Human Talk

พิธีกร : สวัสดีครับคุณผู้ฟังครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ Human Talk นะครับ ทุกเช้าวันอาทิตย์แบบนี้ 6 โมงเช้าถึง 7 โมงเช้า ทาง FM 96.5 MHz คลื่นความคิดกับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศนะครับ และผมจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐครับ สวัสดีครับ อาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังครับ ก็ขอสวัสดีกับท่านอีกครั้งหนึ่งในเช้าวันที่ 11 ใช่ไหม

พิธีกร :  ครับ ใช่ครับ อาจารย์ครับ ก็ถือว่าเราผ่านมา นี่ก็เข้าเดือนที่ 5 ของปีนี้ เวลาผ่านไปค่อนข้างรวดเร็วเหมือนกันนะครับ อาจารย์ครับ สำหรับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน ทั้งในประเทศของเราแล้วก็ในต่างประเทศนะครับ อาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : ก็รายการเราก็จะสะท้อนความจริง ฉะนั้นก็จะมีบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระดับตัวเราเอง ระดับองค์กร  บางเรื่องก็อาจเกี่ยวข้องกับระดับประเทศ ระดับโลกาภิวัตน์ แล้วก็มีโอกาสได้สร้างแนวร่วมที่เป็นผู้ที่ติดตามรายการเราอย่างต่อเนื่อง แล้วก็วันนี้เราก็มีผู้ฟังที่ติดตามอยู่เยอะ แล้วก็คุณจีรวัฒน์ ผมอยากจะประกาศนิดหนึ่งว่า หลังจาก 7 โมงแล้ว ผมจะนั่งอยู่ที่บ้านผม แล้วก็หลายคนก็รู้เบอร์โทรศัพท์นี้แล้ว แต่บางคนไม่รู้ก็ ผมจะอยู่ประมาณ 45 นาที ฉะนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่ เพื่อนฝูงหรือผู้ฟังต่าง ๆ อยากจะโทรศัพท์มาคุยกับผมเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ช่วยจดเบอร์ไว้ด้วยนะ 886-4254

            อีกครั้งนะครับ 886-4254 ก็ผมจะรับโทรศัพท์ด้วยตัวเองแล้วก็อาจจะให้ความเห็นท่านไป เพราะว่าวันนี้ รายการทางวิทยุก็จะมีคนที่ติดตามอยู่เสมอ แต่บางครั้งก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับผม เพราะว่าโดยมากจะเป็นวันอาทิตย์ แล้วก็บางคนก็ไม่รู้เบอร์ติดต่อ อย่างมีคนหนึ่งชื่อคุณธนะชัย ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งเคยอยู่ที่อเมริกา แล้วก็กลับมาเมืองไทย เป็นวิศวกร ครั้งหนึ่งก็ได้มีความพยายามอย่างยิ่งเลย หาเบอร์โทรศัพท์ของผม ติดต่อไปที่ 96.5 นี่ ทางเขาก็ไม่ได้เบอร์มือถือไว้ แต่วันนี้ผมจะนั่งอยู่ที่บ้าน ระหว่างที่ผมโทรศัพท์คุย แล้วก็ท่านผู้ฟังที่ติดตาม สนใจก็โทรศัพท์หาผม ผมจะรับโทรศัพท์ด้วยตัวเอง อาจจะปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ก็เป็นช่องทางหนึ่ง

          อีกช่องทางหนึ่งก็หลายคนก็คงทราบแล้ว ถ้าเรากดเข้าไปที่ gotoknow.org/blog/chiraacademy ก็จะเจอ blog ของผม ซึ่งได้ถอดเทปทุกครั้งเกี่ยวกับการออกอากาศ แล้วก็ถ้ากดเข้าไปไน mcot 96.5 ก็จะมีการเปิด internet ได้ ฉะนั้นในยุคต่อไปก็อยากให้ท่านผู้ฟังมีโอกาสได้ติดตามอย่างใกล้ชิด

