จากคุณภาพคำถาม นั่นก็หมายความว่า ผู้เข้าอบรมจะถูกประเมินเช่นกัน เพื่อให้รู้เขารู้เรา ..ในช่วงกลางคืนที่จัดสุนทรียะสนทนา วิทยากรจะได้ประเมินถูกว่าจะฉีดยาขนานไหน ปริมาณมากน้อยอย่างไร ถ้าใช้ไม่เหมาะสม คนไข้อาจจะช็อกคาเข็ม หรือไม่ก็ดื้อยาได้
เปิดประเด็นวิชาความพอประมาณ จุดพอดี จุดคลิก !
(แมลงสร้างบ้านดิน สอนวิชาพึ่งตนเองอย่างพอเพียง)
เดินรอบก่อนอาหารเช้า คงมาถึงแค่นี้ เวลาประมาณ 8.30 น. เดินคุยกันกลับที่พัก อาจจะแวะถ่ายภาพเก็บไว้ในระหว่างทาง ล้างมือรับประทานอาหาร ระหว่างรับประทานอาหาร
เปิดประเด็นวิธีเดินเข้าสู่สนามความรู้
ผู้เข้าอบรม ควรจะปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนความเห็น ช่วยกันเล่าในมุมมองของแต่ละคน ..เห็นอะไร เข้าใจว่าอย่างไร นึกสงสัยในประเด็นใด เอาความรู้สึกนึกคิดมาผนึกกันเข้าเป็นชุดความรู้กลุ่มในรอบเช้า อิ่มข้าวแล้ว ฝ่ายเลขาขมวดประเด็นรวบรวมไว้
จุดที่2
เตรียมตัวออกเดินไปศึกษาสัตว์เลี้ยง เพื่อจะพิจารณาวิธีการพึ่งตนเองด้านโปรตีน ศึกษาเหตุผลการคัดเลือกชนิดสัตว์เลี้ยง วิธีเลี้ยง การดูแล ปรับปรุงพันธุ์ จุดดี ด้อย เด่น หรือพิเศษ ปัญหาที่เผชิญอยู่อะไรบ้าง วิธีการแก้ไขปัญหาทำอย่างไร ผู้อบรมควรเพิ่มประเด็นได้ไม่จำกัด บางคนอาจจะมีประสบการณ์ อาจจะมาแลกเปลี่ยนหรือต่อยอดความรู้ด้านการเลี้ยงปศุสัตว์ก็ได้
เปิดประเด็นความมีเหตุมีผล และการต่อยอดความรู้
ผู้เข้าอบรม ควรสังเคราะห์สิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน ได้สังเกต มาประมวลเป็นเนื้อหาต้นทุนความรู้ เกี่ยวกับการพึ่งตนเองด้านอาหาร ควรหาเวลาแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เลี้ยงหรือสอบถามวิทยากรเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อสรุปวิธีเลี้ยงสัตว์ของที่นี่ อาจจะเลือกสัตว์1ชนิดมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อการอธิบายวิธีเรียนรู้ของกลุ่ม เช่น นกกระจอกเทศ หมูเหมยซาน ไก่ไข่ ไก่ต๊อก ไก่งวง เป็ด ห่าน ปลา หรือโค
จุดนี้น่าจะจบลงในเวลาประมาณ 12.00 น. ผู้เข้าอบรมเดินบันทึกภาพ เก็บข้อมูลตามอัธยาศัย แล้วไปรับประทานอาหารกลางวัน อิ่มแล้วให้เวลาหารือทบทวนกันเอง จนถึงเวลา 15.00น.จึงมายังจุดนัดพบเพื่อเดินไปศึกษาสถานที่รอบบ่าย
จุดที่3
จะเน้นประเด็นออกแบบพึ่งตนเองด้านพืชผักและการปลูกต้นไม้ประเภทต่างๆ ศึกษาผักพื้นบ้านที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ ผักล้มลุก ผักยืนต้น ผลไม้ และการจัดการป่าไม้รูปแบบต่างๆ เช่น
ไม้ติดแผ่นดิน ไม้เศรษฐกิจ ไม้ใช้สอย ไม้สมุนไพร ไม้ผล ไม้ผักยืนต้น ไม้ประดับ ไม้เพื่อการวิจัย ผู้เข้าอบรมจะได้เห็นตัวอย่าง แล้วพิจารณาความหมายของกลุ่มชนิดไม้ว่าควรจะมีการออกแบบปลูกกี่ลักษณะ ยกตัวอย่าง แปลงไม้ไผ่ จะอธิบายเหตุผลในการปลูก นำเข้าสู่นโยบายสนับสนุนการปลูกป่าด้านใด จุดเหมาะสม จุดพิเศษ มีอะไรบ้าง
