หนังสือคือคำตอบในหลายๆเรื่อง
จากที่มีชีวิตอยู่มายาวนาน เลยอยากจะใช้เวลาว่างที่มีอยู่มาอ่านหนังสือ หรือไม่ก็มีไว้เพื่อการค้นคว้าสิ่งต่างๆ เริ่มเดิมทีหากจะให้สอนเรื่องอะไรการเตรียมตัวก็ไปหาหนังสือมาเก็บๆไว้ ค้นหาสิ่งต่างๆมารวบรวม สอนหลายวิชา จากกรรมของลุงเอกจึงมักจะได้สอนวิชาที่ไม่มีสอนที่ไหนหลายวิชา หลายๆครั้งเข้าทำให้มีมากขึ้น
ต่อมามีงานศึกษาวิจัย หรือมีคนมาให้ช่วยศึกษาหรือทำยุทธศาสตร์ของเขา ในการวางแผนต่างๆ ก็เลยต้องหาหนังสือมาค้นคว้าอีก นานๆเข้าเอาละซีเต็มบ้านไปหมด

ลุงเอกพยายามจัดๆๆ ทำท่าจะเรียบร้อย อุตส่าห์ให้ลูกสาวสร้างโปรแกรมเอาไว้เก็บหนังสือจะได้ค้นหาง่ายๆ ความที่บ้านก็ต้องขยับขยายย้ายห้อง เลยต้องขนของโดยเฉพาะหนังสือกันชุลมุน สักสามรอบเห็นจะได้ ต้องแบกย้ายไปมา ปวดเมื่อยไปทั้งตัว
จัดเข้าตู้แล้วดูน้อยหน่อย อันที่จริงลุงเอกไม่ใช่เป็นหนอนหนังสือเลย เป็นขี้ไรหนังสือมากกว่า ถ้าหนอนหนังสือคงอ่านหมดแล้ว นี่ก็ฝันว่าเกษียณแล้วจะหาเวลาอ่าน
จะว่าเกษียณจากราชการก็เกษียณแล้ว มาจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้อ่านอย่างจริงๆจังๆ เพราะต้องทำงานต่อ ส่วนใหญ่ก็บริหารสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาลที่ สถาบันพระปกเกล้า สอนหนังสือ ฝึกอบรม งานวิจัย ถ้าเขาให้ทำงานจนครบอายุก็ถึง 70 ที่กำหนดไว้ ไม่รู้จะเอาแรงที่ไหนมาใช้อ่านเหมือนกัน อาจจะนอนอ่าน อ่านแล้วจะเอาไปทำอะไรไม่รู้ ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตจริงมากกว่าตำรา เอาเป็นว่าใช้ต่อยอดก็แล้วกัน


แต่หนังสือนี้มีคุณค่ามหาศาลจริงๆ บางครั้งเราได้ใช้เตรียมความรู้ทำอะไรต่างๆได้ดี บางเล่มดูรูปก็เพลิน บางเล่มเป็นหนังสือเก่าที่ชอบเก็บเอาไว้
ถามว่านานแค่ไหน ก็ไม่ต่ำกว่า 100 ปี เอาไปบริจาคให้พิพิธภัณฑ์บ้างก็มี จากหนังสือเก่าทำให้เรารู้ว่าแต่ก่อนนี้สมัย ร.7 กองทัพอากาศไทยเคยสร้างเครื่องบินได้สองแบบ คือ ประชาธิปก หนึ่งแบบและบริพัฒน์ อีกหนึ่งแบบ จึงถึงบางอ้อว่าเราทิ้งสิ่งที่ดีงามในอดีตไปซะหมด แล้วมาซดของสดๆจากชาติอื่น

บางครั้งก็สะสมหนังสือไว้เพื่อแจก หลายๆคนคงได้รับแจกไปจากลุงเอกเล่มใหญ่บ้างเล็กบ้าง อย่าว่าแต่แจกอย่างนี้เลย ลุงแหวงโดนมาแล้วลุงเอกจัดส่งให้ถึงขอนแก่นเลย แบกแทบไม่ไหว มีหนังสือดูพระ พระและอื่นๆ



