เป็นครั้งที่สองแล้วที่มีนัดประชุมเล็กๆแบบไม่เป็นทางการที่ห้างดังย่านรามอินทรา การประชุมในร้านกาแฟ เป็นบรรยากาศที่รีแลกซ์และไม่เป็นทางการมากนัก การพูดคุย วางแผนงานดูไม่น่าเบื่อ งานชิ้นนี้เป็นงานชิ้นใหญ่ที่รับมาจาก สช.อีกที เป็นงานที่ตรงกับสาขาที่ผมจบมามากที่สุด เพราะว่างานที่ผมรับส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นงานที่ต้องใช้กระบวนการคิดของงานวิจัยแทบทั้งสิ้น ศาสตร์หลักที่ตัวเองร่ำเรียนมาแทบไม่ได้ใช้เลย
ครั้งนี้ได้ร่วมงานกับผู้หญิงเก่ง พี่ ดร.มุกดา พร้อมกับสุดยอด Facilitator แห่งกรมอนามัยที่หาตัวจับยากคุณฉัตรลดา และคุณวิมล ขาดอีกท่านหนึ่งไม่ได้เลยคือ อ.ธันยพร วณิชฤทธา จากศิลปากร ผมเป็นชายหนุ่มคนเดียวที่เข้ามาร่วมทีม ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับผู้มีความสามารถและประสบการณ์
ทาง สช.(สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ) ต้องการให้ทีมงานพัฒนาโครงการถอดบทเรียนใน อบต.ทั่วประเทศ(ตัวแทน) ภายใต้กรอบกระบวนการพัฒนา "นโยบายสาธารณะ" ผ่านการจัดการความรู้ภาคีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา
มีหลายๆคำถามเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ (Public Policy) ว่าดำเนินการอย่างไร?
อ.ประเวศ วะสี ท่านได้ให้รายละเอียดแนวคิดการทำนโยบายสาธารณะ ว่า เป็นกระบวนการทางปัญญา กระบวนการทางสังคม และเป็นกระบวนการทางศีลธรรม พูดกันให้ง่ายว่ามีองค์ประกอบให้ครบสามประเด็นทั้งปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ (หรือว่าผมเขียนให้เข้าใจยากไปก็ไม่รู้) นำไปสู่ ความถูกต้องดีงามเพื่อประโยชน์ของคนทั้งสังคม
แล้ว นโยบายสาธารณะที่ดี เป็นยังไง?
เป็นความเข้าใจร่วมของสังคม(Social understanding) ตรงนี้สำคัญ การเข้าใจร่วมนำไปสู่การยินยอมการปฏิบัติ อันเป็นกฏ กติการ่วมกันในสังคม
คุณค่าของสังคม (Social Value) ผมมองว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นประเด็นร่วมของสังคม เป็นคุณค่าของความคิดเห็นร่วมเพื่อประโยชน์สุขของคนในสังคม เป็นคุณค่าของคนที่พึงกระทำต่อคนด้วยกัน
การปฏิบัติโดยสังคม(Social practice) แน่นอนว่า นโยบายสาธารณะใดๆที่สร้างขึ้นมา จำเป็นต้องถูกปฏิบัติโดยสังคม เพื่อคนในสังคม
ทั้งนี้ทั้งนั้น หัวใจของ การพัฒนานโยบายสาธารณะ อยู่ที่ "กระบวนการ" ว่าได้มาอย่างไร มีรูปแบบการมีส่วนร่วมอย่างไร (Paticipatory Healthy Public Policy Process)ผลลัพธ์ในการใช้นโยบายสาธาณะ อาจมองไปถึงความอยู่ดีมีสุข ว่าเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร..
ประเด็นนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจผม ในฐานะนักวิจัย และผู้ที่เคยคลุกคลีกับงานพัฒนาท้องถิ่น จะมีสักกี่มากน้อย อบต.ที่มีการพัฒนานโยบายสาธารณะ ขึ้นมาเพื่อการพัฒนาชุมชนที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะที่มีการพัฒนาจากปัญหาร่วมของชุมชนโดยแท้จริง...มีบ้างหรือไม่?
