การปลูกฝังคุณธรรมนั้น ที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การพร่ำสอน หากอยู่ที่การเห็นตัวอย่างและได้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นประจำจนเกิดเป็นนิสัย คุณครูของที่นี่จะปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่นักเรียน รุ่นพี่ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่รุ่นน้อง อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเมตตา เอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น
- ปลายปีที่แล้ว อาจารย์ท่านหนึ่งได้มอบหนังสือที่เขียนโดยท่านไสบาบาให้ ผมก็อ่านแบบคร่าว ๆ อาจเพราะตอนนั้นไม่ค่อยมีเวลาว่าง ทำให้เข้าไม่ถึงหนังสือนั้น ตอนเอาไปส่งคืนผมก็ตอบแทนคุณน้ำใจที่อาจารย์ท่านนั้นมีให้โดยการมอบ cd บันทึกเสียง คู่มือมนุษย์ ของท่านพุทธทาสให้
- ต่อมาเมื่อพยายามพัฒนาการศึกษาจึงทำให้รู้จักกับโรงเรียนสัยาไส โดยเป็นการรู้จักแบบคร่าว ๆ ผ่านข้อมูลออนไลน์ จึงขอนำมาเสนอต่อดังนี้ครับ
- การปลูกฝังคุณธรรมนั้น ที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การพร่ำสอน หากอยู่ที่การเห็นตัวอย่างและได้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นประจำจนเกิดเป็นนิสัย
- การปลูกฝังคุณธรรมนั้น ที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การพร่ำสอน หากอยู่ที่การเห็นตัวอย่างและได้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นประจำจนเกิดเป็นนิสัย คุณครูของที่นี่จะปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่นักเรียน รุ่นพี่ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่รุ่นน้อง อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเมตตา เอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น
- ที่ผ่านมาเด็ก ๆ สามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ 100% ส่วนรุ่นนี้ได้เข้าเรียนต่อในสถาบันต่าง ๆ ด้วยวิธีสอบตรงเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่ 2 คนที่ยังสอบเข้าไม่ได้ ซึ่งเพื่อน ๆ กำลังช่วยกันติวให้อยู่ และคาดว่าไม่น่าเป็นห่วง
- ให้ความสำคัญกับเรื่องจิตใจเป็นอันดับแรก ทุกเช้าตรู่เวลา 05.30-06.30 น. เด็ก ๆ ทั้ง 363 คน ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 (นักเรียนกินนอน ยกเว้นระดับอนุบาลให้ไป-กลับ) จะมาสวดมนต์นั่งสมาธิพร้อมกัน (ทุกชั่วโมงเรียนก็จะสวดมนต์นั่งสมาธิด้วย แต่เป็นอย่างย่อ)
- การสวดมนต์ไม่ได้เป็นทำนองสรภัญญะแบบบ้านเรา แต่มีทำนองคล้าย ๆ การร้องเพลง ส่วนการทำสมาธิเป็นการฝึกจิตมุ่งไปที่แสงสว่าง ให้นำแสงสว่างไปอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เริ่มตั้งแต่หัว ตา หู ลิ้น แขน มือ ขา แล้วสอนให้คิดดี มองแต่ส่วนดี ฟังแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่เรื่องดี และก้าวไปในทิศทางที่ดี ตามลำดับ จากนั้นนำแสงสว่างกลับมาที่หัวใจ กลายเป็นความสุขใจมอบให้กับตัวเอง พ่อแม่พี่น้องและเพื่อนรอบข้าง
- ในการสวดมนต์นั่งสมาธินี้ เริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ แม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าใจเท่าใดนัก นั่งไปหลับไป แต่การปฏิบัติเป็นประจำจะช่วยสร้างนิสัย และเป็นกิจวัตรประจำวันไปได้ในที่สุด เมื่อเขาโตขึ้นก็จะค่อย ๆ เรียนรู้ความหมายของการกระทำเหล่านั้นได้
- ข้อได้เปรียบของการฝึกฝนคุณธรรมของที่นี่ คือการตัดวงจรของที่บ้านไป ดิฉันหมายถึงนักเรียนจะอยู่ในโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ปีหนึ่งจะอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านได้ 2 ครั้งในช่วงปิดภาคเรียน เสาร์-อาทิตย์ ผู้ปกครองสามารถพาลูกไปทำธุระได้ แล้วพากลับมาส่ง เด็กจะมีเวลาอยู่ในโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ การหล่อหลอมและฝึกฝนอย่างจริงจังจึงทำได้ง่ายกว่าในโรงเรียนปกติที่อยู่โรงเรียนฝึกอย่างหนึ่ง กลับไปบ้านทำอีกอย่างหนึ่ง
- ที่นี่เขามุ่งสอนให้เด็ก มีความรัก ความกรุณา ความเมตตา รับใช้เพื่อนมนุษย์ ค้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และอยู่กับธรรมชาติ
- ภารกิจประจำวันเริ่มตั้งแต่เด็กโตจะตื่นนอนพร้อมกันเวลา 04.30 น. เด็กเล็กตื่นนอน 05.00 น. อาบน้ำแต่งตัวลงมาเตรียมตัวสวดมนต์-นั่งสมาธิพร้อมกัน เวลา 05.30-06.30 น. จากนั้นรับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน
- 08.00 น. เข้าแถวเคารพธงชาติ ก่อนแยกย้ายเข้าห้องเรียนตามตาราง ที่เหมือนกันทุกชั้นทุกห้องอีกคือ ชั่วโมงแรกจะเป็นวิชาความเป็นมนุษย์ ฟังแล้วคล้าย ๆ โฮมรูม แบบโรงเรียนทั่วไป แต่ที่นี่จะเน้นคุณธรรมจริยธรรม
- ช่วงเช้าของทุกวันจันทร์ พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ จะเป็นการเรียนบูรณาการของช่วงชั้นที่ 1, 2, 3, 4 ตามลำดับ อาจมีการสลับสับเปลี่ยนกันบ้างตามสถานการณ์ ส่วนวันอังคารนั้นจะป็นการเรียนวิชาลูกเสือ และ ร.ด.
