คุณชนะได้ด้วยกำลังคนแค่สิบ

1.1บทนำ

เนื้อหาบทนี้ใช้ตัวอย่างจากาการทหารเพื่อแสดงให้เห็นว่ากองทัพที่มีกำลังพลมากมายสามาถพ่ายแพ้ และที่มีน้อยกว่าสามารถมีชัยชนะได้อย่างไร ผลทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับกฏการเข้าต่อสู้ที่คุณเลือก เราจะใช้ตัวอยางทั้งสองนี้จากสงคราม ซึ่งชนเผ่าซูลูต่อสู้กับกองกำลังทหารอังกฤษในทวีปแอฟริกาใต้ เช้าวันที่ 22 มกราคม ปี 1879 กองกำลังรุกรานของอังกฤษจำนวนกว่า 5000 นาย พ่ายแพ้ราบคาบต่อกองทัพชาวซูลู ที่ไอแซนด์ลวานา จากนั้นเย็นวันเดียวกัน กองทัพทหารอังกฤษไม่ถึง 100 นายได้รับชัยชนะอ่างไม่คาดฝันที่โร้กส์ดริฟต์

1.2 สงครามซูลู

ราว 20.00 น.ของวันที่ 22 มกราคม ปี 1879 พลโทลอร์ดเช์มสฟอร์ด ผู้บัญชาการรบทั้งหมดของกองทัพอังกฤษกลับค่ายพักแรมใกล้เทือกเขาไอแซนด์ลวานา เช้าวันนั้นเขาขี่ม้าออกไปลาดตระเวนกองกำลังชาวซูลู ทิ้งทหารกว่า 2200 นาย 1 ใน 3 ของกำลังพลทั้งหมด ไว้ที่ค่าย

ลอดร์ดเชล์มฟอร์ดเป็นคนฉลาด เป็นทหารอาชีพ เคยดูแลกองกำลังทหารแห่งพระนางวิกตอเรียออกไปสู้ศึก จากกีนี สู่แอบบีสิเนีย ไม่มีใครกังขาฝึมือของเขา 2-3 วันก่อนทหารของเขาจำนวน 15000 นายยาตราทัพเข้าสู่ดินแดนซูลู แบ่งออกเป็น 3 กอง เขามีเวลาหลายเดือนเตรียมพร้อมสำหรับศึกที่เขาเป็นผ้ต้องการเองอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เป็นศึกซึ่งคาเอ็มแพนเต้ กษัตริย์ของซูลู พายามทุกวิถีทางที่จะหลีกเลี่ยง กองทหารของเชล์มสฟอร์ดมีระเีบียบวินัยอย่างยิ่ง เครื่องไม้เครื่องมือดีพร้อม และอาวุธยุทโธปกรณ์ไร้ที่ติ ทั้งอาวุธเบาและหนัก ทหารประกอบไปด้วยคนพื้นเมือง คนผิวขาวที่เป็นผู้อพยพ และทหารอาชีพชาวอังกฤษจำนวนมาก

แต่ตอนนี้ ความพินาศย่อยยับของฐานที่มั่นตั้งอยู่ตรงหน้าทหารซึ่งมี 2200 นาย เหลือรอดชีวิตเพียง 500 นายเท่านั้น ซากศพเกลื่อนกลาด มีทั้งชาวบ้านที่ไม่ได้สู้รบด้วย คนรับใช้และพ่อบ้านผิวดำ กับศพม้า ล่อ สุนัข และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ทั้งหมดนอนเน่าอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ของชาวแอฟริกันที่กำลังจะลับขอบฟ้า หายนะช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน  ผู้อยู่ในเเหตุการณ์คนหนึ่งกล่าวว่า  ไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีคนหาย มีแต่ถูกฆ่าตายเท่านั้น มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตใน ไอแซนด์ลาวานามากกว่า ตอนสงครามวอเตอร์ลูเสียอีก

และ ถูกฆ่าตายยิ่งกว่าที่อินเกอร์แมนหรืออัลม่าด้วยซ้ำ

ไม่เข้าใจเลย ใครบางคนได้ยินนายพลพูดอย่างนั้น ฉันทิ้งทหาร 2200  นายไว้ที่นี่ เกิดอะไรขึ้น

1.3 เส้นทางสู่สงคราม

วันคริสต์มาสวันหนึ่ง ปี 1478 นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ชาวโปรตุเกส วาสโก เดอ กามา ตั้งชื่อ ผืนดินที่ยื่นออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของแหลมกู้ดโฮป ว่า นาตัล