นี่เป็นประเด็นหลักที่ท้าทาย และเราต้องการทราบคำตอบ โดยคัดเลือก อบต.ที่สุ่มโดยเจาะจงจากทั่วประเทศ โดยทาง สช.เองได้ให้ข้อเสนอแนะในการเลือกพื้นที่มาแล้ว ผมเห็นว่ากระจายไปทั่วประเทศ โดยยึดคุณสมบัติเบื้องต้นว่าเป็น อบต.ที่มีบทเรียนการใช้ "นโยบายสาธารณะ"ที่ได้ผล
ที่ผมเรียนรู้มา อบต.ส่วนใหญ่มักจะทำนโยบายสาธารณะที่สอดคล้องกับปัญหา ส่วนใหญ่เป็น นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ (Healthy Public Policy) ที่มุ่งสร้างความปลอดภัย ป้องกันโรค พัฒนาความอยู่ดีกินดี อบต.หลายๆแห่งดำเนินการแล้ว และอีกหลายแห่งไม่ได้ดำเนินการ???
เพื่อการพัฒนากระบวนการสาธารณะให้ได้ผลและมีรูปแบบที่สามารถเรียนรู้ระหว่างกันได้ในระดับ อบต. เครื่องมือที่ใช้ไม่พ้น "การจัดการความรู้" (Knowledge managment)ที่เรานำมาเป็นเครื่องมือในการดึงเอา "บทเรียนที่ดี" (Best Practice)ออกมา ค้นหาทุนมนุษย์ ที่มีจิตสาธารณะและพฤติกรรมเอาธุระ โดยใช้รูปแบบ Human mapping ทำการถอดบทเรียนทั้งในระดับ อบต.ต่างๆในพื้นที่ทั่วประเทศไทย จากนั้นนำมาถอดบทเรียนรวมทั่วประเทศ นำไปสู่การวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล เราเชื่อว่าหากได้บทเรียนที่ดี บทสังเคราะห์ที่สามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติได้ จะมีการขยายผลต่อไปซึ่งเป็นเรื่องของอนาคตที่ทาง สช.จะดำเนินการต่อไป
งานประเด็นใหญ่ที่ท้าทายนี้ หลังจากที่ทำ proposal ผ่านไปแล้ว ก็มานั่งทำแผนการทำงานคร่าวๆ รวมถึงร่าง TOR ใหญ่ก็เสร็จสิ้นกระบวนการช่วงแรก ช่วงต่อไปรออนุมัติงบประมาณ เราก็จะได้พื้นที่หาคำตอบ ซึ่งคำตอบกระจายอยู่ที่ อบต.ทั่วประเทศไทย
งานนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ผมมองว่าการขับเคลื่อนองคาพยพของสังคม โดยเฉพาะส่วนงานที่ทำงานในท้องถิ่น เช่น อบต. ยุทธศาสตร์สำคัญยิ่งคือ "ความรู้" การใช้ความรู้เพื่อเป็นฐานในการพัฒนา จำเป็นอย่างยิ่งในการ "จัดการความรู้" ดึงมาใช้ประโยชน์เพื่อความอยู่ดีกินดีของคนในสังคม ที่ผ่านมาเรายังขาดกระบวนการทางปัญญา มุ่งใช้แต่ความเห็นและแก้ไขปัญหารีบด่วนแต่เพียงอย่างเดียว ใช่อยู่ว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้และต้องทำ แต่ในระยะยาว การพัฒนาที่ยั่งยืนการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด การพัฒนาที่ให้ความสนใจกับวัฒนธรรม ความรู้ และใช้ ปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ เป็นภาพของกระบวนการพัฒนาที่เราอยากเห็น

ขอขยายความ
นโยบายสาธารณะ = ปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ
หากผมจะสรุปแบบนี้ไม่รู้ว่าจะเข้าใจยากไปหรือไม่ โดยแท้จริงการพัฒนานโยบายสาธารณะสำคัญที่ "กระบวนการ"
ที่บอกว่าสำคัญที่กระบวนการก็คือ สามคำด้านบน(ปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ)และการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของสังคม
ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับเมืองที่ประชาธิปไตยเบิกบาน
หากวันหนึ่งเราถูกคนสูบบุหรี่ละเมิดสิทธิ์ คนคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องไม่ใหญ แต่ส่งผลกระทบกับคนอื่นรอบข้าง
นโยบายสาธารณะสร้างขึ้นเพื่อจัดการทางสังคม แบบนี้
ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณจตุพร เป็นผู้ที่มีความสามารถคนหนึ่งครับ รู่สึกเป็นเกียรติที่ได้รู้จัก
ด้วยความยินดี
ดีใจกับการทำงานแบบท้าทาย แต่ดูไปแล้วแนวทางการทำงานของเราก็คล้าย ๆ กัน โดยดำเนินไปตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่าลืมล่ะว่าน้องสาวคนนี้ก็ทำงานร่วมกับอบต.ทางภาคเหนือ30 อบต. และมีโครงการจะไปต่อยอดที่อีสาน ซึ่งหากจะนำมาแมทกันแล้วมันอาจจะต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ในรายละเอียดบางส่วนก็เป็นได้นะค่ะ
แต่งานที่ทำอยู่เน้นในด้านของเศรษฐศาสตร์ รวมกับประเด็นของการมีส่วนร่วม การปรับปรุงแผนแม่บท และสุดท้ายก็คือให้เครื่องมือที่สามารถวัดค่าของความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง เป็นไงจ้า น่าสนใจไม่เบาใช่ปะ ไว้จะเล่าให้ฟังใหม่เนาะ ไปล่ะ
สวัสดีค่ะคุณเอก
* การสร้างความรู้ และเคลื่อนไหวทางสังคมนี่เข้าใจนะคะ คุณเอก
* แต่งง ว่าทำไมจะต้องไปเชื่อมต่อกับการเมือง
... แบบว่า อาจหัวไม่ถึง ขอขยายความหน่อย ขอบคุณค่ะ
หวัดดีค่ะ...