พิธีกร : ครับ ก็เป็นอีกช่องทางที่เราได้ติดต่อกัน แล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันด้วย

ศ.ดร.จีระ : คือผมอยากจะสร้าง community ของผู้ที่ฟังรายการวิทยุของผม แล้วก็เราก็จะพยายามมีเวลาเพิ่มขึ้นในตอนค่ำ ๆ ด้วย ตอนนี้ก็กำลังหารือกันอยู่ แล้วก็วิทยุก็กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญ แล้วก็อย่างเช้าวันนี้นอกจากผู้ที่ได้ติดตามอยู่เป็นประจำแล้ว ก็ยังมีพวกคนขับ Taxi ด้วยนะจีรวัฒน์ เนื่องจากน้ำมันแพง ผมก็มีโอกาสได้ใช้บริการเขา แล้วก็จะเห็นว่าคนขับ Taxi นี่เป็นสังคมการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา มีหลายคนซึ่งแต่งเนื้อแต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อย สักแต่ว่าขับไปเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่พัฒนาตัวเอง ในที่สุดแล้วรายได้ของเขาอาจจะไม่เพิ่มขึ้น

          ในขณะที่บางคนก็จะเปิดวิทยุฟัง อย่าง 96.5 นี่ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งของเขา บางทีเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาก็จะเปิดเพลงลูกทุ่งบ้าง อะไรบ้าง ฉะนั้นตัวผมเอง ถ้าผมนั่งอยู่ในรถ Taxi ผมก็จะเล่าให้เขาฟังถึงรายการของเรา ก็ปรากฏว่ามีหลายคนที่ได้มีโอกาสได้เปิด คือ 96.5 นี่ต้องยอมรับว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์ ฉะนั้นสำหรับบางท่าน อย่างผมเคยคุยกับคุณวิสุทธิ์ว่า เทปของเรานี่เอาไปใช้ในการเรียนการสอนในโรงเรียนมัธยม หรือมหาวิทยาลัย ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะท่านลองคิดดูครับ ครูบางคนวันนี้ที่สอนหนังสืออยู่นี่ ความรู้ท่านก็ไม่ทันสมัย คือบางครั้งมันใช้สื่อเหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า ก็อยากจะขออนุญาตเล่าให้ฟัง แล้วก็ตัวผมเองคุณจีรวัฒน์ ก็จะมีโครงการดี ๆ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางวิทยุต่อไป

พิธีกร : ครับ ในเช้าวันนี้ก็คงมีเรื่องราวของประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งประเทศนี้นี่อาจารย์ก็ได้เดินทางไปหลายครั้งเหมือนกันนะครับ คงต้องพูดถึงนิดหนึ่ง เพราะว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีประเด็นน่าสนใจหลายเรื่องด้วยกันนะครับ ก็เหตุการณ์พายุไซโคลน Nargis ที่ถล่มพื้นที่ย่างกุ้ง แล้วก็สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีที่ประเทศพม่านะครับ ก็เรียกว่าเป็นความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียวของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันล่าสุดนี่เห็นว่ายอดผู้เสียชีวิตแล้วก็ยอดผู้สูญหาย ผู้บาดเจ็บ เป็นหลักแสนกันแล้วนะครับ อาจารย์ครับ นับว่าเป็นการที่... ก็หลาย ๆ ประเทศเอง ก็มองในหลาย ๆ แง่มุมเหมือนกันนะครับ อาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : ครับผม ก็ในช่วงเช้า ก่อนจะเบรกแรก ผมคิดว่า ผมจะใช้เวลาคุยกับจีรวัฒน์ในเรื่องประเทศพม่าสักช่วงหนึ่ง แล้วก็หลังจากนั้น ผมก็อยากจะยกตัวอย่างของผู้นำในสหรัฐมาให้ฟังต่อ คราวนี้จะไม่พูดตรง ๆ เกี่ยวกับ Obama จะไปพูดถึงคุณ McCain ซึ่งเราไม่ค่อยจะได้คุยกัน เพราะว่าคุณ McCain นี่แกก็ชนะมานาน แล้วก็บางครั้งคนก็อาจจะไม่ได้ศึกษาตัวแกเองมากเท่าไร

