การตัดหญ้าในสวนยาง ทำกันสองแบบ คือ ใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพาย และ ตัดโดยใช้รถ จากการสังเกตพบว่า การตัดหญ้าด้วยรถ สวนจะไม่เตียนมากนัก มีต้นหญ้าหลงเหลืออยู่ บริเวณที่รถเข้าไปตัดไม่ถึง และหญ้าที่ตัดด้วยรถจะปกคลุมดิน เนื่องจากชิ้นส่วนของหญ้าจะมีชิ้นใหญ่ๆ ไม่ถูกน้ำชะไปเวลาฝนตก
การตัดโดยใช้เครื่องแบบสะพาย ดูแล้วสวนเตียนเกลี้ยงเกลา ไม่รกตา เศษหญ้าที่ถูกตัด จะเป็นชิ้นเล็กๆ ละเอียด เมื่อมีฝนตกลงมาหนักๆ ก็จะถูกน้ำพัดพาไป มากกว่าที่จะปกคลุมดิน
จากการสำรวจตรวจสอบอย่างใกล้ชิด (จนคนกรีดยางในสวน ตั้งข้อสงสัยว่า ผมไปนั่งยองๆทำอะไร ในสวน) พบว่า
เมื่อแกวกหญ้าที่ปกคลุมผิวดิน จะเจอรากยางจำนวนมาก อยู่กับใบไม้ที่ปกคลุมผิวดินนั้น บางครั้งก็จะเจอเชื้อรา เดินอยู่บนใบไม้ที่ปกคลุมดินนั้น และพบว่ามีต้นไม้อยู่ชนิดหนึ่ง จะมีเชื้อราขึ้นบนใบไม้ ทุกๆแห่งที่ใบไม้นั้นปกคลุมดิน ก็เลยจัดการทดลองเสียเลย โดยตัดต้นไม้ต้นนั้น แล้วตัดเอาแต่ใบมาคลุมดินเอาไว้
สำหรับบริเวณที่ตัดหญ้าโดยใช้เครื่องแบบสะพาย จะไม่พบเศษหญ้าปกคลุมผิวดินมากนัก มีเพียงชั้นบางๆ และพอฝนตกหนักๆ ใบหญ้าที่ถูกตัดจนเป็นชิ้นเล็กๆ ก็จะไหลไปตามน้ำ เลยไม่มีใบหญ้าคลุมผิวดิน รากยางก็ไม่มี เชื้อราก็ไม่เจอ
จากการค้นพบนี้ บอกว่า การตัดหญ้าด้วยรถ น่าจะดีกว่าการตัดหญ้าด้วยเครื่อง และ การใช้สารเคมีฉีดเพื่อทำลายวัชพืชในสวนยางนั้น เสี่ยงต่อการทำลายรากยางเป็นอย่างยิ่ง
การสรุปด้วย ความคิดเห็นของผม อาจจะไม่ถูกต้อง จึงใคร่ขอเชิญพี่น้อง ช่วยให้คำชี้แนะ ขอบคุณครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ
น้องจิแวะมาเยี่ยม สบายดีไหมค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ --->น้องจิ ^_^
เนื่องจากไม่ได้เขียนมานานร่วม 10 เดือน จึงไม่แน่ใจว่า รูปแบบจะออกมาสวยงาม น่าอ่านแค่ไหน จึงส่งขึ้นมาก่อน
หลังจากตัดหญ้าแล้ว ทิ้งช่วงไปนานกว่าจะได้ใส่ปุ๋ย เพราะปุ๋ยชีวภาพ หากใส่ลงไปตอนที่ดินไม่มีความชื้นนานๆ จุลินทรีย์ในปุ๋ยอาจจะ ตายไปได้บ้าง จึงต้องรอฝน
เมื่อฝนตก จนดินฉ่ำน้ำ ก็เริ่มหว่านปุ๋ย ลงไปในอกยาง บนหญ้าที่ตัดเอาไว้ หญ้าจะช่วยเก็บความชื้นเอาไว้ ให้จุลินทรีย์เจริญเติบโต ช่วยย่อยเศษทรากพืช ให้กลายเป็นอาหารของต้นยาง
ผมเพิ่งมาเข้าใจในประโยคนี้ "เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช" ก็ตอนนี้ครับ
ปุ๋ยชีวภาพ ที่ใส่ลงไปในดิน เป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ในดิน ที่จะมาทำการย่อยสลายเศษทรากพืช หรืออินทรีย์วัตถุในดิน ให้กลายเป็นอาหารของยาง
ข้อพิสูจน์คือ การที่รากของยางออกออกมาเต็มในบริเวณที่มีใบไม้ปกคลุม และใบไม้นั้นก็มีเส้นใยของเชื้อรา เดินอยู่เต็ม
ขอบคุณครับ โก๊ะจิจัง แซ่เฮ
ช่วงนี้ฝนตกบ่อยครับ แต่ก็หัวแข็งครับ ไม่ค่อยเป็นหวัดคัดจมูก เหมือนหนุ่มๆแถวกำแพงแสนครับ
4.
ขจิต ฝอยทอง
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 21:24
690609 [ลบ]
ะลึกถึงครับ
สวัสดีค่ะ
ตามหนุ่มหน้ามนคนกำแพงแสน มาระลึกถึงลุงพูนด้วยคนค่ะ
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 21:51
690682 [ลบ]
สวัสดีครับอาจารย์กั๊ด สบายดีนะครับ
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 22:02
690699 [ลบ]
สวัสดีครับคุณหมอ
สวัสดีครับลุงพูนครัีบ
ผมชอบบทความนี้จังครับ เห็นภาพ เห็นการเคลื่อนไหว เห็นปุ๋ยพระธรรมชาติ เห็นวงจรของการคืนประโยชน์ตนสู่ธรรมชาติของใบไม้
สบายดีไหมครับ วันก่อนไปเปิดดูกิจกรรมของ มหาวิิทยาลัยธรรมชาติ น่าประทับใจจริงๆ ครับ กลับไปคงได้ไปขอเรียนรู้หน่อยครัีบ ว่างๆ ลุงพูนเอามาเล่าบ้างซิครับ
ขอบคุณมากนะครับ
10. หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เมื่อ ส. 07 มิ.ย. 2551 @ 23:26
690886 [ลบ]
เมื่อ อา. 08 มิ.ย. 2551 @ 07:45
691149 [ลบ]
ขอบคุณครับท่าน ผอ.ประจักษ์
เมื่อ อา. 08 มิ.ย. 2551 @ 13:28
691719 [ลบ]
เมื่อ อา. 08 มิ.ย. 2551 @ 20:25
692485 [ลบ]
สวัสดีครัีบลุงพูนครัีบ
ยอดมากๆ เลยครับ ผมว่าเรื่องเหล่านี้ล่ะครับ ที่ต้องอธิบายกันให้เกษตรกรเข้าใจครัีบ ปุ๋ยเคมี ใครอยู่ใกล้้ก็กินได้กินเร็วครัีบ กว่าปุ๋ยจะวิ่งไปหารากยางมันก็ผ่านปากหญ้าปากวัชพืชตรงนั้นก่อนครัีบ ตกลงเราใส่ปุ๋ยให้หญ้ากันใช่ไหมครัีบ
ส่วนปุ๋ยที่โดนน้ำฝนชะล้าง ลงสู่ทะเล ทำให้ทะเลเค็มต่อไปครัีบ
ขอบคุณมากๆ เลยครัีบ เป็นประโยชน์มากครัีบ
เมื่อ อา. 08 มิ.ย. 2551 @ 20:46
692529 [ลบ]