แต่เป้าหมายของกามาคือ ประเทศอินเดีย ดังนั้นเขาจึงแล่นเรือต่อไป เขาพบเส้นทางสู่อินเดีย  และได้กลายเป็นนักเดินเรือคนแรกที่เชื่อมทวีป ยุโรป กับเอเชียเข้าด้วยกันทางเรือ ทวีปแอฟริกาใต้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และต้องรอต่อไปอีกระยะหนึ่งจนกระทั่งชาวยุโรป เข้ามาตั้งรกรากอาศัยอยู่ ชาวดัตช์เป็นชาติแรกในปี 1652  จากนั้นเป็นชาวอังกฤษ ในปี 1805 ซึ่งรับช่วงการครอบครองต่อจากชาวดัตช์ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสงครามนโปเลียน

ช่วงระหว่างการมาถึงของชาวยุโรป กับการรุกไล่ในศตวรรษที่ 19 อาณาจักรซูลูทวีอำนาจและแข็งแกร่งขึ้นมาก ชาวซูลูที่ปกป้องเอกราชของตนอย่างดุเดืิอด และรุนแรงและมีระบบระเบียบภายใต้การระบอบการปกครองที่เข้มแข็งซึ่งมีกษัตริย์เป็นประมุข ทำให้ซูลูครอบครองอาณาบริเวณตั้งแต่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนาตัล ไปจนถึงทางตะวันออกของทรานสวัล

   พวกเขาเข้ามาติดต่อกับพวกบัวร์ ก่อน  จากนั้นจึงเป็นอังกฤษ ซึ่งใ่ช้กรณีพิพาทเรื่องเขตแดนที่ไม่ได้รุนแรงอะไรเลยเป็นข้ออ้างรุกรานดินแดนซูลู แม้ว่าคาเอ็มแพนเด้ กษัตริย์ของซูลู จะพยายามเจรจาต่อรองแล้วก็ตาม แต่พระองค์ก็ไม่ยอมรับเงื่อนไขของทางอังกฤษ (คาเอ็มแพนเด้ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อคุณ และฉันก็ไมไ่ด้ทำสิ่งใดผิดต่อคุณ ดังนั้นคุณต้องมีมุมอมงอื่นเรื่องเจตนารุกรานดินแดนของฉัน

ด้วยเหตุนี้เองทั้ง 2 ฝ่ายจึงเตรียมทำสงคราม กองทัพซูลูเป็นเครื่องจักรต่อสู้สำคัญ นักรบส่วนใหญ่มีอาวุธบางอย่าง นอกจากโล่และหอกเหมือนเช่นที่เคยมีใช้กันมา นอกจากนี้ กองทัพซูลูที่เข้มแข็งจำนวน 40000 คน ยังใช้ทหารม้าเป็นหน่วยสอดแนม และีมีชัยเหนือ ชนเผ่าใกล้เคียง กระทั่งพวกบัวร์มาแล้วหลายครั้ง

ความหวาดกลัวประการแรกของลอร์ดเชล์มสฟอร์ด คือ เกรงว่าพวกซูลูจะหันไปใช้ยุทธวิธีรุกแล้วถอย ซึ่งนั้นจะทำให้เขาไม่สามารถมีชัยเหนือคนเหล่านี้ในการต่อสู้ครั้งใหญ่และสำคัญ ดังนั้น เชล์มฟอร์ด จึงตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกอาณาจักรซูลูก่อน โดยใช้กองกำลังทหาร 3 กอง แต่ละกองประกอบด้วย ทหาร 5000 นาย กองกำลังแรกตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งจากตำแหน่งที่รียกกันว่าโลเวอร์ดริฟต์ กองกำลังที่ 2 อยู่ตรงกลาง ผ่านโร้กส์ดริฟต์ ซึ่งเป็นกองกำลังทหารอังกฤษกองเล็ก และกองกำลังที่ 3 ผ่่านเบมบ้าส์คอปทางทิศเหนือ

1.4 การรุกราน

ลอร์ดเชล์ฟอร์ดบัญชาการกองกำลังใหญ่ที่สุด มีอาวุธครบไม้ครบมือที่สุด และมีประสบการณ์มากที่สุดผ่าน โรกส์ดริฟต์

กษัตริย์ซูลูเคลื่อนกำลังคนของตนเข้าใกล้เมืองหลวงออนดินี บอกคนเหล่านั้นว่าเขาไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกับอังกฤษ และไม่ได้ข้ามน้ำข้าททะเลไปหาพวกเขา ในทางตรงกันข้ามพวกอังกฤษเป็นฝ่ายข้ามมาเผชิญหน้าเขาเอง นักรบของเขามีเกียรติและศักดิ์ศรี ปล่อยเรื่องนั้นให้เราจัดการเถิด ฝ่าบาท พวกเขาพูด พวกอังกฤษจะเข้าไม่ถึงพระองค์แน่ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่