ก็ในเรื่องแรก ผมคิดว่าผมเองเป็นคนหนึ่งซึ่งมีโอกาสได้ไปที่พม่าบ่อย ตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ได้มีโอกาสได้เข้าไปในฐานะเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ คือเวลาเข้าไปในพม่านี่เหนื่อย คือรัฐบาลเขาเป็นรัฐบาลทหาร แล้วก็ไม่ค่อยจะเปิดประเทศเท่าไร ท่านผู้ฟังก็คงทราบดี ถึงแม้จะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของการศึกษาก็ดี

ฉะนั้นข้อแรกที่น่าจะต้องวิตกมาก ๆ คือ การให้ visa เข้าไปในประเทศเขานี่ยุ่งยากมาก ซึ่งไม่เหมือนประเทศของประเทศไทย ซึ่งบางทีก็มี visa on arrival เลย ฉะนั้นเวลาพม่าบอกจะมีการท่องเที่ยว อะไรอย่างนี้ ก็จะเห็นว่า สิทธิต่าง ๆ ... เหตุผลก็คือว่า ความอยู่รอดของรัฐบาลเขาเป็นเรื่องสำคัญ ท่านผู้ฟังก็คงทราบดี เขาเป็นรัฐบาลเผด็จการทหารมาเป็นเวลานาน แล้วก็เขาคงจะต้องมีเป้าหมายของความอยู่รอด เพราะว่าเขาเคยเจอกับคุณอองซานซูจีมาแล้ว แล้วก็เราก็เคยคุยกันหลายครั้ง อย่างล่าสุดก็มีพระสงฆ์ต่อต้านเขา

ฉะนั้นสิ่งแรกที่เป็นความจริงก็คือรัฐบาลเผด็จการ แล้วก็ไม่รู้จะปรับตัวอย่างไร หาทางลงไม่ได้ อย่างวันนี้เป็นวัน เมื่อวานนี้เป็นวันรับร่างของเขานะจีรวัฒน์ ระหว่างที่มีปัญหา Nargis อยู่นี่ มีการให้ลงประชามติ แล้วก็ตลกที่สุดก็คือ การลงประชามติ รัฐธรรมนูญคราวนี้บอกว่าอองซานซูจี ลงไม่ได้เพราะว่าสามีเป็นฝรั่ง อะไรอย่างนี้ คือเวลาเขาเขียนรัฐธรรมนูญ เขาก็กลัวคุณอองซานซูจี เขาก็คงทราบ อีกหน่อยคุณอองซานซูจีก็คงตายไปเอง ก็เลยจัดการการเมืองของตัวเองด้วยความระมัดระวังในความอยู่รอดของตัวเอง

ซึ่งท่านผู้ฟังลองถามตัวเองนะครับ ผมเคยไปพม่าหลายครั้ง อย่างประเทศไทยเรานื่ บางทีเราบ่นมากเลย ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลของเรา จีรวัฒน์ แต่ที่นั่นนี่แย่กว่าเราประมาณ 10 เท่า ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา อย่างเช่นผมจำได้ เวลามีประท้วงนี่ ท่านผู้ฟังทราบไหมครับ เขาหยุดการเรียนมหาวิทยาลัยเป็นปีนะ อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง เขาก็ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองอะไร ปีดอร์ ซึ่งใช้เวลานั่งเรือบินไปตั้งชั่วโมงกว่า ๆ ขับรถก็เกือบ 300 กิโล ฉะนั้นสิ่งแรกที่เราต้องเข้าใจพม่าก็คือ เขาไม่ได้มีรัฐบาลเหมือนของประเทศทั่วไป แล้วอย่างคราวนี้นี่ พอมันเกิดภัยธรรมชาติครั้งแรกนี่ ครั้งสำคัญที่สุดนี่ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ ภัยธรรมชาตินี่มันเกิดได้ใช่ไหมจีรวัฒน์

