เริ่มเขียนบันทึกนี้ก็ล่วงเข้าวันใหม่ 7 พค.51 แล้ว ในรอบวันที่ผ่านไป ผมใช้เวลาส่วนใหญ่บันทึกภาพเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนพระมาสวดตอนเช้า  จนกระทั่งงานเลี้ยง และการสวดในภาคค่ำ  ระหว่างวันก็ปรับปรุงเตรียมต้นฉบับเอกสารที่จะพิมพ์เสริม ให้สมบูรณ์มากขึ้น  จากการคุยกับคุณ นก ซึ่งเป็นหลานสะใภ้ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องการพิมพ์อยู่  ทำให้ผมตัดสินใจเลิกทำเป็นสติกเกอร์มาแปะแล้วครับ เนื่องจากเชื่อว่าจะรักษามาตรฐานยาก งานอาจเละได้ง่ายๆ อาจมีคนติดเอียง หรือมีฟองอากาศได้ 

     วิธีที่เลือกคือแกะปกหนังสือ แล้วใส่งานพิมพ์เพิ่มเข้าไป  แล้วเย็บกลับเข้าไปใหม่ครับ  4 หน้าดังกล่าว สุดท้ายแล้วหน้าตาเป็นอย่างนี้

  

 

       มีอะไรจะเล่าอีกหลายเรื่องแต่ต้องผัดไว้ก่อนเพราะง่วงมากแล้วครับ ... To be continued !  

       มาแล้วครับ ขอเล่าต่อว่า ...

           ในเรื่องการเตรียมการเรื่องหนังสือแจกนั้น หลานติ๋มกับหลานแต๋ว ช่วยกันเขียนร่างประวัติ "แม่เฒ่า" และ "ย่า" ของเธอให้ผมช่วยปรับแก้  แต่เนื่องจากหลายเรื่องเราไม่ค่อยรู้ชัด อ่านๆดูก็ให้รู้สึกขัดๆ เพราะเธอใช้การประมาณการว่าคงเป็นอย่างนั้น ผมจึงไปสอบทานกับญาติผู้สูงอายุรวมทั้งพี่สาวคนโตด้วย  ก็ได้รู้ความจริงที่แตกต่างจากที่เคยรู้เกี่ยวกับชีวิตวัยเด็กของแม่ และพลอยได้รู้กว้างไปถึงว่าในหมู่บ้านกลาง ที่บ้านหลังเก่าของพวกเราตั้งอยู่นั้น บ้านแต่ละหลังเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกันมาอย่างไร  ต้องขอขอบคุณ พี่เลียบ (นางเลียบ  เวชเตง) ที่เป็นคลังข้อมูลมากมาย จนผมต้องให้เล่าอัดเสียงไว้ใน NOKIA N-73 เกี่ยวกับเรื่องของแม่ .. พี่สาวคนนี้มีความจำที่ยอดเยี่ยม ท่องจำบทสวด บทกวี และคำเล่าลือจากอดีตไว้มากมาย พอถามเข้าก็ได้ข้อมูลที่ขยายกว้างออกไปเสมอๆ .. คงได้รบกวนกันอีกหลายรอบ หลายเรื่อง ที่ผมยังไม่กระจ่าง

    เมื่อวานผมยังได้ Search หาเสียงธรรมบรรยายเพื่อนำมาใส่เครื่อง MP-3 ด้วย ได้มาหลายไฟล์ครับ Load ทางระบบ GPRS ผ่าน NOKIA N-73 ถึงจะช้าหน่อยแต่ก็ได้ผลดี  ได้ของท่านพระสุชาติจากสำนักปฎิบัติแถวโคกแย้ สระบุรีมา 3 ไฟล์ และของท่านพระพรหมคุณาภรณ์อีก 2 ไฟล์ ความยาวรวมหลายชั่วโมงครับ  ได้เปิดให้ญาติๆฟังในจังหวะอันเหมาะสมไปแล้วพอประมาณครับ มีเวลาก็จะคัดสรรมาบรรจุไว้อีก  ผมพยายามเลือกธรรมบรรยายที่เกี่ยวกับข้อเตือนใจในการดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท  เรื่องราวเกี่ยวกับความไม่เที่ยงแท้แน่นอนของสังขาร สิ่งปรุงแต่ง และก็มีบ้างที่เป็นประเด็นธรรมทั่วไปที่เห็นว่าผู้ฟังจะเกิดปัญญา นำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต

   เรื่องการจัดให้มีการเทศนาในพิธีสงฆ์ตอนหัวค่ำนั้น เราจะจัดให้มีเพียงคืนเดียวคือคืนวันที่ 9 พค. 51 ก่อนการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 10 .. เหตุผลหนึ่งก็คือญาติพี่น้องมากมายที่หลั่งไหลมาร่วมงานสวดตอนกลางคืน มาจากที่ไกลๆก็มี ทั้งมาถึงกันต่างเวลา และมักจะใช้โอกาสพบปะพูดคุยกันในการร่วมรับประทานอาหาร และอยู่ดึกมากไม่ค่อยได้ หากให้พระท่านเทศน์ บรรยายธรรมไป แต่คนฟังน้อย และส่วนใหญ่ยังเพลินอยู่กับการพูดคุยในเต๊นท์จัดเลี้ยง ก็ไม่น่าจะเกิดประโยชน์สักเท่าไร 