อ๋อ...เข้าใจแล้วค่ะ
นโยบายสาธารณะ ดูเหมือนเป็นเรื่องไม่ใหญ่ก็จริง
แต่ถ้ากระทบบ่อย ๆ ก็แย่เหมือนกันค่ะ ^_^
http://gotoknow.org/blog/resaerch/180804
ทุกวันนี้ อบต อบจ พยายามสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณะที่เป็นวัตถุ และได้รับผลประโยชน์บางส่วน และสิ่งที่ดีที่มองเห็นได้ง่าย ก็คือการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
แต่การทำเพื่อให้เกิด ปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ พี่มองว่ายังเห็นไม่ชัดค่ะ
สวัสดีครับเอก
วันนี้พี่เพิ่งไปประชุมสมัชชาสุขภาพมา
ของปายเงียบเหงาไปนิดในเรื่องนี้
และกำลังจะเริ่มใหม่เร็ว ๆนี้
มาช่วยหน่อยนะ
สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
พี่ธัญศักดิ์ ณ นคร
ยินดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักพี่ธัญศักดิ์ เมื่อวานเข้าไปพบนายกสภาทนายความ ได้ประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินงานภาคใต้ที่น่าสนใจ มีโอกาสคงได้ แลกเปลี่ยนกับพี่ครับ
ดอกไม้บานในใจเรา
น้องต่าย ยินดีมากครับ ลืมไปว่าน้องทำงานคลุกคลีกับ อบต. ประเด็นไหนที่จะช่วยแลกเปลี่ยน สามารถแลกเปลี่ยนได้เลยครับ
ผมยังรู้น้อยมากเกี่ยวกับระบบการทำงานท้องถิ่น
นำภาพขึ้นได้แล้วดีใจด้วยครับ จะรออ่านบันทึกใหม่ๆครับ
คุณpoo
กลุ่มที่เคลื่อนไหวได้มีพลังอีกกลุ่มคือ นักการเมือง ไม่แปลกครับที่นักการเมืองจะกำหนดอะไรก็ตามเพื่อพัฒนาประเทศ นั่นคือ หน้าที่ของพวกเขาในระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
ดังนั้นนโยบายหรือยุทธศาสตร์ทางสังคม นักการเมืองจึงมีบทบาทครับ
ขอบคุณครับ ไปแวะเยี่ยมร้อยเอ็ดในบันทึกแล้วครับ
คุณwindy
ต้องขอบคุณครับที่คุณwindy
มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผมบ่อยๆครับ อย่างน้อยผมก็ได้กำลังใจที่ดี
ที่ยกตัวอย่างเป็นประเด็นที่เข้าใจง่าย พูดง่ายๆอีกก็คือ มหาชนร่วมกันกำหนด เป็นข้อตกลงร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายสาธารณะครับ คำว่า "สาธารณะ" บอกชัดในตัวว่า เป็นของสาธารณะชนทั้งหลายครับ
คุณบัวฯครับบัวปริ่มน้ำ
ต้องขอบคุณมากครับ ชัดเจน และเยี่ยมยุทธ์ครับ ผมขออนุญาตนำมาโพสต่อในช่องความคิดเห็นเพื่อต่อภาพของการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ
พี่แก้วอุบล จ๋วงพานิช
ตอนนี้การพัฒนาด้านโครงสร้าง ก็ค่อนข้างอิ่มตัว เพราะไม่มีอะไรจะสร้างแล้ว นอกจากรื้อถนน รื้อใหม่ ทำใหม่ หรือ สร้างถนนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนัก
อบต.หันมาพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการกำหนดนโยบายสาธารณะมากขึ้น แต่ก็เหมือนที่บอกครับ ยังไม่ชัด และกระบวนการก็หลากหลายกันไป งานนี้เป็นงานถอดบทเรียนทั่วประเทศ คิดว่าผลงานที่ได้ องค์ความรู้ที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อยุทธศาสตร์การดำเนินงานพัฒนาของ อบต.ครับ
พี่แก้วครับ...พบกันที่ขอนแก่นวันที่ ๙ นี้นะครับ ผมกับเพื่อดิเรกจะไปถึงประมาณเที่ยงวันครับ
พี่หมอรอนMr. Kraton Pai