พิธีกร : ครับ

ศ.ดร.จีระ : แต่รัฐบาลต้องเตรียมตัวให้ดี อย่างน้อย early warning ของเขาไม่มีเลย เขาไม่มีระบบที่เตือนภัยเลย  สิ่งแรกที่รัฐบาลเขาผิดพลาดมากก็คือ  เขาไม่เคยคิดถึงประชาชน เขาคิดถึงตัวเขาเอง คราวนี้เมื่อไม่มี early warning เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว ผมได้สังเกตดู เรียนรู้ด้วยตัวเองว่า มันจะมีองค์กรต่าง ๆ ในโลก จีรวัฒน์ ซึ่งคนในโลกก็แปลก พอเขามีรายได้ดี ในตะวันตกก็ดี ในภาคประชาชนก็ดี เขาก็ยังมีคณะที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว อย่างระบบ UN ก็จะมีกลุ่มหนึ่ง อย่างคราวนี้รัฐบาลอเมริกันโดยเฉพาะ และคนอเมริกัน ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบ เขาเป็นคนที่มีความสนใจที่เข้าไป ปรากฏว่าพม่า Anti คนอเมริกัน รัฐบาลอเมริกันมากเลย ว่าคนอเมริกัน รัฐบาลใน EU เขาคงเห็นว่า เคยสร้างแรงกดดันให้เขา ฉะนั้นเขาก็เลยห้ามไม่ให้เข้าไปช่วยเหลือ โดย... แม้กระทั่งในเรื่องของมนุษยธรรมทั่ว ๆ ไป

.         มีการพูดกันว่าเงินได้ แต่คนมาไม่ได้ อะไรอย่างนี้ ก็แสดงว่าคนนี่ เขากลัวว่าจะไปสร้าง เขาเรียกอะไร ความกดดันทางด้านการเมืองให้เขา ก็เป็นที่น่าเศร้ามากเลย ที่มันเกิดขึ้นในประเทศเขา ฉะนั้นท่านผู้ฟังก็ลองตั้งข้อสังเกตดูนะ ผมว่าสำคัญที่สุดคือ ลองสังเกตดูว่า เรามีรัฐบาลไปเพื่ออะไร ถ้ารัฐบาลเหล่านั้นไม่ทำให้ประชาชน มันก็ต้องหันมาจัดการ คราวนี้หันมาจัดการยังไง มันก็ไม่สำเร็จ อันนี้ก็จะเป็นแรงกดดันอีกอันหนึ่งที่ทำให้โลก เขามองรัฐบาลพม่าโดยความเศร้าสลด

แล้วก็วันนี้นี่โลกมันก็ต้องอยู่ร่วมกัน มันก็ต้องช่วยเหลือกัน มันก็เลยทำให้รู้สึกว่า มีรัฐบาลอันนี้ไปเพื่ออะไร ท่านผู้ฟังก็ลองสังเกตดู ก็ลองเปรียบเทียบตัวเราเองกับคนพม่าดูนะว่า ยังโชคดีแค่ไหน  เวลาเรา complain เกี่ยวกับประเทศของเรา เราก็ยังโชคดีกว่าพม่าหลายสิบเท่า ผมรู้จักรัฐบาลพม่าดี เวลาเขาพร้อม เขาก็จะต้อนรับอย่างดี ผมเล่าให้ฟังครั้งหนึ่ง สมัยผมอยู่ธรรมศาสตร์ ผมมีเงินอยู่ก้อนหนึ่งจากญี่ปุ่น ก็ตกลงกันเรียบร้อยว่า จะเข้าไปพัฒนาคนที่พม่า พอนโยบายเขาเปลี่ยน จีรวัฒน์ เขาไม่นึกถึงเราเลย พอเปลี่ยนแล้ว ก็หมายความว่าเรา.. เขาไม่นึกถึงลูกค้าเขา เขาไม่ได้นึกถึงประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือความอยู่รอดของเขา ฉะนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ก็จีรวัฒน์ ก็เป็นคนหนึ่งซึ่งเป็นห่วงคนพม่าใช่ไหม

