การพัฒนาที่ยั่งยืนการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด การพัฒนาที่ให้ความสนใจกับวัฒนธรรม ความรู้ และใช้ ปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ เป็นภาพของกระบวนการพัฒนาที่เราอยากเห็น

เป็นครั้งที่สองแล้วที่มีนัดประชุมเล็กๆแบบไม่เป็นทางการที่ห้างดังย่านรามอินทรา การประชุมในร้านกาแฟ เป็นบรรยากาศที่รีแลกซ์และไม่เป็นทางการมากนัก การพูดคุย วางแผนงานดูไม่น่าเบื่อ  งานชิ้นนี้เป็นงานชิ้นใหญ่ที่รับมาจาก สช.อีกที  เป็นงานที่ตรงกับสาขาที่ผมจบมามากที่สุด เพราะว่างานที่ผมรับส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นงานที่ต้องใช้กระบวนการคิดของงานวิจัยแทบทั้งสิ้น ศาสตร์หลักที่ตัวเองร่ำเรียนมาแทบไม่ได้ใช้เลย

ครั้งนี้ได้ร่วมงานกับผู้หญิงเก่ง พี่ ดร.มุกดา พร้อมกับสุดยอด Facilitator แห่งกรมอนามัยที่หาตัวจับยากคุณฉัตรลดา และคุณวิมล  ขาดอีกท่านหนึ่งไม่ได้เลยคือ อ.ธันยพร วณิชฤทธา จากศิลปากร ผมเป็นชายหนุ่มคนเดียวที่เข้ามาร่วมทีม ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับผู้มีความสามารถและประสบการณ์

ทาง สช.(สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ) ต้องการให้ทีมงานพัฒนาโครงการถอดบทเรียนใน อบต.ทั่วประเทศ(ตัวแทน) ภายใต้กรอบกระบวนการพัฒนา "นโยบายสาธารณะ" ผ่านการจัดการความรู้ภาคีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา 

P09

มีหลายๆคำถามเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ (Public Policy) ว่าดำเนินการอย่างไร?

อ.ประเวศ วะสี ท่านได้ให้รายละเอียดแนวคิดการทำนโยบายสาธารณะ ว่า เป็นกระบวนการทางปัญญา กระบวนการทางสังคม และเป็นกระบวนการทางศีลธรรม พูดกันให้ง่ายว่ามีองค์ประกอบให้ครบสามประเด็นทั้งปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ  (หรือว่าผมเขียนให้เข้าใจยากไปก็ไม่รู้) นำไปสู่ ความถูกต้องดีงามเพื่อประโยชน์ของคนทั้งสังคม

แล้ว นโยบายสาธารณะที่ดี เป็นยังไง?

เป็นความเข้าใจร่วมของสังคม(Social understanding) ตรงนี้สำคัญ การเข้าใจร่วมนำไปสู่การยินยอมการปฏิบัติ อันเป็นกฏ กติการ่วมกันในสังคม

คุณค่าของสังคม (Social Value) ผมมองว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นประเด็นร่วมของสังคม เป็นคุณค่าของความคิดเห็นร่วมเพื่อประโยชน์สุขของคนในสังคม เป็นคุณค่าของคนที่พึงกระทำต่อคนด้วยกัน

การปฏิบัติโดยสังคม(Social practice) แน่นอนว่า นโยบายสาธารณะใดๆที่สร้างขึ้นมา จำเป็นต้องถูกปฏิบัติโดยสังคม เพื่อคนในสังคม

ทั้งนี้ทั้งนั้น หัวใจของ การพัฒนานโยบายสาธารณะ อยู่ที่  "กระบวนการ" ว่าได้มาอย่างไร มีรูปแบบการมีส่วนร่วมอย่างไร (Paticipatory Healthy Public Policy Process)ผลลัพธ์ในการใช้นโยบายสาธาณะ อาจมองไปถึงความอยู่ดีมีสุข ว่าเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร..