เมืองปายแสนงามของเรา จำเป็นอย่างยิ่งต้องพัฒนา การออกแบบ"นโยบายสาธารณะ" ที่สอดคล้องเหมาะสมกับปายเมืองงาม เพื่อคุณภาพชีวิต
กระบวนการนี้เกิดจากการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ปายเองอาจต้องทบทวน เพราะการใช้การมีส่วนร่วมอย่างมากในกลุ่มผลประโยชน์ที่ต่างกันมาก มีปัญหาและทำได้ยาก
แต่ให้กำลังใจทุกท่าน
ผมจะกลับปายอีกครั้งเมื่อผม มีศักยภาพมากกว่านี้
ผมยืนยันว่า ปายบ้านของผมยังสวยที่สุดกว่าทุกเมืองที่ผมไปเที่ยวมาครับ
ช่วยกันดูแลเมืองปาย รักเมืองปายครับ
-----------------------------------------------------------------
ประเด็นการพัฒนานโยบายสาธารณะ เมื่อวานได้คุยกับเพื่อน ก็ทราบว่า อบต,หลายแห่งได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่าตรงนั้นคือ การทำนโยบายสาธารณะ รูปแบบ และ กระบวนการก็หลากหลาย แต่หัวใจจริงๆก็คือ กระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคต กำหนดกฏเกณฑ์ทางสังคม โดยชุมชนที่ถูกกระทบ มีส่วนได้ส่วนเสีย
ส่วนใหญ่ อบต.หลายแห่งมีการกำหนดนโยบายสาธารณะขึ้นมา เน้น ปัญหาเชิงสุขภาพที่คุกคามชุมชน และการจัดการสิ่งแวดล้อม และประเด็นอื่นๆไม่มากนัก
กระบวนการต่างกัน นโยบายสาธารณะต่างกัน ดังนั้นการถอดบทเรียนจึงช่วยทำให้เห็นเส้นทางของการได้มาซึ่งนโยบายสาธารณะ สิ่งดีๆ หรือ องค์ความรู้เหล่านี้จะถูกถ่ายทอด โดยใช้ "การจัดการความรู้" เป็นเครื่องมือ สู่การสร้างรูปแบบให้ได้เรียนรู้ ยกระดับการพัฒนานโยบายสาธารณะต่อไป
เป้าหมายจึงกระจายอยู่ อบต.ทั่วประเทศ ในช่วงระยะเวลา ห้า ถึง หกเดือนต่อจากนี้ไป ก็คงมีโอกาสได้ไปสัมผัส เรียนรู้กับ อบต.ที่เป็นเป้าหมาย
ไม่แน่ว่าผมอาจไปโผล่ที่บ้าน Blogger แบบไม่ได้บอกล่วงหน้า ดูจากพื้นที่แล้ว มีเมืองใหญ่ที่ต้องไป และมีเพื่อนชาว Gotoknow อยู่ด้วย ...ยังไงช่วยทักผมทีครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ ที่ให้เกียรติแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องที่ถามมา จากประสบการณ์ที่จัดเวทีต่างๆ ในเรื่องการสร้างภาคีวิจัยทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นภารกิจที่เราประสานให้เกิด รวมถึงการจัดให้มีวิธีการ กลไก ความเชื่อมโยง ของการขับเคลือ่น ให้เป็นไปตามกระบวนการ "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ของท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี
กระบวนการ วิธีการ และหลักการ มีพร้อมเพรียง และดีเลิศ แต่หลักใหญ่ใจความคือ ขาดการนำไปปฏิบัติตามหลักการ วิธีการที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง และจริงจัง ไม่มีระบบการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะ ระยะเวลาโครงการสิ้นสุด ไม่มีงบสนับสนุนต่อเนื่อง เกิดปัญหาการมืองท้องถิ่น ที่ไม่เอื้อต่อการดำเนินการเพื่อทะลุทะลวงให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมที่เห็นผลที่แท้จริง และนำมาใช้เป็น best practice นั้น จึงค่อนข้างจะต้องใช้เวลา และรวมพลังกันทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกัน ปฏิบัติร่วมกัน ยอมรับกฎกติกา ร่วมกัน อย่างที่ได้กำหนดไว้ใน TOR ที่คุณยกตัวอย่างมา