พิธีกร : ใช่ครับ อาจารย์ ถ้ามองในแง่มนุษยธรรมนะครับ ก็เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ ในหลายประเทศจากที่ไม่เคย  อาจจะเคยสนใจประเทศพม่า แล้วก็ต้อง... เขาเรียกว่าอะไรครับ เรียกว่าอาจจะไม่ได้รับการเปิดประเทศต่าง ๆ อะไรอย่างนี้ แต่ครั้งนี้มันอาจจะเพิกเฉยไม่ได้ มองในแง่มนุษยชาติแล้วนี่ เออมนุษยธรรมแล้วนี่ อาจารย์ ประเทศไทยก็ถือเป็นช่องทางหนึ่งในการที่มีการส่งความช่วยเหลือผ่านประเทศไทยด้วย

ศ.ดร.จีระ :  ผมว่าคราวนี้ดูข่าวทั่ว ๆ ไปแล้ว เขาก็จะใช้กรุงเทพฯ เป็น base

พิธีกร : ใช่ครับ

ศ.ดร.จีระ :  การขอ visa ก็จะผ่านสถานทูตพม่าในไทย อย่างนี้ รู้สึกว่ามีคนมองเราดี เพราะว่าเราเป็นประเทศที่เปิด แล้วก็ประชาชนก็พร้อมจะร่วมมือ ผมคิดว่าประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า รายการของเราในวันนี้ เราเทียบกับสื่ออื่น ๆ ใช่ไหม ข่าวเยอะใช่ไหม จีรวัฒน์ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ เราน่าจะถามตัวเองว่า แล้วเช้าวันนี้ จีระกับจีรวัฒน์นี่ให้แนวคิดอะไรเกี่ยวกับพม่าที่สื่อทั่ว ๆ ไปไม่ได้ให้  เพราะว่าไม่เช่นนั้นเราก็จะเหมือนสื่อทั่ว ๆ ไป ผมคิดว่า ผมพูดก่อนนะ เดี๋ยวจีรวัฒน์ออกความเห็นทีหลัง

พิธีกร : ครับ

ศ.ดร.จีระ : น่าจะเป็น 2 เรื่อง หนึ่งก็คือ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องภัยธรรมชาติ เปรียบเทียบกับเมืองไทยด้วยอีกครั้งหนึ่ง เพราะเมืองไทย ท่านผู้ฟังครับ บางคนอาจจะรุ่นเด็ก ๆ เคยมีพายุไต้ฝุ่น ผมจำความได้นะ สมัยที่ผมไปเรียนหนังสือที่นิวซีแลนด์ครั้งแรกนี่ เขาเรียกไต้ฝุ่นแหลมตะลุมพุก จีรวัฒน์อาจจะยังไม่ได้เกิด แล้วก็มีพายุเกย์ แต่อันนั้นมันจะกระทบมาทางอ่าวไทย ซึ่งเรียกว่าเป็น เขาเรียกว่าไต้ฝุ่น แต่ว่าทางพม่า มันเกิดจากความร้อน

พิธีกร : ใช่ครับ  เป็นพายุไซโคลน

ศ.ดร.จีระ :มหาสมุทรอันดามัน.ใช่ไหม

พิธีกร : ครับ

ศ.ดร.จีระ. แล้วเขาก็จะบอกว่า กระทบผ่านไทยไปพม่า แล้วก็จะไปบังคลาเทศ ไซโคลนนี่รุนแรงที่สุดอยู่ในบังคลาเทศส่วนใหญ่ แต่ผมเพิ่งทำรายการโทรทัศน์ไป ผมก็ถามผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นพิธีกร คำว่าไซโคลนนี่แปลว่าอยู่ในแถว Asia หรือเปล่า ไม่ใช่ ไซโคลนที่ไหนก็ได้ เพียงแต่ว่าจะต้องมาจากความร้อนของมหาสมุทร ไซโคลนเกิดขึ้นในซิมบับเวก็ได้  ฉะนั้นมันก็น่าสนใจ ทำไมในอเมริกาเรียกว่า อะไรนะ เฮอริเคน  ทำไมในเมืองไทยเรียกว่าได้ฝุ่น แล้วทำไมในพม่าเรียกว่าไซโคลน ซึ่งอันนี้ท่านผู้ฟังครับ เวลาเปิดเข้าไป คำว่าไซโคลน search เข้าไปใน Internet นี่ โหมีข้อมูลเยอะแยะเลย  

