บัตรคำอิเล็กทรอนิกส์ บัตรคำที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้แทนบัตรคำกระดาษ

 

 

 

 

เมื่อวานนี้(16 พ.ค.51)  ครูตุ๊กแกได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามท่าน ผอ.ไปประชุมที่โรงแรมรอยัลซิตี้ เพื่อรับทราบรายละเอียด แนวดำเนินการ และซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดงานตลาดนัดการจัดการความรู้ ระดับชาติ ครั้งที่1 ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพฯ ซึ่งงานจะมีขึ้นในวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2551

และความภูมิใจของชาวท่าไชยก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ  โรงเรียนของเราได้รับเกียรติให้นำผลงานอันเกิดจากการนำ กระบวนการการจัดการความรู้ไปใช้ในโรงเรียน ไปจัดแสดงในงานนี้ด้วย และผลงานที่เราจะนำไปจัดแสดงก็คือ บัตรคำอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นนวตกรรมที่เกิดจากการนำขุมความรู้ที่ได้จากกระบวนการKMไปใช้ และเจ้าของขุมนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก แท่ม..แทม..แท้ม..ครูตุ๊กแกเองเจ้าค่ะ คริ..คริ

เอ๊ะ..เอ๊ะ..เอ๊ะ....แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องเก่า  นำมาเล่าใหม่ได้อย่างไร  เกี่ยวค่ะเกี่ยวอย่างแรง เพราะเรื่องเกี่ยวกับ บัตรคำอิเล็กทรอนิกส์ นั้น ครูตุ๊กแกได้เคยนำมาเขียนบันทึกแล้ว  และก็เป็นบันทึกแรกของครูตุ๊กแกด้วย (ไม่อยากเล่าต่อเลย..เล่าแล้วรู้สึกอายมาก)  แต่ไม่มีใครเข้าไปคุยกับครูตุ๊กแกเลย  อยากรู้ไหมคะว่าทำไม  ถ้าอยากรู้ตามไปที่นี่ค่ะเก็บตกจากบัตรคำอิเล็กทรอนิกส์

เป็นเป็นอย่างไรบ้างคะลีลาการเขียนบันทึกแรกของครุตุ๊กแก(อายจัง)  วันนี้ครูตุ๊กแกจึงขอนำมาเล่าใหม่เผื่อคุณครูท่านใดสนใจจะนำไปทำใช้บ้าง  เอ๊ะ ..แล้วบัตรคำอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร

บัตรคำอิเล็กทรอนิกส์ คือ บัตรคำศัพท์ต่างๆ ที่สามารถใส่เข้าไปในเครื่องเล่นซีดีให้นักเรียนฝึกอ่านจากโทรทัศน์แทนการอ่านจากบัตรคำกระดาษที่เสียบอยู่ในกระเป๋าผนังนั่นแหละค่ะ

ประโยชน์ของบัตรคำอิเล็กทรอนิกส์ก็คือ ทำง่าย ใช้งานง่าย เก็บรักษาง่าย พกพาสะดวก มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มีสีสันสวยงามไม่น่าเบื่อ ที่สำคัญ มีเสียงอ่านนำด้วยค่ะ

วิธีการทำอย่างง่ายๆ มีดังนี้ค่ะ

1.เตรียมคำศัพท์ตามจำนวนที่ต้องการ

2. พิมพ์คำศัพท์โดยใช้โปรแกรม PowerPoint 1 คำ ต่อ 1 สไลด์ ใส่ภาพ

ตกแต่งให้สวยงาม

 

  3. เมื่อได้ตามจำนวนที่ต้องการแล้วก็บันทึกเป็นไฟล์ภาพ สกุล JPEG เพื่อนำไปใช้กับเครื่องเล่น VCD ได้ โดยเลือกคำสั่ง แฟ้ม > บันทึกแฟ้มเป็น> เลือกเก็บเป็นชนิด JPEG > ตั้งชื่อแฟ้ม  จะได้เป็นไฟล์ภาพ สกุล JPEG ซึ่งแยกเป็น โฟล์เดอร์ไว้ต่างหาก

4. นำภาพที่ได้ทั้งหมดไปเขียนลงแผ่น CD ซึ่งสามารถนำไปเปิดได้ด้วยเครื่องเล่น VCD ทั่วไป ที่รองรับการอ่านไฟล์ภาพ JPEG ซึ่งส่วนใหญ่จะอ่านได้ทุกเครื่องอยู่แล้วในปัจจุบัน

เป็นอย่างไรคะ  ไม่ยากใช่ไหมคะ  หากต้องการบันทึกเสียงก็ใช้โปรแกรม

Windows Movie Maker ซึ่งมีอยู่แล้วในระบบปฏิบัติการ Windows Xp เป็นตัวจัดการการบันทึกเสียง ซึ่งจะได้เป็นไฟล์ภาพยนตร์ ประเภท Movie จากนั้นนำมาเขียนลงบนแผ่น CD อีกครั้ง ในรูปแบบของ VCD ซึ่งจะเหมือนกับ แผ่นซีดีภาพยนตร์ ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป

หากท่านผู้อ่านท่านใดมีโอกาสเข้าร่วมงานในครั้งนี้แวะไปให้กำลังใจครูตุ๊กแก

ด้วยนะ ที่ลานนิทรรศการที่ 1 และหากมีความสนใจแวะเข้าไปสอบถามครูตุ๊กแกได้ เลยค่ะ รับรองว่าครูตุ๊กแกจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเชียวค่ะ