ไปลุยทุ่งลาเวนเดอร์กัน...
|
ลุยทุ่งลาเวนเดอร์ กับ "นาย Pompier"..คนเดิม
กรกฎาคม 2550...
ผ่านไปแล้วเกินกว่าครึ่งทางของปีนี้ ที่นี่ Aix-en-Provence ก็เริ่มร้อนขึ้นๆ เข้าไปทุกที อุณหภูมิแตะอยู่ประมาณ 30°c แสงแดดก็แรงมากจนไม่ค่อยอยากออกไปเดินนอกบ้าน
..ถึงเวลาแล้วที่เราต้องพัก(หนี)ร้อนกัน..
เรียกได้ว่าเป็นระเบียบปฏิบัติประจำของผมและคนใกล้ตัวที่อยู่ด้วยกันที่นี่ว่า พอถึงหน้าร้อนแล้วเราต้องไปดู "Champ de lavande" (อ่านว่า ช้อม-เดอ-ลา-ว้อง-เดอะ/เบาๆในลำคอ) ซึ่งก็คือ "ทุ่งลาเวนเดอร์" โดยพร้อมเพียงกัน
"ลาเวนเดอร์" หรือ "lavande" คือ ดอกไม้ชนิดหนึ่ง มีสีม่วง ปลูกกันมากแถวๆ Provence โดยมีวัตถุประสงค์หลัก นำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำหอม อีกทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มีกลิ่นของลาเวนเดอร์นั่นเอง
ดังนั้น แถวๆ Provence จึงสามารถหาดู Champ de lavande ได้ ...แต่ไม่ได้มีให้ดูทั้งปีนะครับ ก็จะเป็นในช่วงฤดูร้อน ปลายเดือนมิถุนายน จนกระทั่งกลางเดือนสิงหาคมโดยประมาณ หลังจากนั้นเค้าก็จะตัดไปใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ว่า..
ปีนี้ก็เหมือนทุกปี ผมและคนใกล้ตัวชุดเดิมหนีร้อนไปเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์กันอีกเช่นเคย (เหตุการณ์เกิดขึ้นมาสดๆร้อนๆ) เราเช่ารถ ซึ่งผมคิดว่าเป็นวิธีการที่สะดวกและประหยัดที่สุด คราวนี้เป็นรถขนาด 7 ที่นั่งคันงาม อันเนื่องมาจากพวกเรารวมพลได้ 7 คน..
เราออกเดินทางจาก Aix-en-Provence เวลาประมาณ 13.00 น. (เนื่องจากช่วงเช้าพวกเราบ้างไม่ว่าง บ้างไม่ตื่น) ขึ่นทางด่วนสาย A 51 มุ่งหน้า Valensole (อ่านว่า วา-ลอง-โชน-เลอะ/เบาๆเช่นกัน) ขับรถด้วยความเร็วสบายๆ ประมาณ 45 นาที เราก็ขับออกจากทางด่วนที่ Sortie 18 (ทางออกหมายเลข 18) แถวๆนั้นเป็นเมืองชื่อว่า Manosque (อ่านว่า มา-โนส-เกอะ/เบาๆอีกแล้ว) ถ้าใครเคยได้ยินมาบ้างเมืองนี้เป็นที่ตั้งของ โรงงานชื่อดัง L'Occitane en Provence (ที่นี่เค้าอ่านกันว่า ล็อก-ซิ-ตาน-ออง-โพร-วองซ์) ที่ผลิตสินค้าเครื่องสำอางและอื่นๆที่หลายๆคนชอบมาก...

เรายังคงมุ่งหน้า Valensole บนถนนสายเล็กๆ มาเรื่อยๆอีกประมาณ 15 นาที และแล้วเราก็มาถึง...ภาพที่เราเห็นในตอนนี้ก็คือ "Champ de lavande"...


ทุ่งลาเวนเดอร์ที่มองไปสุดลูกหูลูกตา สวยงามกว่าเมื่อคราวที่ผ่านๆมา เนื่องจากว่าปีนี้เรามาในวันเวลาที่พอเหมาะ ..ปีก่อนๆมาช้าไปทุกที คือเค้าตัดกันไปเกือบหมดแล้ว

วันนั้นอากาศร้อนมากๆ ผมไม่รู้ว่าเท่าไหร่ แต่น่าจะมากกว่า 30 แน่นอน แดดก็แรงมากๆดีนะที่ทาครีมกันแดดมาแล้วเรียบร้อย SPF 50 คงเอาอยู่...แต่ถึงจะร้อนยังไงก็ต้องทนลงไปลุยทุ่ง ...ต่างคนต่างกดชัตเตอร์เมื่อยมือไปตามๆกัน