แล้วเผอิญผมก็ชอบเรียนรู้พวกนี้ เพราะว่าผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ กับทรัพยากรมนุษย์ เพราะมนุษย์เราต้องทำ 2 อย่าง คือป้องกัน  early warning อพยพให้ได้ เสร็จแล้วพอมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วต้องมีความสามารถในการแก้ปัญหาวิกฤติ อย่างวันก่อนจีรวัฒน์ ผมเดินไปที่โรงแรม Landmark  มีฝรั่งคนหนึ่ง อาชีพเขา decatur psychologist น่าสนใจมากเลย คือเป็นอาชีพใหม่ คือวิกฤติการณ์ในโลก ไม่ว่าจะเป็น earthquake ไม่ว่าจะเป็น Tsunami มันจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเขาก็มีอาชีพใหม่

อย่างคราวนี้ที่พม่านี่ สิ่งแรกที่อันตรายที่สุดก็คือ สุขภาพอนามัยแล้วก็สุขภาพจิต แล้วก็วันนี้มีคนพูดกันเรื่องโรคระบาดด้วย ฉะนั้นการที่สร้างความรู้สึกเหมือนกรมสุขภาพจิตของเรา เวลาไปที่ Tsunami นี่จะช่วยกัน อาชีพใหม่ของเด็กรุ่นใหม่ ผมว่าถ้าจะเรียนก็เรียนทางด้านจิตวิทยา แต่ว่าแทนที่จิตวิทยาในการทำงาน ก็จะเป็นจิตวิทยาเกี่ยวกับเรื่องการแก้ปัญหา crisis คือจีรวัฒน์ เอาตัวเราเองไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น น้ำก็ไม่มี ไฟก็ไม่มี ข้าวก็ไม่มี อะไรอย่างนี้ แล้วก็จะปรับตัวเองยังไง ในเมื่อมันเสียหายไปแล้ว มันก็จะเกิดขึ้นทั่วโลก ฉะนั้นอันนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่หนึ่งที่เราเรียนรู้ search เข้าไปใน Internet เกี่ยวกับพายุต่าง ๆ ซึ่งผมเองก็ยังไม่ได้เก่งเรื่องนี้

สองผมว่าน่าจะเข้าใจถึงรัฐบาล เรามีรัฐบาลไปเพื่ออะไร คือพม่า ตามปกติเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันห่วย แต่มันห่วยยกกำลังห้า แล้วก็ไม่รู้ผู้นำเขาทำไมเลือดเย็นอย่างนั้น แต่ว่าถ้าดูอีกมุมหนึ่ง ท่านผู้ฟังครับ มันก็เป็นเรื่องจิตวิทยาของคน ดูทิเบตกับจีน ไม่ว่าเขาจะประท้วงยังไง รัฐบาลจีนก็ยังนิ่งเฉย แล้วก็ล่าสุดในหนังสือ Economist ก็บอกว่าจีน ลึก ๆ แล้วโกรธ โกรธโลกที่ยังจะต้าน จะมี Olympic เป็นเรื่องใหญ่โตของฉัน แล้วก็สื่อ 95 % ด่าเรื่องทิเบต มันก็ไม่เห็นเปลี่ยนใจเขา เหมือนวันนี้หลายคนไม่ชอบการแก้รัฐธรรมนูญ ก็เลยเปลี่ยนใจรัฐบาลชุดนี้ได้ไหม  ฉะนั้นประเด็นที่สองต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ Psychology ของการเมืองแต่ละประเทศ แล้วคุณจีรวัฒน์ คุณเรียนรู้อะไรจากรายการของเราในเช้าวันนี้ ในเรื่องพม่า ที่สื่ออื่นอาจจะไม่มีมุมมองเหมือนเรา 