ประเด็นนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจผม ในฐานะนักวิจัย และผู้ที่เคยคลุกคลีกับงานพัฒนาท้องถิ่น จะมีสักกี่มากน้อย อบต.ที่มีการพัฒนานโยบายสาธารณะ ขึ้นมาเพื่อการพัฒนาชุมชนที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะที่มีการพัฒนาจากปัญหาร่วมของชุมชนโดยแท้จริง...มีบ้างหรือไม่?

นี่เป็นประเด็นหลักที่ท้าทาย และเราต้องการทราบคำตอบ โดยคัดเลือก อบต.ที่สุ่มโดยเจาะจงจากทั่วประเทศ โดยทาง สช.เองได้ให้ข้อเสนอแนะในการเลือกพื้นที่มาแล้ว ผมเห็นว่ากระจายไปทั่วประเทศ โดยยึดคุณสมบัติเบื้องต้นว่าเป็น อบต.ที่มีบทเรียนการใช้ "นโยบายสาธารณะ"ที่ได้ผล

ที่ผมเรียนรู้มา อบต.ส่วนใหญ่มักจะทำนโยบายสาธารณะที่สอดคล้องกับปัญหา ส่วนใหญ่เป็น นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ (Healthy Public Policy) ที่มุ่งสร้างความปลอดภัย ป้องกันโรค พัฒนาความอยู่ดีกินดี อบต.หลายๆแห่งดำเนินการแล้ว และอีกหลายแห่งไม่ได้ดำเนินการ???

เพื่อการพัฒนากระบวนการสาธารณะให้ได้ผลและมีรูปแบบที่สามารถเรียนรู้ระหว่างกันได้ในระดับ อบต. เครื่องมือที่ใช้ไม่พ้น "การจัดการความรู้" (Knowledge managment)ที่เรานำมาเป็นเครื่องมือในการดึงเอา "บทเรียนที่ดี" (Best Practice)ออกมา ค้นหาทุนมนุษย์ ที่มีจิตสาธารณะและพฤติกรรมเอาธุระ โดยใช้รูปแบบ Human mapping  ทำการถอดบทเรียนทั้งในระดับ อบต.ต่างๆในพื้นที่ทั่วประเทศไทย จากนั้นนำมาถอดบทเรียนรวมทั่วประเทศ นำไปสู่การวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล เราเชื่อว่าหากได้บทเรียนที่ดี บทสังเคราะห์ที่สามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติได้ จะมีการขยายผลต่อไปซึ่งเป็นเรื่องของอนาคตที่ทาง สช.จะดำเนินการต่อไป

งานประเด็นใหญ่ที่ท้าทายนี้ หลังจากที่ทำ proposal ผ่านไปแล้ว ก็มานั่งทำแผนการทำงานคร่าวๆ รวมถึงร่าง TOR ใหญ่ก็เสร็จสิ้นกระบวนการช่วงแรก ช่วงต่อไปรออนุมัติงบประมาณ เราก็จะได้พื้นที่หาคำตอบ ซึ่งคำตอบกระจายอยู่ที่ อบต.ทั่วประเทศไทย

งานนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ผมมองว่าการขับเคลื่อนองคาพยพของสังคม โดยเฉพาะส่วนงานที่ทำงานในท้องถิ่น เช่น อบต. ยุทธศาสตร์สำคัญยิ่งคือ "ความรู้" การใช้ความรู้เพื่อเป็นฐานในการพัฒนา จำเป็นอย่างยิ่งในการ "จัดการความรู้" ดึงมาใช้ประโยชน์เพื่อความอยู่ดีกินดีของคนในสังคม ที่ผ่านมาเรายังขาดกระบวนการทางปัญญา มุ่งใช้แต่ความเห็นและแก้ไขปัญหารีบด่วนแต่เพียงอย่างเดียว ใช่อยู่ว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้และต้องทำ แต่ในระยะยาว การพัฒนาที่ยั่งยืนการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด การพัฒนาที่ให้ความสนใจกับวัฒนธรรม ความรู้ และใช้ ปัญญารังสรรค์-สังคมวิวัฒน์-ศีลธรรมกำกับ  เป็นภาพของกระบวนการพัฒนาที่เราอยากเห็น

 


 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร 
 ๖ พ.ค.๕๑ : ๐๗.๐๐ น.
นนทบุรี