บันทึกนี้เพื่อประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมสาขาวิชากิจกรรมบำบัด แห่งที่สองของประเทศไทย รองจาก มช.
ทีมอาจารย์กิจกรรมบำบัดรุ่นใหม่ของคณะกายภาพบำบัดฯ ม.มหิดล ตื้นเต้นและมีความสุขมากที่ได้พบนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกระบบ Admission (คะแนนสูงสุด-ต่ำสุด = 59.63% - 53.13%) มารายงานตัวและสอบสัมภาษณ์จำนวน 23 คน หากรวมกับนักเรียนจากระบบรับตรงที่รายงานตัวไปแล้ว 14 คน (กลุ่มนี้มีความมุ่งมั่นและความสุขในการเลือกเข้าเรียนในวิชาชีพกิจกรรมบำบัดระดับดีมาก) รวมแล้วเรากำลังจะผลิตนักกิจกรรมบำบัดในอีก 4 ปีข้างหน้าให้กับสังคมไทยอีก 37 คน
ประเด็นที่ผมอยากสะท้อนหลังจากเรียนรู้ประสบการณ์กิจกรรมการสัมภาษณ์นักเรียนกลุ่มนี้ คือ
- จากนักเรียนที่สอบผ่าน 26 คน ไม่มาสัมภาษณ์ 3 คน ส่วนใหญ่เลือกสอบอันดับ 1-2
- นักเรียนที่มาจากต่างจังหวัด (ส่วนใหญ่จากจำนวนนักเรียนที่มาสัมภาษณ์) มีความมุ่งมั่นและความสุขในการเลือกเข้าเรียนในวิชาชีพกิจกรรมบำบัดระดับดี-ดีมาก มีการค้นคว้าหาข้อมูลของการประกอบวิชาชีพในอนาคต และมีพื้นฐานความรู้ความสามารถที่ดีมากทางกิจกรรมการเรียน การใช้เวลาว่างในระดับทักษะที่ได้รับรางวัล (ดนตรี ร้องเพลง ประกวดนางนพมาศ การเป็นผู้นำ-อาสาสมัครชมรม นักกีฬา นักพูด) การทำงาน การสื่อสาร และการมีส่วนร่วมในชุมชน ซึ่งมีศักยภาพของการพัฒนาทักษะชีวิตของตนเองก่อนนำมาประกอบเป็นกิจกรรมบำบัดในอนาคตของการศึกษาที่ ม.มหิดล ทั้งนี้ครอบครัวมีความอบอุ่นและคาดหวังความสำเร็จของนักเรียนในการเป็นเสาหลักของบ้านหลังจากจบการศึกษา นักเรียนในกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษา (จำนวน 7 คน) เนื่องจากครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรมและค้าขาย
- นักเรียนที่มาจากสังคมเมือง กทม.และปริมณฑล มีความมุ่งมั่นและความสุขในการเลือกเข้าเรียนในวิชาชีพกิจกรรมบำบัดระดับปานกลาง-ดี บางคนไม่แน่ใจว่าวิชาชีพนี้แตกต่างจากกายภาพบำบัด จิตวิทยา และดนตรีบำบัด อย่างไร บางคนเคยดูสื่อมวลชนและอยากช่วยเหลือเด็กพิเศษ บางคนเห็นว่าเป็นหลักสูตรใหม่น่าจะเสี่ยงเลือกเพราะไม่กำหนดช่วงคะแนนสอบ บางคนสนใจวิทยาศาสตร์สุขภาพและคิดว่าน่าจะงานไม่หนักเท่าพยาบาล บางคนเห็นว่าอยู่ในม.มหิดล ซึ่งมีชื่อเสียง
- มีนักเรียน 3 คน ที่เคยเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมาแล้ว 1 ปี แต่เลือกสอบใหม่ในสาขาที่ตนเองสนใจ
- นักเรียนทุกคนต้องการที่จะเรียนรู้ว่ากิจกรรมบำบัดคืออะไร ไม่มีใครสามารถตอบได้ชัดเจนหลังจากผมให้ดูภาพ "หัวใจของกิจกรรมบำบัด" ที่ประกอบด้วยสื่อการรักษาและมิติของการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่จำเป็นต้องเรียนในวิชาชีพนี้
- ในฐานะที่อาจารย์กิจกรรมบำบัดได้รับการฝึกฝนทางการประเมินทักษะทางจิตสังคม เราพบว่านักเรียนในกลุ่มสังคมเมืองจำนวน 2 คน และในกลุ่มต่างจังหวัดจำนวน 1 คน ที่มีแนวโน้มภาวะอารมณ์ตึงเครียด ลังเล หรือซึมเศร้า ง่าย แต่สามารถที่จะเรียนรู้การจัดการกับอารมณ์และสถานการณ์ในสิ่งแวดล้อมได้
- ผู้ปกครองบางคนสอบถามถึงอนาคตและสถานที่ของการประกอบวิชาชีพกิจกรรมบำบัด มีหนึ่งท่านที่มองไม่เห็นความชัดเจนของวิชาชีพเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องมือการรักษาของวิชาชีพกายภาพบำบัด จึงได้สอบถามว่าจะย้ายสาขาวิชาชีพได้หรือไม่ ผมตอบไปว่า วิชาชีพกิจกรรมบำบัดเป็นวิชาชีพใหม่และขาดแคลนอย่างมาก ผู้ที่เรียนต้องมีความสนใจทั้งศาสตร์และศิลป์และมีภาวะผู้นำในการสร้างงานของวิชาชีพใหม่นี้ ในระยะแรกของการพัฒนาวิชาชีพ ทัศนคติของคนไทยยังมองวิชาชีพนี้ไม่ชัดเจนเพราะข้อจำกัดของงานบริการกิจกรรมบำบัดในโรงพยาบาลที่สะท้อนเพียงแค่มิติเดียวของการฟื้นฟูสมรรถภาพการทำกิจวัตรประจำวันบางด้านและเน้นการทำกิจกรรมง่ายๆ ซ้ำๆในองค์ประกอบของการระบบประสาทการเคลื่อนไหว จนภาพรวมดูไม่แตกต่างจากกายภาพบำบัด หากผู้ปกครองคิดว่าจะเปลี่ยนสาขาวิชา นักเรียนต้องสอบใหม่ แต่อยากให้ถามความต้องการของการเลือกอาชีพในอนาคตของเขามากกว่าการตัดสินใจของผู้ปกครองครับ
- นักเรียนท่านหนึ่งถามว่า ทำไมอาจารย์กิจกรรมบำบัดดูเด็กมากเลย คำถามนี้ชวนให้อาจารย์ของเราต้องคิดและพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างมากในฐานะผู้บุกเบิกสาขาวิชาชีพนี้ ยอมรับว่าเป็นงานที่หนักและท้าทายสำหรับผมและน้องๆอาจารย์อีก 4 ท่าน แต่เราไม่สามารถรอให้อายุของเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่นำวิชาชีพนี้มาพัฒนาสู่การสร้างสุขภาวะของคนในสังคมไทย ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างความพร้อมของการศึกษาวิชาชีพนี้อย่างเต็มศักยภาพและมีความสุขอย่างจริงใจครับ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอบคุณครับคุณนก
สู้ๆครับ มีอะไรให้ผมช่วยบอกได้เลยนะครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณครับน้องเดียร์และครูโย่ง