ครูดี : พัฒนาตนเองให้เป็นครูแบบใหม่ในระบบสากลได้

ใกล้เปิดภาคเรียนใหม่แล้ว  ทั้งคุณครูและนักเรียนต่างก็เตรียมตัวกันอย่างเต็มที่  ผู้เขียนเองก็ค้นคว้าหาข้อมูลไปทั่วเพื่อกักตุนไว้ใช้ทำสื่อต่างๆ  บังเอิญเข้าไปในเว็บไซด์หมู่บ้านครูได้อ่านเรื่อง "การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับลักษณะครูดีในประเทศไทย"  เห็นว่าน่าสนใจดีจึงนำมาเล่าสู่กัน 

        ผู้วิจัยสรุปจากการศึกษางานวิจัยและค้นคว้าของท่านพุทธทาสภิกขุ(๒๕๒๔), สุมน อมรวิวัฒน์(๒๕๒๖), อำไพ สุจริตกุล(๒๕๓๖), ท.กล้วยไม้ ณ อยุธยา(๒๕๓๗), สิริพร บุญญานันท์(๒๕๓๗), ไพฑูรย์ สินลารัตน์ (๒๕๓๗), ประกอบ คุปรัตน์(๒๕๓๙) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (๒๕๓๗) พบว่าครูที่ดีควรมีคุณลักษณะที่จำเป็น ๓ ด้าน ดังนี้

ด้านคุณลักษณะ

     ๑. มีความรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และพร้อมที่จะพัฒนาวิชาชีพ
         ของตนอยู่เสมอ
     ๒. ประพฤติเป็นแบบอย่างแก่ผู้เรียน ทั้งด้านศีลธรรม วัฒนธรรม
          กิจนิสัย สุขนิสัย และอุปนิสัย  ตลอดจนมีความเป็นประชาธิปไตย
     ๓. ใฝ่รู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
     ๔. มีความเมตตาแก่ศิษย์ และเห็นคุณค่าของศิษย์
     ๕. มีสุขภาพสมบูรณ์
     ๖. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทางวิชาการและสามารถใช้กระบวนการ
         คิดวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้
     ๗. มีบทบาทในการพัฒนาชุมชน และสามารถเป็นผู้นำชุมชนได้
     ๘. สามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ภาษาและการวิจัยเพื่อเป็นเครื่องมือ
         ในการพัฒนาตนเอง
     ๙. สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นครูแบบใหม่ในระบบสากลได้ คือ
             (๑) เป็นครูที่เน้นความหลากหลายเพื่อตอบสนองต่อผู้เรียนเป็นหลัก
                   แนะนำผู้เรียนสามารถพัฒนาเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
                   และสร้างสรรค์  และให้ข้อมูลสะท้อนกลับผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง
             (๒) รู้วิทยาการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น
                   เพราะการศึกษายุคใหม่เป็นการศึกษาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิคส์มากขึ้น
             (๓) เป็นครูที่ต้องไปหานักเรียนมากขึ้น  เข้าเยี่ยมชุมชนได้มากขึ้น

ด้านความรู้ของครู 

      ๑. มีความรู้ในวิชาที่สอนอย่างแท้จริง สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีในศาสตร์ความรู้
          มาสู่การปฏิบัติได้ ทั้งการปฏิบัติในระดับสากล และในระดับท้องถิ่น
      ๒. มีความรู้ด้านการวิจัย  วิทยาการคอมพิวเตอร์ และภาษา  เพื่อเป็นเครื่องมือ
          ในการแสวงหาความรู้ 
      ๓. มีความรู้ด้านเทคนิคการสอน  จิตวิทยา  การวัดและประเมินผล  และสามารถ
          ประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
      ๔. รู้ข้อมูลข่าวสารรอบตัว และเรื่องราวในท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
          และฝึกให้ผู้เรียนคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ได้ 

ด้านการถ่ายทอดความรู้

      ๑. สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการสอนต่างๆ เพื่อจัดบรรยากาศการเรียนรู้
          ที่น่าสนใจ และผู้เรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่เรียน  ตลอดจน
          สามารถเชื่อมโยงความรู้นั้นสู่การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 
          หรือใช้ในการเรียนรู้ต่อไป
      ๒. สามารถอบรมบ่มนิสัยให้ผู้เรียนมีศีลธรรม วัฒนธรรม กิจนิสัย สุขนิสัย
          และอุปนิสัย  รวมทั้งรักในความเป็นประชาธิปไตย เพื่อเป็นบรรทัดฐาน
          ในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุข
      ๓. สามารถพัฒนาให้ผู้เรียนใฝ่รู้ และก้าวทันเทคโนโลยี  ตลอดจนสามารถ
          ใช้ภาษาสื่อสารกันได้
     ๔. สามารถพัฒนาให้ผู้เรียนมองกว้าง คิดไกล และมีวิจารณญาณที่จะวิเคราะห์
         และเลือกใช้ข่าวสารข้อมูลให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองได้
     ๕. พัฒนาให้ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ของชุมชน  สามารถนำความรู้ไป
         ประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาชุมชน และแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชนได้

    

 

ที่มา  onec.go.th/Act/627/page03.htm