อย่างไรก็ตามครับ ผมเป็นที่ผ่านมาเท่านั้นเอง อาจหยิบเพียงสิ่งที่ได้รับรู้เพียงชั่วไม่กี่ชั่วโมงขึ้นมาเขียน ข้อมูลที่เขียนก็อ้างอิงจากการพูดคุยในวงสนทนาเท่านั้น อาจขาดความเชื่อถือในตัวข้อมูล แต่ผมก็เชื่อว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาจากพื้นที่จริงๆ เป็นปรากฏการณ์ในพื้นที่ที่ค้นพบ กระบวนการแก้ไขปัญหาที่นี่ผมยังไม่ได้เรียนรู้

พื้นที่สีเขียวของเมืองคอนมองผ่านหน้าต่างเครื่องบินก่อน Landing ลงสนามบิน มองเผินๆพื้นที่ที่นี่คล้ายคลึงกับเชียงใหม่ แต่มีพื้นที่สีเขียวมากกว่า ภูเขาที่สูงใหญ่ด้านหน้า น่าจะเป็นเขาหลวง ที่ผมเคยคิดว่าอยากจะพิชิต คร้งที่มาเยือนคีรีวงเมื่อปีกลาย

 

จากสนามบินไปถึงชายเล ด้าน อ.ปากพนัง แหลมตะลุมพุก ตลอดระยะทางก็เห็นความอุดมสมบูรณ์ของเรือกสวนไร่นา น่าชื่นใจว่าเมืองเรานี้ มีแหล่งอาหารธรรมชาติที่ปลูกได้เกือบทุกชนิด หากเราปลูก เรากินสิ่งที่เราปลูก คงไม่มีภาพการขาดแคลนอาหารเหมือนบางประเทศ

 

ชายเล ด้าน อ.ปากพนัง ยังเงียบ สงบ สวยงาม ผู้คนไม่เยอะ ผมถือโอกาสนั่งปลดปล่อยอารมณ์กับความเวิ้งกว้างของทะเลเมืองคอน เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งจากความแออัดจากกรุงเทพที่ผมรู้สึกปลอดโปร่ง

 

นั่งสนทนาประสาคนทำงานกับพี่ๆในพื้นที่สองสามคน...

จุดประเด็นจากสิ่งที่ผมสังเกตในพื้นที่

 

ผมพบอย่างหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่ที่ทำงานพัฒนาในพื้นที่ก็ยังคงก่นด่ารัฐ ถึงรูปแบบการพัฒนาที่ไร้ทิศทาง พัฒนาตามกรอบนโยบายที่หมดไปเป็นปีๆ และส่วนการบริหารระดับท้องถิ่นก็ยังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานต่อไป ...นี่เป็นปัญหาร่วม ปัญหาเดิมๆของประเทศไทยเรา จบท้ายที่ระบบการศึกษาที่ผิดพลาด เราก็คุยกันทำนองนี้ทุกครั้ง ผมคิดว่าปัญหาเหล่านี้ เรารู้ และเราพับเก็บไว้ก่อน เพระแก้ไขได้ยาก ใช้เวลา ไม่แน่ใจว่าชั่วชีวิตผมจะมีโอกาสได้เห็นการแก้ไขปัญหาเหล่านี้หรือไม่

 

อ.ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ ที่ผมผ่านไป พร้อมกับพูดคุยกับคนทำงานที่นี่ ปัญหาที่นี่น่าสนใจ จะว่าคล้ายกับปัญหาทั่วๆไปที่บ้านเราผจญกันก็ว่าได้ ปัญหาที่นี่เกิดจากการพัฒนาที่ผิดพลาด เหมือนที่ผมเขียนไว้ตอนต้น แต่ด้วยบริบทที่ต่างของที่นี่ ชุดปัญหาบางอย่างผมก็เพิ่งได้เรียนรู้  เท่าที่คุยกันผมพอประมวลปัญหาได้ดังนี้

