โครงการวิจัยเรื่อง "บทบาททางสังคมและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาของคนไทยในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย"  เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว...หลังจากที่ไปรายงานความก้าวหน้าต่อ สกว. เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ทรงคุณวุฒิและเพื่อนักวิจัยได้ให้ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์อย่างมากมาย  และในครั้งนี้เราต้องทำหน้าที่ในการไปเสริมเติมเต็มให้งานชิ้นนี้อำนวยประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ของเราให้ได้

(ทีมงานวิจัย : อีกคนถ่ายรูป)

การเดินทางสู่รัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย  มีอยู่หลายเส้นทาง  แต่ถ้าเป็นสายตรงก็ต้องไปข้ามเรือ/แพขนานยนต์ที่ อ.ตากใบ หรือจะข้ามสะพานแม่น้ำโกลก ที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาสก็ได้  ฝั่งบ้านเราอาจจะดูตื่นเต้นหน่อย ๆ แต่เมื่อข้ามไปแล้วสบายใจ ไปไหนมาไหนปลอดภัยหายห่วง

ครั้งนี้ผมอยากลองเส้นทางใหม่  ผมนั่งรถไฟระหว่างประเทศจาก กทม.สู่เมืองท่าบัตเตอร์เวอร์ธ ประเทศมาเลเซีย  คำนวณดูจากเส้นทางตามแผนที่แล้วประมาณ "คืบนึง"  จากหาดใหญ่ คงใช้เวลาไม่มาก และจากเมืองท่าดังกล่าวไป "กลันตัน"  ก็แค่ "คืบ" เหมือนกัน  ที่ไหนได้กว่าจะถึงกลันตันผมต้องใช้เวลาเกือบสามวัน 

จากเมืองท่าบัตเตอร์วอร์ธ มีรถไปกลันตันสองเที่ยว คือรอบห้าโมงเช้ากับรอบห้าทุ่ม แต่เราไปในช่วงวันหยุดราชการต่อเนื่องหลายวันของมาเลเซีย ทำให้รถเต็มทุกเที่ยว ไปไหนไม่ได้ ในขณะทีมงานที่กลันตันก็เตรียมเวที Focus group ไว้รอท้าแล้ว 

สอบถามจากเจ้าหน้าที่ประจำสถานีขนส่งเมืองบัตเตอร์เวอร์ธ ทราบว่าอาจมีรถที่เมืองบาร์ลิง ให้นั่งรถไปต่อที่นั่น  เราไม่รอช้ารีบตัดสินใจทันที แต่ที่ไหนได้ที่นั่นรถก็เต็มแล้วเหมือนกัน

ขณะนั้นเวลาเกือบจะ หกโมงเย็นของมาเลเซียแล้ว (เร็วกว่าไทย ๑ ชั่วโมง)  จากบาร์ลิงห่างจาก อ.เบตง จ.ยะลา ประมาณ ๓๐  กิโลเมตร  พอดีเรามีคณะร่วมทีมเป็นคนเบตง (คุณธนิน  แซ่ลก)  วันนี้เลยตัดสินใจกลับไปนอนเมืองไทย  "บ้านเรา"

(ธนิน แซ่ลก : คนเบตง)

เนื่องจากเวลากระชั้นชิดอีกประมาณ ๓๐  นาที จะปิดด่านที่มาเลเซีย  เราจับรถแท็กซี่บึ่งตรงถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองแบบ "เส้นยาแดงผ่าแปด"  (ไม่รู้คำนี้มีที่มาอย่างไร)

เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของมาเลยเซียได้  แต่เราออกจากประเทศไม่ได้ เพราะประตูด่านปิดเมื่อเสี้ยววินาทีที่ผ่านมา  ในขณะที่ฝั่งไทยยังเปิดอ้าซ่าอยู่  คนที่ประตูด่านมาเลเซียตะโกนบอกเราว่า  "ปีนเลย ๆ ๆ"  ผมไม่แน่ใจว่าผมทำตามเขาหรือเปล่า  แต่ผมสามารถเข้าสู่ประเทศไทยได้โดยสวัสดิภาพ.....

"ไชโยไทยแลนด์"

คืนนี้คงต้องนอนที่เบตง  แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ครับ....