พิธีกร : ครับ ความรู้สึกแรกเลยนะอาจารย์ครับ ผมมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่าในครั้งนี้ มันเหมือนความเดือดร้อนที่เกิดในบ้าน ๆ หนึ่ง ที่เขาปิดบ้านไว้ครับ

ศ.ดร.จีระ : แล้วไม่มีคนไปช่วย

พิธีกร : ใช่

ศ.ดร.จีระ : คือเขาก็บอกไม่ต้อง เขาจัดการเอง

พิธีกร : มันทำให้เกิด มองในแง่ประเทศเขา ก็ค่อนข้างเรียกว่า ไม่รู้จะปิดประเทศไปทำไม มองในแง่ของว่าความช่วยเหลือต่าง ๆ ที่จะไหลเข้าไป ช่วยได้ทันเวลา ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เรื่องของการลงคะแนน เรื่องของร่างรัฐธรรมนูญต่าง ๆ นี่ ประชาชนส่วนหนึ่งก็ค่อนข้างไม่พอใจ

ศ.ดร.จีระ : แทนที่เขาจะเลื่อน

พิธีกร : ใช่ครับ 

ศ.ดร.จีระ : ก็แสดงว่าการประชามติครั้งนี้ดีสำหรับเขา ล่าสุด ผม check Internet แล้ว คะแนนเบื้องต้นบอกว่าดีสำหรับรัฐบาลจะได้อยู่ต่อ

พิธีกร :  ใช่ แต่ว่าไปในทางกลับกันก็คือ สถานการณ์แบบนี้ ความเดือดร้อนต่าง ๆ ขนาดนี้ มันน่าจะมี priority ของการบริหารจัดการประเภทที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่านี้

ศ.ดร.จีระ : ประเด็นก็คือคุณคิดใน rational ของคุณ ก็คือเหตุผล แต่ว่า rational ของผู้นำพม่าก็คือ ฉันต้องอยู่รอดก่อน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ท่านผู้ฟังต้องเข้าใจ เพราะว่าเวลาเราอยู่ในสถานการณ์ที่มีเหตุมีผล พระเจ้าอยู่หัว ท่านเรียกว่าเป็น system thinking หรือคุณ Peter Senge ก็บอกว่าคนเราจะเป็นสังคมการเรียนรู้ได้ ต้องรู้เหตุและผล อะไรอย่างนี้ แต่เหตุและผลมันจะเป็นลักษณะผลประโยชน์ mutual แต่ของเรานี่ผลประโยชน์ของผู้นำพม่าเขาไม่เป็นกลางนี่ ฉะนั้นเวลาบางทีเราเห็นการเมือง บางคนแต่ก่อนดี เดี๋ยวนี้วิ่งเข้าไปหาการเมือง แล้วก็ทำตัวประหลาด ไม่ต้องอธิบายว่าเป็นใคร แล้วก็เราก็ประหลาดใจในตัวเขา แต่ว่าในระยะสั้นเขาได้ เขาได้เป็นรัฐมนตรี ได้ไปโน่นไปนี่ ก็เป้าหมายเขาอาจดังแค่ระยะสั้นก็ได้ ไม่ต้องการดัง ยั่งยืน 80 ก็ยังมีคนนับถืออยู่ เขาอาจจะคิดว่าในชีวิตเขา ได้เป็นรัฐมนตรีสักครั้งหนึ่ง ก็อาจจะคุ้มอยู่ มันอยู่ที่วิธีการคิด จีรวัฒน์ ฉะนั้นผมก็ว่า ท่านผู้ฟังครับ โลกในอนาคตนี่ ถึงอยากให้เป็นสังคมการเรียนรู้