สำหรับค่าบริการในการเข้าชม ทุ่งลาเวนเดอร์ "ฟรี" ครับ...สิ่งที่ท่านจะได้รับคือ..."ตา"..ได้เห็นภาพทุ่งลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่ไพศาล..."จมูก"...ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ ที่เป็นรากฐานสำคัญของน้ำหอมยี่ห้อดังทั่วโลก.."หู"...ได้ยินเสียงของฝูงผึ้งที่กำลังดอมดมความหอมของดอกไม้นี้..."ปาก"...ได้พูดไม่หยุดว่า "สวยจริงๆสุดยอด" ..."นิ้ว"...ก็กดเข้าไปชัตเตอร์น่ะ


ทุ่งลาเวนเดอร์...จะถูกปลูกเป็นแถวเป็นแนวอย่างมีระเบียบ แล้วแต่ว่าจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนตามสภาพพื้นที่ เราก็สามารถเดินเข้าไปตามช่องตรงกลางระหว่างแถวของลาเวนเดอร์ ต้องระวังนิดว่าอย่าไปกวนใจบรรดาพี่น้องผึ้งเข้า เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตัวท่านเองและผองเพื่อน หากเกิดความไม่พอใจ..



เราใช้เวลาอยู่ตรงนี้ประมาณ 1 ชั่วโมงก็กลับขึ้นรถ ขืนอยู่ต่ออีกนิดอาจจะสุกได้ อย่างที่บอกว่าแดดร้อนจริง...
เราเปลี่ยนมาอีกจุดหนึ่ง..ได้นั่งรถพอหายร้อนมาพักหนึ่ง..เราก็กลับลงไปรัวชัตเตอร์กันต่ออีกยก..



...จนกระทั่งมาสุดเขต Valensole ภารกิจลุยทุ่งลาเวนเดอร์ของเราก็เสร็จสิ้น หอมปากหอมคอสำหรับปีนี้ (แสดงว่าปีหน้าคงมากันอีกเหมือนเดิม)
...แต่ภารกิจ พักร้อนของเรายังไม่หมดแค่นี้ ติดตามตอนต่อไปนะครับ...
|
สวัสดีเจ้าค่ะ
น้องจิ แวะมาเยี่ยมค่ะ สบายดีไหมค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^
โอ้โห...งาม..สุดลูกหูลูกตาดีจริงๆ กลิ่นลาเวนเดอร์จริงๆ กลางทุ่งมันจะเหมือนกลิ่นลาเวนเดอร์ในขวดไหมเนี่ย.. ^ ^ ขอบคุณค่ะ
แสนสุขใน provence
กำลังคิดถึงหนังสือเล่มนี้ด้วยค่ะ
สวยงามมาก น่าไปเที่ยวค่ะ ดูแล้วสบายใจ มีความสุข
สวยจังเลยค่ะ...
ถ้าได้เดินกลางทุ่งลาเวนเดอร์ คงมีความสุขไม่น้อย :-)
ตามาเที่ยวด้วยคนค่ะ ดิกลาเวนเดอร์สวยจริงๆ
สีม่วงสวยจังเลยค่ะ ....ชอบอ่ะ อยากมีโอกาสถ่ายรูปทิวทัศน์ลักษณะนี้บ้างจังเลย
คิดถึงหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน คือ แสนสุขใน Provence เช่นกันเรา เรามีเล่มแรกแล้ว กำลังตามหาเล่มต่อมาอยู่
อยากไปอยู่ท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์บ้างค่ะ คงหอมน่าดูเลยนะคะ
สีม่วงสด สวยจังเลยค่ะ
แถวนั้นเป็นที่ตั้งของโรงงาน occitane ด้วยเหรอค่ะ
วันหลังคุณ Pompier พาไปเที่ยวด้วยสิคะ
เครื่องสำอางค์ยี่ห้อนี้ชอบมาก กลิ่นลาเวนเดอร์ทั้งทุ่งคงหอมอย่างแรงนะคะ
สำหรับ Occitane ฮิตครับที่นี่ ผมก็ชอบเหมือนกัน
เค้าว่าครีมทามือดีที่สุดในโลกนะครับ ยี่ห้อนี้
เคยไปชมโรงงานเค้าเหมือนกันครับ
เดินอยู่ เกือบชั่วโมง เนื้อตัวติดกลิ่นหอมออกมาเลย
เสียดายที่เค้าไม่ให้ถ่ายภาพด้านใน ไม่อย่างนั้นต้องมีมาให้ชมกันแน่ครับ
อ๋อ Occitane โรงงานเค้ามีที่เดียวในโลกนะครับ
ตั้งอยู่ที่เมือง Manosque ที่ Provence นี่เองครับ ...
สวยมากเลย ขอบคุณมาก เหมือนได้มาเที่ยวกับคุณด้วยนะนี่นะ
ขอบคุณครับที่มาเที่ยวด้วยกันครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาลุยทุ่งด้วยกันครับ
มาเที่ยวอีกนะครับ
อยากสัมผัสความรู้สึก...ที่มากกว่าตาเห็น
ตอนหลับตายืนกลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์
...คงไม่ร้อนและฉุนจนเหงื่อตกเนอะ...
อืม...สวย จนแทบได้กลิ่น