สวัสดีครับทุกท่าน

    สบายดีนะครับ...ตื่นมาตอนตีสามครึ่ง... ก่อนลุยงานต่อทำให้คิดเรื่องไก่ต๊อกและไข่ของไก่ต๊อกขึ้นมาจากการได้อ่านบทความไก่ต๊อกที่แทรกอยู่ในบันทึกต่างๆ ของท่านครูบาฯ sutthinun

ที่มาของบันทึกนี้... วิธีเรียนวิจัยฉบับเฮฮาศาสตร์

D555671

    หน้าตานายแบบหรือนางแบบของเราครับ ท่านครูบอกว่าแยกไม่ออกว่าตัวไหนเป็นนายแบบ ตัวไหนเป็นนางแบบ

A444671

    อันนี้ไข่ของต๊อกนะครัีบ ด้วยความน่าัรักที่ต๊อกชอบไข่รวมกัน ไข่สาัมัคคีแบบนี้ ใครจะฟักให้นะน้องต๊อก เลยนำเสนอไปว่า ลองเอาไปฝากให้เจ้าตาหวาน (นกกระจอกเทศ) ฟักให้ซะเลยดีไหมครัีบ เพราะต๊อกต้องฟักร่วมกันหรือเปิดหลักสูตร สอนต๊อกฟักไข่ หรือไม่ก็ศึกษาเรื่องเครื่องฟักไข่ จากปฏิบัิิติการจริงของต๊อก โดยต๊อกทำหน้าที่ไข่ เครื่องฟักทำหน้าที่แปลงไข่ให้เป็นต๊อก

M116

    จากในรังธรรมชาติ มาอยู่ในถ้วย

S22212

    ทีมงานผลิตไข่.... อิๆๆๆๆ แทคต๊อกทีม ไข่สมานฉันท์ ไข่รวมกัน ไข่เธอไข่ฉัน ฟักให้กัน ไข่ฉันไข่เธอ

จริงๆ น่าสนใจนะครัีบ หากตัวเมียทำหน้าที่ไ่ข่...ให้ตัวผู้ฟัก อิๆๆๆ เพราะหลักๆ แล้วเป้าหมายก็เพียงแค่ให้ความอบอุ่นกับไข่ต๊อกเท่านั้น เพียงแค่อุ่นได้พอและทั่วถึงพัฒนาการก็จะพัฒนาไปเองจนเป็นตัว

    ไข่ไก่ ก็เปรียบดั่งเมล็ดพันธุ์พืชครัีบ หากปัจจัยเหมาะสมไข่ก็เจริญไปเป็นตัว...เหมือนเมล็ดพันธุ์ก็เช่นกันได้รับน้ำ อาหาร แสง อุณภูมิพอดีก็งอกเป็นต้น นี่ล่ะหนาธรรมชาติหนอ... พอดีก็ได้ดี พอเพียงก็ได้ดี เกินพอ ขาดแคลนก็ปรับกันไป  อยู่ในระยะพักตัวทั้งนั้น....

    มาดูเมนูที่ท่านครูบาฯ ลองเอาไปทำที่นำมาอวดกันดูบ้างครับ

D44556780

ไข่ต๊อกตุ๋นพริกอ่อน เหยาะแมกกี้นิดๆ ทำพริกให้แหลกๆ หลังตุ๋น จะบีบมะนาวหน่อยๆ อร่อยเหาะๆ ไปเลย ฮ่าๆๆๆ

W3333334

    อันนี้เมนูไข่ต๊อกเจียวสอดไส้พริกอ่อน จะให้ความเผ็ดไปละลายในปาก ผสมกับวิตามินจากพริกสดและจากไข่ อืม.... เป็นการแพร่ของความอร่อยแน่ๆ ครับ (ผมยังไม่ได้ทานไข่ต๊อกนะครับ แต่จินตนาการเอาจากไข่แจ้ ต๊อกก็ตระกูลไก่ฟ้า ไก่ป่านั่นเอง ท่านครูฯ บอกมาอย่างนั้นครัีบ)

ปัญหาของต๊อกที่น่าทำวิจัย ที่ไม่ใช่กิ๊กก๊อกและต๊อกต๋อย...

