ทายแม่น..กว่าตาเห็น

วันนี้มีเรื่องเด็ด               เป็นเกร็ดพงศาวดาร      

ตั้งแต่ครั้งโบราณ           เล่าขานสืบมา

พระเจ้าปราสาททอง       ทรงขึ้นครองสยาม

เมืองหลวงงดงาม            มีนามอยุธยา

ทรงมีโหรหลวง                เรื่องทั้งปวงทำนาย

ชื่อเสียงกำจาย                เพราะว่าทายแม่นนักหนา

พระโหราธิบดี                  นามนี้ก้องประกาศ

ว่าเป็นพ่อศรีปราชญ์         ผู้เก่งกาจรจนา

วันหนึ่งว่างราชการ           พระภูบาลปราสาททอง    

ทรงครวญใคร่ไตร่ตรอง    จะทดลองวิชา

พระโหราธิบดี                   ว่าเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร

ยังทายแม่นหรือไม่            อยากจะได้เห็นปัญญา

พระประทับห้องโถง           ท้องพระโรงหลังเก่า

เกิดเสียงดังบนเสา            อะไรเล่าหล่นลงมา

ทอดพระเนตรทรงรู้          ว่าเป็นหนูตัวใหญ่

ทรงหยิบขันทันใด            แล้วครอบไว้บังตา

แล้วทรงใช้ทหาร             ไปเรียกขานโหรหลวง

อย่าช้าชักหนักหน่วง       ว่าในหลวงให้เรียกหา

เมื่อโหรามาถึง                 พระองค์จึงตรัสสั่ง

เจ้าจงทายดังดัง              อะไรอยู่ในขันข้า

พระโหราธิบดี                 ใช้วิธีคำนวณ

แล้วกราบทูลโดยด่วน      ที่ไต่สวนตามตำรา

ว่าเป็นสัตว์สี่เท้า              นอนเนาอยู่ข้างใน

พระราชาพอพระทัย       ว่าทายได้เห็นเหมือนตา

แล้วทรงทายอีกข้อ         เท่าไรหนอในขัน

มันมีกี่ตัวกัน                   ให้โหรนั้นใช้วิชา

โหรหลวงรีบคำนวณ      ตามกระบวนการ

ที่เรียนจากอาจารย์        แล้วกราบกรานวันทา

ตอบพระราชดำรัส         ที่ตรัสถามพลัน

สัตว์ที่อยู่ในขัน              สี่ตัวพระพุทธเจ้าข้า

พระเจ้าปราสาททอง      พระสรวลก้องทันที

เจ้าโหราธิบดี                ทายครั้งนี้ผิดแล้วหนา

กูจะเปิดให้ดู                 กูเห็นอยู่ตัวเดียว

มึงทายผิดบิดเบี้ยว        ไม่แน่นเหนียวในตำรา

ทรงเปิดขันให้ดู             กลับพบหนูสี่ตัว

เพราะลูกใหม่เยี้ยยั้ว      อีกสามตัวเพิ่งออกมา

มันเป็นหนูท้องแก่          เจ็บท้องแท้กำลังคลาน

หาที่คลอดบนเพดาน     เดินงุ่นง่านมืดหน้า

จึงได้ร่วงหล่นลง           มาที่ทรงแลเห็น

เรื่องนี้มีประเด็น            มิเพียงเป็นเรื่องเฮฮา 

พระหัตถ์ตบพระเพลา    เก่งจริงเจ้าโหรกู

มึงทายแม่นกว่าตาดู      เหมือนหยั่งรู้ดินฟ้า        

พระโหราธิบดี               สมศักดิ์ศรีโหรหลวง

มีวิชาโชติช่วง              เขาตักตวงใส่ชีวา

นี่แหละท่านทั้งหลาย     หญิงชายเยาวชน

จงหมั่นนึกฝึกตน          เร่งขวายขวนสร้างปัญญา

หมายเหตุ ราชาศัพท์ที่ใช้อาจผิดระดับกับพระราชาบ้าง ขออนุโลมว่าเป็นการเล่าเกร็ดพงศาวดารอย่างไม่เป็นทางการ และใช้คำประพันธ์ บางทีจึงต้องตัดทอนคำให้ไม่ยาวเกินไป