   การเทศน์-บรรยายธรรมในคืนสุดท้าย ได้รับอนุเคราะห์ด้วยดีจากท่านเมธี จากสวนโมกข์  เมื่อวานหลานติ๋มและหลานวัฒน์ ไปติดต่อนิมนต์  ทราบว่าท่านกำลังติดกิจกรรมอบรมชาวต่างชาติ ซึ่งมีประจำทุกต้นเดือน ที่สวนโมกข์นานาชาติ และจะไม่รับกิจนิมนต์ภายนอก แต่พอรู้ว่าเป็นงานของแม่ ท่านก็รีบรับปากทันที ทั้งยังบอกว่าจะขอมาก่อนเวลาเทศน์ด้วย .. งานศพแม่ของหัวหน้า ของประธานรุ่นนี่ครับ ไม่รับได้อย่างไร .. ท่านเมธีกับผมสนิทกันครับ เพราะบวชเรียนและจำพรรษาอยู่ด้วยกันที่สวนโมกข์ในปี 2531 และผมได้รับเลือกให้เป็นประธานรุ่นพระนวกะที่สวนโมกข์ในปีนั้นครับ .. ผมลาสิกขาบทออกมาด้วยความเสียดาย เพราะภารกิจทางโลกรออยู่  ส่วนท่านเมธี ท่านจ้อย และท่านสำราญตัดสินใจ "อยู่ยาว" ทำหน้าที่ของท่านในเพศบรรพชิตมาจนบัดนี้

   เมื่อคืนได้ความรู้ใหม่เรื่องหนังตะลุงด้วยครับ .. หลานแดง ยกเครื่องเสียงชุดใหญ่มาเสริม  จัดหนังตะลุงให้ญาติๆชมกันหลังงานเลี้ยง  ผมคุยอยู่กับญาติๆในเต๊นท์จัดเลี้ยงด้านหลังบ้านอยู่นานจนเลยสี่ทุ่ม จึงได้แวะไปดูที่เต๊นท์ที่หน้าบ้าน ปรากฏว่าเป็นหนังตะลุง Hi-tech ครับ เสียงกระหึ่มผ่านระบบเสียง ขณะที่ภาพนั้นเกิดบนจอฉายของเครื่อง LCD Projector ... เป็นหนังตะลุงจาก VCD ครับ ชื่อหนังไชยันต์ ซึ่งมีชื่อในฐานะ ตะลุงลูกทุ่ง เพราะนายหนังร้องเพลงได้ดีมาก มีการออกเทปแล้วด้วย .. ผมนั่งดูอยู่ครู่ใหญ่ก่อนมาทำเอกสารที่ค้างอยู่ และเขียนบันทึกก่อนเข้านอน .. สังเกตว่าเรื่องราวในหนังตะลุงช่างร่วมสมัยดีเหลือเกิน .. รายละเอียดมีมาก ยากจะนำมาเล่าได้หมด .. บทตลกตอนหนึ่งที่รู้สึกขำมากๆก็คือตอนตัวตลกสองตัวไปเข้าร้านอาหารที่มีตู้เพลงคาราโอเกะแบบหยอดเหรียญ  เขาถามราคาเหล้าจากสาวคนเฝ้าตู้คาราโอเกะ ไล่มาตั้งแต่แม่โขง รีเจนซี่ แบลคลาเบล ฯลฯ ไล่จากถูกๆไปจนแพงสุด ทุกครั้งที่คนขายบอกราคา เขาจะตอบกลับว่า ไม่แพงนะ ราคาปกติดีนะ ถูกกว่าที่อื่นนะ .. แล้วในที่สุดก็หักมุม ปิดท้ายด้วยการ สั่งครับ .. สั่งว่า .. " น้อง .. น้อง งั้นขอเบียร์ช้างขวดนึง

    ผมเข้ามาเขียนบันทึกเอาตอนตีหนึ่งกว่าแล้ว และง่วงจนต้องเข้านอนก่อน .. และตื่นมาเขียนเพิ่มเติมอยู่นี่แหละครับ .. เปิดบทสวดทำวัตรเช้าจบไปแล้ว .. และเครื่องก็ดึงไฟล์ต่อไปมาเล่น เป็นเสียงพระอาจารย์สุชาติ บรรยายเรื่อง ความตาย อยู่ อีกสักพักก็จะไปปิดแล้วครับ พระจริงๆกำลังจะมารับภัตตาหารเช้า ในห้องโถงหน้าบริเวณที่ร่างของแม่นอนพักอยู่ครับ ... สวัสดีครับ