เปิดประเด็นการบูรณาการชีวิตกับธรรมชาติ
..ภาพรวม ชนิดไม้ไผ่ ที่มาของสายพันธุ์ ชี้ให้เห็นความสำคัญและความสัมพันธ์ในวิถีไทยทั้งยุคเก่ายุคใหม่ ไผ่เป็นตัวอธิบายการพึ่งพาธรรมชาติได้ข้นข้างครอบคลุมถ้าใช้วิธีคิดเชิงภูมิปัญญาไทย อาหาร-เครื่องใช้-เชื้อเพลิง-ประเพณี-รายได้-งานฝีมือ-มีงานทำ-นำไปพัฒนาได้กว้างขวางกว้างไกล เห็นผลไว-เหมาะกับชาวบ้านที่มีปัจจัยพื้นฐานน้อยและจำกัด
เปิดประเด็นพระธรรมชาติ
เนื่องจากเป็นประเด็นกว้าง การซักถามในพื้นที่อาจจะแบ่งรับแบ่งสู้ หมายถึงรับคำถามที่ผู้อบรมสนใจ หรือวิทยากรจะเพิ่มเติมจุดพิเศษ เช่น พาไปดูแปลงที่ปลูกไว้เป็นแม่ไม้ ที่มีทั้งไม้พื้นถิ่นและไม้ต่างประเทศ รวมทั้งไม้ที่ปลูกเพื่อการวิจัยพลังงานทดแทน และไปดูแปลงปลูกไม้ไผ่หลากหลายสายพันธุ์
ครบ3จุด หมดเวลาพอดี เดินกลับ แยกย้ายอาบน้ำ นัดหมายรับประทานอาหารเย็น
เวลา 20.30 น. พบกันที่ลานเพลิน ตั้งวงสุนทรียะสนทนา บรรยากาศสบายๆอิสระ ใครจะเล่า ใครจะถาม ใครจะตอบ ..
ถอดหัวโขน ไม่เป็นอะไรทั้งนั้น อยู่ในโลกที่ไร้กรอบใด ใครจะนั่ง ใครจะนอน ใครจะร้องเพลง เพื่อจะดูว่า..ไก่เปิดออกจากกรงจะเป็นอย่างไร ทำใจว่างได้ไหม ถ้ายังแบกห่วงแบกโลก ก็เล่าได้นะ มีคนคอยฟังคอยปลอบ ..ช่วยกันหาจุดเริ่มต้นดูสิ จะสุนทรียะสนทนาโดยไม่มีคนนำพาได้ไหม? ..ไก่ต๊อก ทำไมมันจัดกระบวนการกลุ่มได้เองอย่างสบายๆ การร้องเรียกหากันถือว่าเป็นสัญญาณ รึเป็นกติกาไก่ รึกรอบในธรรมชาติ
23.00 น. นัดหมายรายการกิจกรรมพรุ่งนี้เช้า แยกย้ายนอน

วันที่2
โจทย์
: การอยู่กับตัวเอง คิด คุย กับตัวเอง
: กระบวนการฝ่าหนามแหลม
เช้านี้เตรียมตัวทะมัดทะแมง เตรียมถุงมือ กรรไกร บุกไปแปลงมะนาว
8.30 น.ครูจะพาไปพื้นที่เรียนรู้ อธิบายกว้างๆว่า ในพื้นที่ตรงนี้เป็นสนามฝึกจิตได้อย่างไร ดูสิต้นกระสังหนามแหลมคมทั้งต้น บางต้นก็มีเถาวันคลุมรกรุงรัง จะจัดการทำความสะอาดของกิ่งก้านต้นกระสัง เราจะต้องฉุกคิด ใคร่ครวญ สังเกต ต้องมีเหตุผล มีการวิเคราะห์ ว่าจะตั้งต้นที่จุดไหน ใช้เครื่องมืออะไร ทำอย่างไร
เปิดประเด็นความมีเหตุผล
ครูจะสาธิตให้ดู ทุกคนยืนเงียบๆ คิดอย่างเดียวไม่ต้องพูด ปล่อยให้ครูคิด พูดตามความคิดไปคนเดียว..เอ๊ะยังไงนะ ตัดตรงไหนนะ เริ่มเปิดกิ่งไม้ด้านไหนยังไง เพราะเหตุผลอะไร ..ทำให้ดูไปทีละขั้นตอนจนเรียบร้อย
หลังจากนั้นจะแบ่งต้นไม้ให้ชาวค่ายคนละต้น ทุกคนลงมือปฏิบัติตามจากตัวอย่างที่ได้รู้ได้เห็น ทำไปคิดไปเงียบๆคนเดียว จนกว่าจะจัดการต้นไม้ได้เรียบร้อยในเวลา2ชั่วโมง ครูจะมาตรวจ ให้ผู้เรียนยืนเคียงคู่ถ่ายภาพกับต้นไม้ที่ตนเองรับผิดชอบ
เปิดประเด็นการพึ่งพาความคิดความรู้ตนเอง
ในจุดนี้ ผู้เรียนควรบันทึกจากความจำในภายหลัง ว่าตนเองจัดการอย่างไร แล้วนำมาเล่าสู่เพื่อนฟัง อะไรบ้างที่ทำเหมือนกัน อะไรบ้างที่ทำแตกต่างกัน อธิบายเหตุผลของความแตกต่าง
10.30-12.00น.