  • หลายๆ ท่านบอกว่า ไข่ของต๊อกตอนต้มนั้น ไข่ขาวจะเป็นรูพรุน และบางคนบอกว่า น่าจะเอาไปทำไข่เค็ม อิๆๆๆ ดูแล้ว อาจจะเป็นเมนูใหม่ คือ  ไข่เค็มต๊อกสตึก (เลียนแบบไข่เค็มไชยา) หากจะฟัดเรื่องนี้วิจัยจริงๆ ก็ทำได้ เอาคณิตศาสตร์และการจำลองไปจับได้เลยครัีบ โดยกำหนดการทดลองเป็นมี
    • สารละลายน้ำเกลือที่จะทำไข่เค็ม
    • คุณสมบัติของเปลือกไข่ต๊อกในระดับเปลือกว่ามีความพรุนและโครงสร้างอย่างไรที่จะให้สารละลายเกลือแพร่จากความเข้มข้นสูงไปต่ำได้ครัีบ
    • ศึกษาคุณสมบัติจาก ไข่ขาว และไข่แดง (ท่านครูอาจจะลองตอกไข่ต๊อกแล้วใส่ในถ้วยแล้วถ่ายรูปมาฝากด้วยก็ได้นะครัีบ จะได้เห็นว่าเป็นอย่างไร) และศึกษาคุณสมบัติของไข่และเยื่อแบ่งชั้นไข่ขาวไข่แดง
    • ศึกษาคุณสมบัติการแพร่ของสารละลายเกลือในไข่ขาวและไข่แดง
    • ทำการจำลองการแพร่ของน้ำเกลือสู่ไข่ ผ่านการจำลอง ศึกษาปรับค่า วัดค่าของของจริงในการทดลองวัดค่าความเค็มที่เหมาะสมในเวลาต่างๆ เพราะหลักการของการแพร่นั้น ในที่สุดแล้วจะเข้าสู่สถานะสมดุล ซึ่งหมายถึงว่า ทุกๆ ที่จะมีความเค็มเท่ากันนั่นเอง เพียงแต่ใช้เวลาในการแพร่  ลักษณะไข่เค็มก่อนเข้าสู่ภาวะสมดุลนี่ล่ะครับ อาจจะเป็นสูตรเด็ดๆ ก็ได้ครับ
    • ทดสอบวิจัยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ไข่เค็มต็อกสตึก ต่อไป อิ ๆๆๆๆๆ
    • อื่นๆ
  • ผมอยากจะฝากท่านครูฯ อีกข้อครับ อยากจะให้ลองต้มไข่ต๊อกแล้วหั่นสไลซ์บางๆ เป็นแว่นๆ นะครัีบโดยไม่แตกนะครับ แล้ววางเรียงจากซ้ายไปขวานะครับ เพราะอยากเห็นความหนาบางและพื้นที่ของเนื้อไข่ขาวและไข่แดงในตลอดฟองนะครับ จะทำให้เราดูได้ว่าเป็นอย่างไรและคำนวณอัตราส่วนไข่แดงไข่ขาวได้ด้วยครัีบ เอาโมเดลไปทำจำลองได้ครับ (อันนี้เราคงไม่ต้องถึงขนาดเอาเข้าเครื่อง CT สแกนนะครับ เพราะมันแพงขอรับ) ดังรูปด้านล่างนะครัีบ

