เมื่อสมัยที่ยังเป็นครูใหม่ๆ  ถึงคราวจะต้องสอนทีไร  ก็ต้องรีบขวนขวาย  หาตำรา  หาสื่ออุปกรณ์  จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  เตรียมการสอน  สร้างบรรยากาศให้นักเรียนได้เรียนกัน  

แต่เมื่อเวลาผ่านมา  สิ่งที่กล่าวมานั้น  มันเป็นเพียงส่วนประกอบในการจัดการเรียนรู้เท่านั้นเอง ไม่ใช่ทั้งหมดของการจัดการเรียนรู้

*****

เพราะ  จุดประสงค์  และจุดมุ่งหมาย  ของการจัดการเรียนรู้  ได้เปลี่ยนไป  จากการสอนหนังสือ หรือ สอนนักเรียน จุดประสงค์ที่เขียนไว้  เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถที่เป็นเชิงพฤติกรรม  ได้ถูกกล่าวขานออกมาอย่างจริงจัง 

มีการฝึกการเขียนจุดประสงค์ และถกเถียงกันเสมอว่า  ต้องเขียนหรือไม่  จุดประสงค์มีกี่ชนิด  กี่ประเภท  แล้วต้องเขียนให้ครบหรือไม่ 

ก็เพราะเราสอนนักเรียน  ไม่ใช่สอนหนังสือไง  จุดประสงค์  จึงต้องเขียนเชิงพฤติกรรม  ที่นักเรียนสามารถแสดงออกได้อย่างจริงจัง   จุดประสงค์ที่จะข้ามไปไม่ได้ก็คือ  จุดประสงค์ปลายทาง  และจุดประสงค์นำทาง  ทั้งหมดที่กล่าวมา  ต้องคิดและเขียนให้เป็นเชิงพฤติกรรม 

ผลผลิตของครูผู้สอน  ก็คือ  นักเรียน  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  ตามเนื้อหาของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ได้กำหนดกฎเกณฑ์ออกมา 

จะสอนเนื้อหาอะไรให้คิดถึงผลผลิต  คือ นักเรียน  นักเรียนไม่ใช่สินค้า  นักเรียนมีชีวิต  มีจิตใจ  มีร่างกาย  มีสังคม  มีอารมณ์  ดังนั้น  การจัดการเรียนรู้ที่ดี  ก็ต้องคำนึงถึงสิ่งประกอบของความเป็นคน  เพราะนักเรียนเป็นคน  ไม่ใช่สินค้าไง 

ดังนั้น  แผนการจัดการเรียนรู้ที่ดีก็ต้องเขียนให้ครอบคลุม  ทั้ง 3 ประมวล  คือ  ความรู้  เจตคติ  และกระบวนการ  เพื่อจุดมุ่งหวังให้นักเรียน  เป็นคนดี  คนเก่ง และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  เพราะครูต้องสอนนักเรียน  ไม่ใช่สอนหนังสือ  จึงต้องมีแผนการจัดการเรียนรู้  ครูกับแผนการจัดการเรียนรู้  เป็น สิ่งที่คู่กันมา 

เหมือน....ลิ้นกับฟัน  ทำงานให้สัมพันธ์กัน  เพื่อประโยชน์ของผู้ที่เป็นเจ้าของ  

แผนการจัดการเรียนรู้  ต้องเขียนให้ครอบคลุมในเรื่องผลผลิตที่จะได้  ต้องมีเรื่องของการบูรณาการ  มีทักษะการคิด  แฝงคุณธรรม  มีกระบวนการ  และสาระการเรียนรู้   

สิ่งประกอบเหล่านี้  ครูต้องคิด  ต้องทำ  ต้องนำไปใช้กับนักเรียนเสมอ 

สอนนักเรียนนะไม่ใช่สอนหนังสือ  สอนแล้ว  ได้ผลอย่างไร  มีเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล  เรียกว่า  แบบประเมินพฤติกรรม  แบบประเมินจุดประสงค์การเรียนรู้  ที่สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้  เช่น  สอนเรื่องการฟัง เครื่องมือ  ก็ต้องเป็น  แบบประเมินพฤติกรรมการฟัง 

มันมีอะไรที่แยบยลไปกว่านั้น  นั่นก็คือ  คะแนน 

ก่อนการสอน  ในระหว่างการสอน  หลังการสอน  ครูผู้สอนต้องมีข้อทดสอบ  วัดความรู้นักเรียนตลอดเวลา  เพื่อให้ได้รู้  ได้พัฒนานักเรียน  ได้ครบกระบวนการ 

ครูผู้สอนต้องจดบันทึกหลังการสอน  เมื่อมีปัญหา  ครูผู้สอนต้องคิด  ต้องทำ  ต้องนำปัญหานี้มาสร้างนวัตกรรม  เข้าช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหา  และพัฒนาเป็นรูปแบบของการจัดการเรียนรู้ที่ดี  เพื่อสอนนักเรียนในโอกาสต่อไป 

การสร้างนวัตกรรม  นำมาจัดการใรปแบบที่เป็นวิจัยในชั้นเรียน  มีกรอบวิธีการวิจัย  เพื่อนำไปประเมิน  ขอเลื่อนวิทยฐานะได้ 

การเป็นครูต้องมีการพัฒนา  มีความก้าวหน้า   หากท่านผู้ที่เป็นครู  คิดได้  ทำได้  นำไปใช้ได้  เพื่อประโยชน์  เพื่อผลผลิตที่มุ่งสู่นักเรียน  ความก้าวหน้า  ความสำเร็จ  ต้องติดตามมาเสมอ 

เพราะ......ท่าน  ได้สอนนักเรียน นะ ไม่ใช่  สอนหนังสือ

ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้  อยู่ที่นี่ ....lessonplan4.pdf