พิธีกร : ครับ เดี๋ยวเราต้องไปพักฟังสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ครับ เดี๋ยวกลับมาต่อในช่วงหน้าครับ อาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : ผมมีเรื่องพูดเยอะเลยครับท่านผู้ฟัง ผมจะขอเรียนนิดหนึ่ง พอเข้ามาปุ๊บ ผมจะพูดเรื่อง McCain สัก 5 นาที เสร็จแล้วผมจะขอพูดเรื่องคนชั้นกลางกับรากหญ้าจะต้องทำงานร่วมกันอย่างไร แล้วจะขอเป็นโครงการที่เกิดขึ้นใน Human talk ซึ่งผมจะเป็นผู้ประสานงาน เสร็จแล้วผมก็จะพูดถึงการพัฒนาผู้นำแบบใหม่ ถ้ามีเวลานะ

พิธีกร : ครับ สักครู่ครับ อาจารย์ครับ

โฆษณา

 

พิธีกร : ครับ พบกันในช่วงที่สองของรายการ Human Talk นะครับทุกเช้าวันอาทิตย์ 6 โมงเช้าถึง 7 โมงเช้า ทาง FM 96.5 MHz กับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และผมจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐครับ

ศ.ดร.จีระ : ย้ำอีกที คุณจีรวัฒน์ หลังจาก 7 โมงแล้ว จบรายการแล้ว ผมจะนั่งอยู่ที่บ้านผม แล้วก็ท่านผู้ฟังที่อยากคุยกับผม จดไว้เลยนะครับ 886-4254 เป็นเบอร์บ้าน ผมก็จะให้โอกาสท่านได้คุยประมาณสัก 30 45 นาที  สุดท้าย ผมก็จะจบรายการแล้วก็จะไปวิ่งเลย ไม่งั้นตายเลย เหมือนคุณจีรวัฒน์

          ท่านผู้ฟังครับ เขาเป็นคนที่เด็กรุ่นใหม่ที่ออกกำลังกาย แล้วก็ เป็นเรื่อง habit ในการออกกำลังกาย นี่เป็นเรื่องสำคัญ มีคนถามว่าเอ๊ะทำไมยังทำงานอยู่ อายุ 60 กว่าแล้ว ความจริงอายุมันเป็นแค่ตัวเลข วันก่อนเจอคุณหมอเฉก ท่านก็ 83 อะไรนี่แล้วก็จีรวัฒน์ลองคิดดู เวลาเรามอง อย่างคุณชวลิต หรือคุณบรรหารนี่ แล้วรู้ไหมท่านแก่ แต่จริง ๆ แล้วท่านยังมีพลัง เดี๋ยวนี้ก็มีทฤษฎีใหม่ เขาเรียกว่า Energy คือถ้าเรามี Energy อยู่ มีพลังอยู่ อายุ 60 , 70 , 80 ก็ไม่สำคัญ บางคนเด็กอายุ 18 แกติดยา หมด Energy ไปแล้ว ฉะนั้นท่านผู้ฟังที่อยากจะปรึกษากับผม คุยกับผม จะได้มีโอกาส เพราะมีคนอยากคุยเยอะแต่หาเบอร์ไม่เจอ อย่างคุณธนะชัยที่ผมเล่าให้ฟัง ซึ่งผมจะเชิญท่านมาเป็นแนวร่วม คือถ้าใครก็ตาม บ้าความรู้ แล้วก็พร้อมจะเป็นแนวร่วม บางทีคุณก็ไปดูงานของผมได้ ผมมีงาน 7 วันนี่มีแทบทุกวัน จะได้ให้สื่ออันนี้เป็นประโยชน์ ก็ย้ำอีกทีนะครับ 886-4254 แต่ว่าจะอยู่ได้ประมาณชั่วโมงเดียว หรือ 45 นาที แล้วเดี๋ยวผมก็ต้องไปออกกำลังกาย จีรวัฒน์ตอนนี้ออกทุกวันไหม

พิธีกร : ก็พยายามทำให้มากที่สุด ครับอาจารย์ครับ