- ตอนกลางวันเด็ก ๆ จะมารับประทานอาหารพร้อมกัน เป็นถาดหลุม ทานเสร็จต้องล้างเอง เด็กเล็ก ๆ จะมีพี่โต ๆ คอยดูแล อาหารทุกมื้อจะมีแม่ครัวปรุงให้ทุกมื้อ แต่เด็กก็สามารถช่วยทำทานเองได้ที่บ้านเป็นบางมื้อ เรื่องเสื้อผ้าก็มีแม่บ้านซักให้เช่นกัน ยกเว้น เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน ถุงเท้า พวกนี้เด็กจะต้องซักเอง
- กลางคืนเด็กเล็ก ๆ จะนอนตอนสองทุ่ม เด็กโตได้มากกว่านั้นแต่ต้องไม่ดึกเกินไป คุณครูจะเป็นผู้ดูแลด้วย
- สังเกตว่าเด็กไม่เหงา เพราะอยู่รวมกันเยอะ มีกิจกรรมตลอดเวลาตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตานอนในและวัน เหมือนเข้าค่ายแต่เป็นการเข้าค่ายที่ใช้ระยะเวลานานไม่ใช่แค่ 2-3 คืน
- ที่นี่เขาสอนให้เด็กตั้งคำถาม 2 คำถามตลอดเวลา คือ 1) สิ่งที่ทำนั้นดีสำหรับเราไหม? 2) สิ่งที่ทำนั้นดีสำหรับผู้อื่นไหม? ถ้าดีให้ยึดถือและนำไปใช้
- เวลาเด็กมาเข้าเรียนช้า เพื่อน ๆ ต้องคอย เขาจะรู้ว่าเขาทำให้เพื่อนเดือนร้อนเพราะเขา ต่อไปเขาจะไม่ทำ เด็กที่นี่จึงตรงต่อเวลา
- ครูไม่ต้องบ่นว่า แต่ใช้สถานการณ์จริงเป็นตัวอย่างให้เขาได้คิด โดยใช้หลักการ educrae ดึงความดีออกจากจิตใจเด็ก และใช้ความเมตตาเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมดี
- เด็กที่เรียนเก่งจะรักเพื่อน ไม่คิดแข่งขันกับเพื่อนอย่างสังคมข้างนอก แต่จะช่วยเหลือ แสดงถึงความเอื้อเฟื้อต่อกัน
- คำตอบว่า "อยากเป็นบันได" จึงเป็นคำตอบของการจัดการศึกษา ณ ที่แห่งนี้ค่ะ
- โรงเรียนเปิดสอนมา 15 ปี ขึ้น 16 ปีแล้ว แต่สังคมภายนอกเริ่มรู้จักที่นี่ได้ประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากท่านอาจารย์ ดร.อาจอง ไปเปิดตัวโรงเรียนในที่ต่าง ๆ ในช่วงสามปีนี้
- ท่านให้ความสำคัญกับการฝึกฝนเด็ก ๆ ในเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา มีหลักการเรียนรู้ 3 ประการคือ
- ประการแรก คือ แบบอย่าง มี 3 กระบวนการย่อย ได้แก่ 1) การฝึกสมาธิ 2) สร้างแรงบันดาลใจ 3) สร้างบรรยากาศ
- ประการที่สอง คือ educare และ ประการที่สาม คือ การเรียนรู้แบบร่วมมือ ทั้งสองประการมีกระบวนการร่วมกันอยู่ 2 กระบวนการ คือ 1) การนำคุณค่าความเป็นมนุษย์ออกมาจากภายใน และ 2) การบูรณาการคุณค่าความเป็นมนุษย์เข้าไปในทุกวิชาและกิจกรรม
- กิจกรรมเหล่านั้น ได้แก่ แรงบันดาลใจ คุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง การบูรณาการตรง การเปรียบเทียบ แก้บทเรียนด้านลบให้เป็นบทเรียนด้านบวก การตัดสินใจและการระดมความคิด นิทาน เล่นเกมคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เพลงคุณธรรมและดนตรี ละคร กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ การออกสนาม และ ชมรม