วันนี้ได้ยินเสียงจากคนข้างบ้านทักทายกันว่า กลับมาแล้วเหรอ สมองก็คิดไปเรื่อยว่า คำพูดเหล่านี้ก็แปลกดีนะ รู้ทั้งรู้ว่า กลับบ้านแล้วก็ยังทักกันอีก ทำไม ไม่ถามว่า ได้อะไรกลับมาบ้างหรือว่าไปเห็นไปเจอไปพบอะไรมาบ้างหรือว่าไปถึงไหนมา คิดดูอีกที คำพูดหลังๆน่าจะเหมาะกับคนนานๆๆมาเที่ยวหาเราสักที ส่วนคำพูดแรกน่าจะเหมาะกับคนที่คุ้นเคยกันหรือคนที่อยู่บ้านเดียวกัน

วันนี้ได้ยินเสียงจากคนข้างบ้านทักทายกันว่า กลับมาแล้วเหรอ สมองก็คิดไปเรื่อยว่า คำพูดเหล่านี้ก็แปลกดีนะ รู้ทั้งรู้ว่า กลับบ้านแล้วก็ยังทักกันอีก ทำไม ไม่ถามว่า ได้อะไรกลับมาบ้างหรือว่าไปเห็นไปเจอไปพบอะไรมาบ้างหรือว่าไปถึงไหนมา คิดดูอีกที คำพูดหลังๆน่าจะเหมาะกับคนนานๆๆมาเที่ยวหาเราสักที ส่วนคำพูดแรกน่าจะเหมาะกับคนที่คุ้นเคยกันหรือคนที่อยู่บ้านเดียวกัน

 

ดูดิ จิตคิดไปได้

 

เราลองมาวิเคราะห์กันเล่นๆว่า คำพูดต่างๆ เราจะทำให้เป็นแง่บวก หรือ แง่ลบดี  แล้วจะเราจะเลือกใช้อย่างไรละ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์และบริบทขณะนั้นหรือเปล่า

 

 

 กลับมาแล้วเหรอคะ

     กลับมาแล้วจ้า

     คงจะยังละมั้ง/เห็นๆอยู่

 

มาตลาดเหรอจ๊ะ

      จ้ามาซื้อผักหน่อย

      อืมม...คงจะมาโรงพักกระมัง

ทานข้าวเหรอจ๊ะ

       ค่า....เชิญทานด้วยกันค่ะ

       คงจะอ่านหนังสือมั้ง

 

ดูหนังเหรอคะ

        เปล่าค่ะ มาคอยเพื่อน

        มาโรงหนัง จะให้มาดูลิเกหรือไง

 

ซักผ้าเหรอ

        จ้า.....

        เปล่านี่...กินข้าวอยู่

 

อื่นๆอีกมากมาย อย่างเช่น ทำอะไรอยู่จ๊ะ

       อารมณ์ดีก็จะตอบตามวัฒนธรรมการตอบที่คนปกติทั่วไปตอบกัน

       อารมณ์เบี้ยวก็จะมักจะตอบว่า ตาไม่เห็นหรือไง

 

ยังมีคำพูดอีกเยอะเลยละที่เรามักจะใช้ถามกัน บางครั้งก็คิดคำพูดที่ดีกว่าไม่ได้ไม่ออก หรือบางทีก็ถามไปงั้นๆๆแหละไม่อยากได้คำตอบหรอก บางครั้งก็ถามตามมารมาทให้ผ่านพ้นไป

ส่วนเราละ ในฐานะผู้ถาม ผู้ตอบ จะเลือกใช้ คำถาม คำตอบ กันอย่างไร ที่ทำให้ไม่เกิดอารมณ์บูดขึ้นกับผู้ได้ยินได้ฟัง ซึ่งเราๆๆก็คงจะรู้อยู่แล้วละว่าอะไรควรอะไรไม่ควร

คำพูดเลือกได้ เลือกใช้คำพูดดีๆ ไพเราะๆ เสนาะหูกันดีกว่า เน่อะๆๆๆๆๆ