หลังจากพักชิมอาหารว่าง ครูจะสอนวิธีเสียบยอด เสียบกิ่งแบบต่างๆ แล้วให้ผู้เรียนแยกย้ายกันไปปฏิบัติจริงที่ต้นไม้ตนเอง ในช่วงนี้ให้เดินไปดูของเพื่อนๆ หรือชวนเพื่อนๆให้มาช่วยเหลือได้ พูดคุยกันได้ปกติ
ควรบันทึกด้วยว่า ตนเองได้ทดลองการเสียบยอดด้วยวิธีใด เสียบยอดพันธุ์อะไร อธิบายขั้นตอน
13.30-16.00 น.
ครูจะพาเดินดูชนิดต้นไม้ที่มีการเสียบยอดเพื่อปรับปรุงพันธุ์ เช่น
การเสียบยอดโมกพันธุ์ดีมีกลิ่นหอมกับต้นโมกป่า
การเสียบยอดชมพู่กับต้นหว้า
การเสียบยอดมะเดื่อญี่ปุ่นกับมะเดื่อป่า
การเสียบยอดองุ่นกับบักอีโกย (องุ่นป่า)
ก่อนจบกิจกรรมนี้
ครูจะเล่าถึงแนวคิดการปลูกพืชน้ำมันเพื่อการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน เช่นการปลูกต้นสำโรง ต้นเอกมหาชัย ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นที่เมล็ดมีน้ำมันปริมาณที่น่าสนใจ ให้ผลผลิตภายใน8-10ปี แต่เราสามารถใช้วิธีการเสียบยอดมาร่นระยะให้มีผลผลิตได้ภายใน3ปี กิจกรรมนี้จะนำไปเผยแพร่สู่เครือข่ายคนแซ่เฮทั่วทุกภูมิภาค เพื่อเปิดการเรียนรู้วิธีอยู่วิธีทำที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยในโลกนี้ โดยใช้ฐานคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถอธิบายเชิงประจักษ์ได้ว่า ความพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน เป็นฉันใด ..โยงให้เห็นเส้นทางพัฒนาความรู้ จากจุดเสียบยอด นำไปสู่การมีส่วนช่วยงานพลังงานทดแทน
เปิดประเด็นการทำเรื่องธรรมดา ให้เป็นเรื่องพิเศษ
จุดนี้สำคัญ ที่กลุ่มผู้เรียนจะต้องมาสรุปตีความ คำว่าเศรษฐกิจพอเพียง ควรจะมีวิธีการอย่างไร ที่ทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ จุดคลิ๊กอยู่ตรงไหน จุดด้านดึงอยู่ตรงไหน ถ้าทำจะได้อะไร ถ้าไม่ทำจะเป็นอย่างไร จุดนี้ต้องเตรียมอภิปรายกลุ่มในวันรุ่งขึ้น โดยโยงสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงด้วยอิทธิพลตะวันตก ที่ผลักดันให้ทุกอย่างพุ่งทะยาน ราคาน้ำมัน สินค้าทุกอย่าง อาหารการกิน เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง นำไปสู่..โจทย์ชีวิต โจทย์สังคม โจทย์ประเทศ และโจทย์ประชาคมโลกเข้าตาจน สงครามเศรษฐกิจกำลังเขย่าโลก ประเทศไทย คนไทย ควรจะคิดถึงวิธีตั้งรับและเดินรุกอย่างไร
อิอิ กะจะแซวเรื่องเดียวกันเลย
เวลาว่าง...ก็มากอดกัน..เอ๊ย..มาถอดหัวโขนกันค่ะพ่อ..อิอิ
ไม่ได้เขียนผิด เจตนา ตั้งให้แปลกๆกวนๆ
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 21:50
690678 [ลบ]
เมื่อ Sat 07 Jun 2551 @ 21:46
690669 [ลบ]
อิอิ กะจะแซวเรื่องเดียวกันเลย
จ่ายค่าแซวด้วยภาพ ค้างน้ำเต้า คาดว่าอีกเดือนเศษคงมีลูกโตงเตง
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 22:10
690711 [ลบ]
อยากเสนอว่าถ้ามีจังหวะ ให้ถามความคาดหวังก่อนเริ่ม และถามความรู้สึกก่อนจากไปครับ รออ่านว่าจะเขียวมั๊ย ถ้ามีกระดานให้เขียนก็ดีซิครับ
สวัสดีครับพ่อครูบา
เป็นหลักสูตรที่น่าสนใจมากเลยครับ
หลักสูตรคนหัวใจสีเขียว ผมชอบหลักสูตรนี้ครับ
คุณหมอก็น่าจะชอบเช่นกัน อิอิ...
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 22:27
690748 [ลบ]
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 22:24
690737 [ลบ]
ขุมทรัพย์แห่งปัญญา..อิ..อิ..
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 22:29
690751 [ลบ]
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 22:47
690792 [ลบ]