ไม่มีศาสดาและพระราชาองค์ใดที่สามารถปลดปล่อยทาสออกเสียจากเราได้........เพราะเราคือทาสที่ปล่อยไม่ไป.
ดูละครนางทาส...........นึกขึ้นได้.............
เรื่องนี้เราก็ร่วมแสดงด้วยนีหว่า!!
...ขอไปรับค่าตัวก่อนค่ะ
ไหนๆ ก็เป็นดาราแล้ว......ขอพูดถึงละครเรื่องนี้เลยนะคะ.......
ทาส ความหมายตามพจนานุกรมฉบับมติชน หมายถึง น. ผู้ที่ขายตัว หรือถูกนำมาขาย หรือถูกจับมาเป็นคนรับใช้ หรือเพื่อทำงานหนักอื่นๆ โดยผู้เป็นนายมีสิทธิเหนือตัวทาสนั้น, บางที่ก็ใช้หมายเท่ากับขี้ข้า ผู้ยอมตัวอยู่เหนือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ทาส ความหมายตามวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี หมายถึง บุคคลซึ่งถูกนับสิทธิเสมือนสิ่งของของผู้อื่น ไม่มีอิสระในการดำรงชีวิต และมีหน้าที่รับใช้ผู้อื่นโดยมิได้รับการตอบแทนจากเจ้าของ(นายทาส)เช่น การรับใช้ทางด้านแรงงาน และหากไม่เชื่อฟังคำสั่ง อาจถูกลงโทษได้ตามแต่นายทาสจะกำหนด ยกเว้นเป็นการกระทำอันทำให้ถึงแก่ความตาย
ชนิดของทาส
ในประเทศไทย ทาสได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 ชนิด (ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา โดยในสมัยก่อนหน้านั้นยังเป็นข้อถกเถียงของนักวิชาการ) ได้แก่
๑. ทาสสินไถ่ เป็นทาสที่มีมากที่สุดในบรรดาทาสทั้งหมด โดยเงื่อนไขของการเป็นทาสชนิดนี้ คือ การขายตัวเป็นทาส เช่น พ่อแม่ขายบุตร สามีขายภรรยา ดังนั้น ทาสชนิดนี้จึงเป็นคนยากจน ไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวหรือตนเองได้ จึงได้เกิดการขายทาสขึ้น โดยสามารถเปลี่ยนสถานะกลับไปเมื่อมีผู้มาไถ่ถอน
๒. ทาสในเรือนเบี้ย เด็กที่เกิดขึ้นระหว่างที่แม่เป็นทาสของนายทาส ทาสชนิดนี้ไม่สามารถไถ่ถอนตนเองได้
๓. ทาสที่ได้รับมาด้วยมรดก ทาสที่ตกเป็นมรดกของนายทาส เกิดขึ้นก่อต่อเมื่อนายทาสคนเดิมเสียชีวิตลง และได้มอบมรดกให้แก่นายทาสคนต่อไป
๔. ทาสท่านให้ ทาสที่ได้รับมาจากผู้อื่น
๕. ทาสที่ช่วยไว้จากทัณฑ์โทษ ในกรณีที่บุคคลนั้น เกิดกระทำความผิดและถูกลงโทษเป็นเงินค่าปรับ แต่บุคคลนั้น ไม่มีความสามารถในการชำระค่าปรับ หากว่ามีผู้ช่วยเหลือให้สามารถชำระค่าปรับได้แล้ว ถือว่าบุคคลนั้น เป็นทาสของผู้ให้ความช่วยเหลือในการชำระค่าปรับ
๖. ทาสที่ช่วยไว้ให้พ้นจากความอดอยาก ในภาวะที่ไพร่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองให้ประกอบอาชีพได้แล้ว ไพร่อาจขายตนเองเป็นทาสเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือจากนายทาส
๗. ทาสเชลย ภายหลังจากได้รับการชนะสงคราม ผู้ชนะสงครามจะกวาดต้อนผู้คนของผู้
แพ้สงครามไปยังเมืองของตน เพื่อนำผู้คนเหล่านั้นไปเป็นทาสรับใช้
นอกจากนี้เราก็คงเคยได้เห็นและพบความหมายของคำที่เกี่ยวเนื่องกับคำว่าทาส เช่น
· ทาสกรรมกร น. ทาสที่ทำงานหนัก
· ทาสที่ปล่อยไม่ไป น. . บุคคลที่ใฝ่จะเป็นทาสรับใช้ผู้อื่นอยู่เสมอ
· ทาสน้ำเงิน น. ผู้ที่ขายตัวลงเป็นข้ารับใช้ หรือผู้ที่นายเงินไถ่ตัวมา
· ทาสน้ำเมา น. ผู้ที่ติดสุราอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
· ทาสปัญญา น. ปัญญาอย่างทาส, โง่เขลา
· ทาสรัก น. ผู้ที่ตกในห้วงแห่งความรัก เช่น ถึงสามศพสยบเรียงเคียงกัน ล้วนทาสรัก