หนังสือที่ยังไม่ได้เรียงเข้าตู้ก็อีกโข บางเล่มเก่าๆแต่อ่านแล้วได้สาระดี นี่ก็ทั้งแจกทั้งชั่งกิโลขายไปโขเหมือนกัน

ความฝันอยากมีห้องสมุดในบ้าน อีกฝันที่กำลังทำคือพิพิธภัณฑ์ในบ้าน ค่อยเล่าให้ฟังต่อไป

อยากมีห้องสมุดในบ้านเช่นกันค่ะ หนังสือที่โหลดๆ มาก็ต้องพริ้นต์ออกมาอ่าน อ่านจากหน้าคอมฯ ก็มองไม่เห็น อ่านยาก ไม่เหมือนอ่านเป็นเล่มค่ะ ตอนนี้ห้องทำงานก็เลยกลายเป็นห้องสมุดค่ะ
สวัสดีค่ะลุงเอก
หนังสือนี่ ตั้งใจอ่าน สักวันก็จะต้องหมด
แต่ใจคนนี่ต่างหาก ที่อ่านไม่รู้จักหมด
จำๆมาค่ะลุงเอก ไม่มีอะไรหรอก
คิดถึงลุงเอก
เห็นแต่เรื่องราว ลุงเอก ไปเป็นพระเอกอยู่เรื่อยๆ
ภูมิใจที่เป็นหลานลุงค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณลุงเอก
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์เอก ( ลุงเอก )
ขอบคุณครับ :)
โอ้โฮ้...บ้านลุงเอก เต็มไปด้วยหนังสือ น่าอิจฉาครับ บ้านกระผมที่ปายก็ไม่น้อยหน้านะครับ เยอะพอกัน ผมชอบอ่านครับ และชอบสะสมไปด้วยกัน
หากมีเผื่อผม ฝากลุงเก็บไว้ให้ผมบ้างนะ
สวัสดีครับลุงเอก
พ่อผมชอบอ่านหนังสือ ผมเห็นพ่ออ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก พอไปเรียนหนังสือที่กทม.ผมชอบไปสนามหลวงซื้อหนังสือลดราคาประเภทต่วยตูนและพอคเก็ตบุ๊คมาอ่าน ๓ เล่ม ๕ บาทหรือ ๑๐ บาทไม่แน่ใจ พอทำงานก็ซื้อหนังสืออ่านทั้งนิตยสารและพ๊อกเก็ตบุ๊ค ซื้อมาอ่านทุกอย่างที่อยากอ่าน บางช่วงบ้าธรรมะ ก็ซื้อแต่หนังสือธรรมะมาอ่าน พอบ้าอ่านหนังสือแปลก็ซื้อหนังสือแปลมาอ่านหูดับตับไม้ บางช่วงอยากจัดสวน,จัดบ้านก็ซื้อมาอ่าน อย่ากเล่นพระเครื่อง,เล่นกล้อง,ซื้อหนังสือมาอ่าน ฯลฯ จึงทำให้โม้กับเขาได้ทั่วทุกสาขาวิชา อิอิ แต่รู้ไม่จริง ฮา...
ไปตลาดทุกทีต้องแวะร้านหนังสือ จนคุณแอ๊ดบ่นว่าถ้าจะหาสมบัติของผมก็นี่แหละมีแต่หนังสือนี่แหละไม่ได้ซื้อที่ดิน ไม่ได้ซื้อทองหยองติดตัว ให้ไปกับการศึกษานี่แหละ แถมแต่ละเล่มที่ซื้อมาก็อ่านไม่ค่อยจบหรอกแต่อยากซื้อ ตั้งใจไว้ว่าเกษียณเมื่อไหร่จะต้องหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ แต่ไม่รู้จะได้อ่านไหม เพราะของอัยการเกษียณ ๗๐ ปี อิอิ