 

  • อุบัติการณ์เบาหวานความดัน ๑ ต่อ ๖ ซึ่งก็หมายถึง อ.เชียรใหญ่ มี ประชากร ๖๐,๐๐๐ คน มีผู้ป่วยเบาหวานความดัน ๑๐,๐๐๐คน ซึ่งข้อมูลน่าตกใจ - - -ผมคิดว่างาน health promotion อาจต้องเข้มข้น
  • การเปลี่ยนนาข้าว เป็นนากุ้ง พร้อมกับเกิดนากุ้งร้างจากสารเคมีเข้มข้น ๑ ใน ๓ ส่วน ถูกทิ้งไว้ปล่อยร้าง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงรำคาญ ทั้งนี้ชาวบ้านได้ทิ้งนาร้าง ไม่ได้ทำนาเหมือนในอดีตถึง ๗๐,๒๕๘ ไร่ (ตัวเลขนี้อ้างอิงจาก ศูนย์ข้อมูล จ.นครศรีธรรมราช)
  • ป่าพรุ ถูกทำลาย ระบบนิเวศที่ขาดความสมดุล  ความสมบูรณ์ของ พรุ หายไป ซึ่งหมายถึง แหล่งชีวนิเวศที่หายไป แหล่งอาหารชุมชนหายไป อ.เชียรใหญ่ อ.ปากพนัง อ.หัวไทร ส่วนหนึ่งอพยพออกไปทำงานต่างจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ๆ เหลือแต่ผู้สูงอายุและเด็ก
  • นาข้าว มีน้ำเค็มเอ่อท่วม ทำให้เกิดปัญหาดินเสื่อมสภาพ
  • พืชเชิงเดี่ยว เช่นปาล์ม ทำให้ระบบเกษตรเดิมของชุมชนเสียไปพร้อมกับการหายไปของสวนสมรม
  • ปัญหาอื่นๆ

 

 

ผมสนใจทุนของพื้นที่เหล่านี้มากกว่า เรายังไม่ได้คุยกัน แต่ที่สังเกต เห็นพื้นที่สีเขียว เห็นศักยภาพที่ยังมีอยู่ ทุนเหล่านี้เองที่คนทำงานพัฒนา ชุมชนต้องมาช่วยกันระดมความคิดในการวางแผนพัฒนา พลิกฟื้น วิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นโอกาส ชุมชนต้องพึ่งตนเองมากขึ้น เพราะวันนี้เราต้องคิดว่า การพึ่งตนเอง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  ผมยังคิดว่าพอทำได้

 

อย่างไรก็ตามครับ  ผมเป็นที่ผ่านมาเท่านั้นเอง อาจหยิบเพียงสิ่งที่ได้รับรู้เพียงชั่วไม่กี่ชั่วโมงขึ้นมาเขียน ข้อมูลที่เขียนก็อ้างอิงจากการพูดคุยในวงสนทนาเท่านั้น อาจขาดความเชื่อถือในตัวข้อมูล แต่ผมก็เชื่อว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาจากพื้นที่จริงๆ เป็นปรากฏการณ์ในพื้นที่ที่ค้นพบ กระบวนการแก้ไขปัญหาที่นี่ผมยังไม่ได้เรียนรู้

 

จริงๆเมื่อคืนหลังจากสนทนากับคนพื้นที่ ที่ชายเลจนมืดค่ำ ยุงชายเลก็มาไล่ (ส่วนใหญ่เป็นยุงรำคาญ) ต้องกลับที่พัก เพื่อพักผ่อน เช้ามืดต้องเดินทางไปสงขลา หาดใหญ่ต่อไป

 

รำพึงกับตัวเองว่า "พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว"  ...

ผมปลดปล่อยความคิดที่ล่องลอยไว้เพียงเท่านี้ ผมโบกมือลาเมืองคอนในวันรุ่งขึ้น