ทั้งนั้นอนาถใจ ( จากเรื่องเงาะป่า )
การเลิกทาสในประเทศไทย
การเลิกทาส เป็นพระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทำให้พระองค์ทรงได้รับพระสมัญญาว่า “ สมเด็จพระปิยมหาราช ”
สมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัตินั้น ประเทศไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมือง ของประเทศ เพราะเหตุว่าลูกทาสในเรือนเบี้ยได้มีสืบต่อกันเรื่อยมาไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นทาสกันตลอดชีวิต พ่อแม่เป็นทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสอีกต่อ ๆ กันเรื่อยไป
กฎหมายที่ใช้กันอยู่ในเวลานั้น ตีราคาลูกทาสในเรือนเบี้ย ชาย ๑๔ ตำลึง หญิง ๑๒ ตำลึง แล้วไม่มีการลด ต้องเป็นทาสไปจนกระทั่ง ชายอายุ ๔๐ หญิงอายุ ๓๐ จึงมีการลดบ้าง คำนวณการลดนี้ อายุทาสถึง ๑๐๐ ปี ก็ยังมีค่าตัวอยู่ คือชาย ๑ ตำลึง หญิง ๓ บาท แปลว่า ผู้ที่เกิดในเรือนเบี้ย ถ้าไม่มีเงินมาไถ่ตัวเองแล้ว ก็ต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต
ในการนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้ตราพระราชบัญญัติขึ้น เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคมพ.ศ. ๒๔๑๗ ให้มีผลย้อนหลังไปถึงปีที่ พระองค์เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ จึงมีบัญญัติว่า ลูกทาสซึ่งเกิดเมื่อปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๑๑ให้มีสิทธิได้ลดค่าตัวทุกปี โดยกำหนดว่า เมื่อแรกเกิด ชายมีค่าตัว ๘ ตำลึง หญิงมีค่าตัว ๗ ตำลึง เมื่อลดค่าตัวไปทุกปีแล้ว พอครบอายุ ๒๑ ปีก็ให้ขาดจากความเป็นทาสทั้งชายและหญิง
พอถึงปี พ.ศ. ๒๔๔๘ ก็ได้ออกพระราชบัญญัติเลิกทาสที่แท้จริงขึ้น เรียกว่า “ พระราชบัญญัติทาส ร.ศ.๑๒๔ ” (พ.ศ. ๒๔๔๘) เลิกเรื่องลูกทาส ในเรือนเบี้ยอย่างเด็ดขาด เด็กที่เกิดจากทาส ไม่เป็นทาสอีกต่อไป การซื้อขายทาสเป็นโทษทางอาญา ส่วนผู้ที่เป็นทาสอยู่แล้ว ให้นายเงินลดค่าตัวให้เดือนละ ๔ บาท จนกว่าจะหมด..
การพ้นจากความเป็นทาส
การพ้นจากความเป็นทาสสามารถเกิดขึ้นได้ จากเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
๑. โดยการหาเงินมาไถ่ถอน
๒. การบวชเป็นสงฆ์โดยได้รับความยินยอมจากนายทาส
๓. ไปการสงครามและถูกจับเป็นเชลย หลังจากนั้น สามารถหลบหนีออกมาได้
๔. แต่งงานกับนายทาสหรือลูกหลานของนายทาส
๕. นายทาสถูกข้อหากบฏ
๖. การประกาศไถ่ถอนจากพระมหากษัตริย์ ในช่วงของการเลิกทาส

จากละคร....ครูพรรณา....ตกเป็นทาสของตัวละคร
คุณหญิงแย้มทาสของศักดิ์ศรี
นางเย็น ทาสของความจงรักภักดี
นางสาลี ทาสความรักและความโลภ
นางบุญมี ทาสของความมักใหญ่ใฝ่สูง ( เข้ามาแก้ชื่อใหม่ค่ะจากนางมะลิ )
คุณหนูแดง ทาสของความไม่รู้
แล้วละครก็ลาโรง..................
*************************************************************
ไม่มีศาสดาและพระราชาองค์ใดที่สามารถปลดปล่อยความเป็นทาสออกเสียจากตัวเราได้........เพราะเราคือทาสที่ปล่อยไม่ไป..............................เอวัง

อธิบายยังไม่หมดเลย ทำไมไม่มีทาสหัวใจ อิอิๆๆ
ครูตุ๊กแกตกเป็นทาสรัก..รักๆๆๆลูกชาวบ้านเขาไปทั่วๆ ฮิ..ฮิ..55..