คุณลุงเอกคะ...หนูก็ชอบอ่านหนังสือค่ะ..ต้องขอบคุณคุณแม่มากๆเพราะแม่จะชอบอ่านหนังสือนิยายทำให้หนูอยากอ่านบ้าง..แล้วก็อ่านนิยายมาตั้งแต่ละอ่อนน้อยเลยค่ะ..เล่มปึกใหญ่ๆน่ะค่ะ..อานิสงส์ก็เลยทำให้อ่านได้เร็วและชีวิตไม่ค่อยจะได้เหงาเลยค่ะ..
มีหนังสือเป็นเพื่อนเนี่ย.ดีนะคะ..ทำให้เราฉลาดและไม่เหงาอีกด้วย..
เห็นภาพตู้หนังสือแล้วเหมือนที่บ้านมากเลยค่ะ..งเต็มไปด้วยหนังสือไปหมด..อย่างกับห้องสมุดประชาชนเลยค่ะ..อิอิ
ขอบคุณค่ะ.คุณลุงเอกดูแลสุขภาพด้วยนะคะ..
สวัสดีค่ะคุณลุงเอก
ลุงเอกครับ ขอเพิ่มเติมประโยคในหัวเรื่องต่ออีกว่า ที่รอคอยการมาเยือน
ธุ ลุงเอกค่ะ..
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ต้อมชอบไปเดินในงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ทั้งๆ ที่ไม่ชอบเดินท่ามกลางผู้คนมากมายนั่นก็คือ กองหนังสือละลานตานี่ล่ะค่ะ
มีความสุขกับการได้มองเห็นหนังสือจำนวนมากมายวางทับซ้อนกันเป็นตั้งๆ มองไปก็ได้แต่ถอนใจไป อยากได้ไปหมด แต่ก็ไม่ค่อยได้ซื้อเพราะความที่อยากได้ไปหมดนี่ล่ะค่ะ ขืนซื้อเยอะๆ รับรองไม่มีกะตังค์ซื้อตั๋วขึ้นรถกลับบ้านแน่ๆ เพราะงั้นเสพด้วยสายตาก็พอ
หนังสือเป็นโลกของต้อมเลยนะคะ เพราะต้อมไม่มีเพื่อนจึงสนิทสนมชอบพอกับหนังสือเป็นพิเศษ ยังจำได้ว่าตั้งแต่ตัวเองเป็นเด็กตัวน้อย..ก็คุ้นชินกับหนังสือมากมายเสียแล้ว คงต้องยกความดีให้พ่อที่เป็นนักบริโภคหนังสือตัวยงเหมือนกัน แต่หลายๆ ครั้งที่ต้อมต้องถูกดุเพราะความที่ต้องอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลานี่แหล่ะ ทานข้าวก็ต้องมีหนังสือในมือ พอเรียนระดับชั้น ม.ต้น ซึ่งต้องทานที่โรงอาหารนี่ล่ะ แสนจะทรมาน แต่แก้ขัดด้วยการอ่านฉลากน้ำปลาไปพลางๆ
ทุกวันนี้ก็มีลูกสาวเจ้านายเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ เธอจะมาถามทุกครั้งที่มีรายการลดราคาหนังสือว่า "ต้อมอยากอ่านเล่มไหนเป็นพิเศษไหม ? เดี๋ยวเจ้จะไปซื้อมาให้ยืมอ่าน" สงกรานต์ที่ผ่านมาก็เลยได้หนังสือมาอ่านยี่สิบกว่าเล่ม สบายไปเลย นี่ยังไม่ได้ส่งคืนเลย อิอิ
และสงสัยชาติที่แล้วจะทำบุญด้วยหนังสือ ชาตินี้เลยได้หนังสือจากคนโน้น-คนนี้บ่อยๆ ดีจัง^^
สำหรับต้อมแล้ว..หนังสือจึงไม่ใช่เป็นเพียงหนังสือ หากแต่เป็นโลก เป็นเพื่อน เป็นประตู-หน้าต่างที่พาต้อมออกสู่โลกกว้าง(ในจินตนาการของตัวเอง)
สวัสดีครับ
หนังสือเยอะจริงๆ ครับ
มีโอกาสจะเอาขนมไปฝาก