    ภาคตัดกรวยไข่ต๊อกต้มครัีบ

    http://gotoknow.org/file/mrschuai/egg-cross-section.jpg

  • สำหรับการจะศึกษาคุณสมบัติตัวผู้ตัวเมีย อาจจะต้องศึกษาพฤติกรรมการผสมพันธุ์ครับ แล้วจับมาศึกษา อิๆๆๆ น่าจะแตกต่างครัีบ หรืออาจจะเป็นรหัสลับต๊อก ก็ได้ ที่ต๊อกเท่านั้นจะรู้กันเอง ความละเอียดของสมองมนุษย์อาจจะแยกต๊อกไม่ออก แต่ต๊อกแยกของต๊อกออกนะจ๊ะต๋อย... แต่แน่ๆ โครงสร้างภายในนี่ต่างแน่นอนครับ
  • ไก่ประเภทนี้จะไข่ดกหรือเปล่าครับ.... ที่ผมเคยเลี้ยงไก่บ้านแล้วเอาไก่แจ้ัตัวผู้มาเลี้ยงไว้ด้วย เวลาผ่านไปไม่นานมีการผสมข้ามพันธุ์ การไก่บ้านเป็นไก่บ้านแจ้ ไปหมดครัีบ บินเก่ง นอนบนต้นไม้ ตัวปานกลาง (ใหญ่กว่าแจ้แต่เล็กกว่าไก่บ้าน) เวลาจะจับมาทำอาหารแต่ละครั้งนี่ต้องเสียเหงื่อครับ นักล่าบอกว่าเสียเหงื่อมากยิ่งทำให้รสชาติของไก่อร่อยขึ้น ห้าๆๆ นี่ล่ะป่าไม้เมืองไทยถึงไม่ค่อยเหลือ(มันเกี่ยวกันไหมเนี่ยต๋อย)
  • สำหรับปัญหาการจะนับจำนวนต๊อกนั้น นับเอาจากไข่ ทำให้เรารู้ว่าพนักงานไข่มีกี่ตัวในแต่ละวัน หากเราสร้างนิสัยการไข่ให้เป็นที่เป็นทางของต๊อกได้ การนอนเป็นที่เป็นทางของต๊อกได้ เราจะนับอะไรง่ายขึ้นครับ การให้อาหารต๊อกเพื่อนับจำนวน การให้สัญญาณเสียงเพื่อรวมพลต๊อก และอื่นๆ หากอยู่แถวๆ บ้านผมจะมีพวกพังพอน ซึ่งชอบกินไก่มากๆ ครับ หรือแม้แต่พี่เห่า(งูเห่า) ก็ชอบนับครัีบ หรือไม่ก็พวกตะกวดซึ่งเป็นนักล่าไข่เช่นกันครัีบ
  • การฟักไข่ ขยายพันธุ์ อันนี้ใช้ไฟส่องเอาก่อนเข้าเครื่องฟักหรือฝากฟักนะครัีบ หากไข่นั้นผ่านการผสมพันธุ์ก็จะเห็นจุดดำๆ ที่จุดภายในไข่นะครัีบ ใช้ไฟฉายส่องผ่านท่อกระดาษม้วนก็ได้ครัีบ ในห้องมืด ศึกษาอุณหภูมิการฟักจากแม่ไก่ต๊อกแล้วปรับอุณหภูิมิเอาตามที่เหมาะสม
  • ท่านครูฯ บอกว่า ต๊อกหากินเองตามธรรมชาติ ซึ่งนับว่าจะเป็นการหากินแบบนก หาเช้ากินค่ำเอาจากป่าธรรมชาติี่ที่สมบูรณ์ คุณภาพไข่และเนื้อก็จะต่างจากไก่ติดคุกที่เราบริโภคกันตามท้องตลาดครัีบ ที่เยอรมัน ไข่ไก่ติดคุกจะราคาถูกกว่าไข่ไก่อิสระ(ปล่อยเลี้ยงให้ิวิ่งเล่นได้) เพราะเชื่อว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงโดยให้วิ่งเล่นเต้นรำได้นั้น มีคุณค่าทางไข่มากกว่า แต่พอหวัดนกระบาดคนก็หันมากินไข่ไก่ในกรงขังกันต่อเช่นกัน การหากินเองแบบธรรมชาติของต๊อกจะทำให้การอยู่ยั่งยืนจะเกิดเพราะไม่เป็นภาระให้กับผู้เลี้ยงมากนัก แต่นั่นก็ต้องมีธรรมชาติที่พร้อมที่จะให้เกิดระบบนิเวศห่วงโซ่ที่สมบูรณ์ได้
  • การปล่อยเลี้ยงหากินเองแบบธรรมชาตินี่ อาจจะเป็นทางออกบางอย่างในการจัดความสมดุลในธรรมชาติก็ได้ พวกหนอนอะไรบางอย่าง หรือกำจัดแมลงได้ เพราะต๊อกบินได้ นั่นคือแมลงตั้งแต่ดินไปจนถึงต้นไม้เผลอๆ ก็คืออาหารของต๊อกได้เช่นกันครับ
  • ศึกษาวงเวียนชีิวิตของต๊อก....
  • อื่นๆ ลองนำเสนอดูครัีบ

    ความรู้อยู่ในธรรมชาติ อยู่ที่ว่าเราจะปล่อยวางความรู้

หรือ กัดไม่ปล่อยความรู้ นั้นอยู่ที่ตัวเรา

กราบขอบพระคุณมากครับ

เม้ง

ปล. เครดิตภาพทั้งหมดจากท่าน สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์