แต่ไม่ค่อยดูนางทาส เพราะทาสอีเย็น ขนาดเป็นทาสยังขาวกว่าหนูเลย
และแล้ว ครูตุ๊กแกก็ตกเป็นทาส ทาสอารมณ์ตัวเอง อิจฉาความขาวของอีเย็น 55..ฮิ..ฮิ
สวัสดีค่ะ
* อ. ขจิต...อยากเป็นทาสหัวใจ...ไว้รอสรางเรื่องใหม่นะคะ...จะให้เป็นพระเอก
* เอิง เอิง เอย..ชะ ..เอิง เอิ๊ง เอย
สวัสดีค่ะ
* ครูตุ๊กแก...ตกเป็นทาสความรักลูกชาวบ้านดีแล้วค่ะ...ได้บุญแบบคุณหญิงแย้ม
* คุณคนไม่มีราก....ความเห็นของคุณ ....ข้อแรกรู้สึกเหมือนคุณค่ะ...ข้อสุดท้ายก็ต้องพยายามช่วยตัวเองให้มากนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณกวินทรากร
* ถูกเฆี่ยนเจียนจะตายมิได้นำพา
ในอุรามีรักยอกตอกเอาไว้
เจ็บกายเจ็บจิตแนบชิดหัวใจ
ทาสความรักปล่อยไปไม่ได้เอย..*
ฝากกลอนประตูผุ ...มาให้อ่าน..ต่ายเป็งซะเมื่อแหร่ง
สวัสดีค่ะ
* คุณกวินทรากร...เมื่อมิได้นำพา...ก็หานำพาไม่.....๕๕๕๕
* คุณบัวปิ่มน้ำ....ไม่อยู่บ้านท่านเจ้าคุณ...อยู่บ้านคุณหญิงแย้มก็ได้...อิอิ...ขอบคุณค่ะที่แวะมาชมละคร
ขอบคุณค่ะ.....แต่ก็ไม่นำพา
มีทาส ท่านหนึ่ง เป็นสุดยอดทาสที่มีชื่อเสียงของไทย ผมคิดว่า คงมีหลายคนที่ อยากเป็นเช่นท่าน
ทาสผู้นั้นคือ พุทธทาส ภิกขุ
(เกี่ยวกันไหมนา...)
สวัสดีค่ะ
* ครูอ้อย....ทุกคนล้วนตกเป็นทาสที่ปล่อยไม่ไป.....มากบ้างน้อยบ้างต่างๆ กันไปค่ะ
* คุณปรีดา...สิบทาสในเรือนเบี้ย..ใกล้มือ...ก็ต้องแต่งงานกับนายทาสหรือลูกหลานนายทาส...นี่ถ้าเป็นการถือวรรณของอินเดียละก็...คุรปรีดา....ไม่อยากจะเอ่ย...๕๕๕๕๕
* คุณสิ้นศึก...ท่านพุ?ธทาส...ก็เป็นทาสที่ปล่อยไม่ไป...เพราะท่านยินดีเป็นทาสแห่งพระพุทธองค์.....
* แด่ทุกท่าน...สิ่งใดในโลกล้วน...ถ้ามิได้นำพา...ก็หานำพาไม่....เอวังค่ะ
ไม่มีศาสดาและพระราชาองค์ใดที่สามารถปลดปล่อยความเป็นทาสออกเสียจากตัวเราได้ เพราะเราเป็นทาสที่ปล่อยไม่ไป....
ผมชอบบทสรุปนี้มาก ชวนให้คิดว่าตัวเองเป็นทาสอะไรอยู่ในตอนนี้ แต่ที่พบเจอแล้วก็คือ การพาตัวเองออกมาจากตำแหน่งบางตำแหน่งก็เป็นเสมือนปลดปล่อยตัวเองออกจากลาภยศบางประกาศ ....
......
ผมชอบ วาทะที่ว่า "ก็มิได้นำพา....." มาก ราวกับกำลังย้ำถึงความลึกหนาของจิตใจในด้านมืดของผู้คนที่ดูแล้วยากยิ่งต่อการเปิดรับเพื่อการเข้าใจและเห็นใจ รวมถึงปล่อยวาง เป็นที่สุด
สวัสดีค่ะคุรแผ่นดิน
* แสดงว่า... การปลดตัวเองออกจากบางสิ่งบางอย่าง...แสดงว่าเราเริ่มเบื่อนายทาส...
* ขอให้มีความสุขกับงานใหม่นะคะ...ลูกเณรและน้องเณรน่ารักมากค่ะ...ฝากจูจุ๊บแก้มคนละทีค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.พรรณา
เอ๊ะ นี่เราคงไม่ได้กำลังเป็นทาสบล๊อกใช่ป่ะ เพราะติดกันจั๊งเลย อิอิ
มาแวะหาทาสทางใจ ต่อจากท่าน ขจิต
อ.พรรณา