สรุปสั้น ๆ คือ งานทุกอย่าง มีหลักการ กฎ เกณฑ์ ดี ค่ะ แต่ขาดการปฏิบัติที่ต่อเนื่อง งานจึงไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง
ไม่แน่ใจว่า ตอบตรงประเด็นหรือเปล่า ขอแสดงความคิดเห็นแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัวแล้วกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ
(ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้)
<a href="http://linkzip.net/F/2y3" target="_blank"><img src="http://i223.photobucket.com/albums/dd277/akapong/summer/03-05-2008_16.gif" border="0" alt="คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ..." title="คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ..."></a>
อิอิ นอกเรื่องหน่อยนะจ๊ะ
ขอบคุณครับ ผอ.นายประจักษ์ ที่มาให้กำลังใจครับและขอบคุณดอกไม้บานในใจเรา น้องต่ายที่เอา "นอกเรื่อง"มาฝาก แต่ได้เสมอนะครับ...ไม่ว่าจะนอกเรื่อง ในเรื่อง
หวัดดีค่ะ...น้องเอก
หวัดดีค่ะ
แวะมาขอบคุณ
สวัสดีครับพี่อ้อยควั้น
ดีใจครับที่มาทักทาย
ช่วงนี้ยังชีพจรลงเท้าอยู่นะครับ หลังจากที่กลับมาจาก สปป.ลาว ไม่กี่วันคงลงไปใต้แล้ว ครั้งนี้คาดว่าจะแวะเมืองนครฯก่อนครับ
แน่นอนครับ สุขภาพ ต้องฟิต...เช่นเดียวกันครับให้พี่อ้อยดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
คุณนุชดอกไม้น้อย
คุณนุชสบายดีนะครับ...
ผมคุ้นเคยกับ บางกอกแล้ว แต่ยังไม่คุ้นชินกับการอยู่ที่นี่อยู่ดีครับ วันหนึ่งผมก็จะกลับบ้านของผมที่ ปาย
อยู่เพื่อทำหน้าที่ และในขณะนี้ก็มีความสุขกับการอยู่ครับ
ประเด็นที่ผมเอามาเขียนค่อนข้างหนักเอาการครับ สำหรับเวปนี้ แต่อยากเขียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ว่างานที่ผมสนใจและจะทำในช่วงต่อไปเนื้อหางานเป็นอย่างไร? และท่านไหนมีประเด็นนี้ในใจก็นำมาแลกเปลี่ยนกัน
ที่ผ่านมามีคนจับ Public Policy น้อยไปหน่อยครับ จริงๆเป็นเรื่องของทุกคน
ผมเชื่อว่า Public Policy เป็นการ Invest ที่ดีในสังคมไทย หากเราให้ความสำคัญกับหัวใจ ที่มาของกระบวนการนี้
อย่างที่ผมสรุปสั้นจากที่อ่าน ที่บอกว่าสำคัญที่กระบวนการก็คือ สามคำด้านบน(ปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ)และการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของสังคม
สำหรับเมืองที่เราคิดว่ามีประชาธิปไตยกันเต็มที่ แต่ไม่รู้ว่า ลวงตาหรือเปล่า ..
แลกเปลี่ยนกันนะครับคุณนุช
พี่ครูLioness_ann
ผมดีใจมากครับที่พี่ครูแอนมาเยี่ยมในบันทึกนะครับ
สบายดีและมีความสุขดีกับการเปิดเทอมใหม่ นะครับคุณครู
วิถีของผมก็ต้องเดินทางไปเรื่อยๆตามตารางงาน และตารางที่จงใจเขียน ก็มีความสุขดี
ขอบคุณครับที่แนะนำสถานที่เที่ยวกิน...ไปใต้ที่ประทับใจอีกอย่างคือ อาหารที่หลากหลายนี่หละครับ
ผ่านเทพาครานี้ ไม่ลืมไก่ทอดเทพาเด็ดขาด ครับ
พี่ อดิศักดิ์J.moragot ครับ
ผมอยู่กับตำรา หนังสือมากมาย ผมได้คัดหนังสือที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนของพี่ และพยายามส่งไปให้เรื่อยๆนะครับ เพื่อช่วยเป็นกำลังใจในการเรียนอีกแรง
ขอให้มีความสุขกับการทำงานและเรียน รักษาสุขกาย+ใจนะครับ