ได้ใจ

          เมื่อผมประกาศว่าค่าลงทะเบียน ๑,๐๐๐ บาทไม่พอไม่เรียกเพิ่ม หลายท่านรู้สึกไม่สบายใจเพราะรู้ว่าค่าครองชีพภูเก็ตแพงมาก กลัวว่าผมจะต้องควักกระเป๋าจำนวนมาก ความจริงแล้วหากคำนวณค่าใช้จ่ายจริงๆแล้วเฉพาะค่าเรือไปเกาะเฮ ถ้านำเรือขนาด ๙๐ ที่นั่งก็ต้องควักกันหัวละพันเป็นอย่างน้อย ไหนยังค่าอาหารที่มีเพียบในแต่ละมื้อ เอามื้อที่ในยางคืนวันที่ ๒๕ เมษา อาหารพื้นเมืองตกหัวละ ๑๕๐ บาท แล้วที่ครัวเอ็นซี เขารับจัดบุฟเฟ่ต์ให้ ม.ราชภัฏภูเก็ต หัวละ ๒๐๐ บาทเศษ ค่าที่พักที่แอร์พอร์ทรีสอร์ท คืนละ ๑,๘๐๐ บาทต่อห้อง หมู่บ้านวัฒนธรรมชุมชนบ้านแขนน มีคนไปเยี่ยมชมอยู่เรื่อยหากเขาต้องเลี้ยงทุกมือเขาก็คงแย่จึงมีการคิดค่าหัวสบายใจทั้งผู้มาเยี่ยมและเจ้าภาพ หากเป็นแขกระดับความรู้สูงก็จะมีค่าหัวสูง นักศึกษาปริญญาโท หัวละ ๒๘๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕๐ บา นักเรียน ๕๐ บาท อย่างน้องอ้อยของผม นศ.ปริญญาเอกสงสัยหัวละ ๓๕๐ บาท อิอิ  แต่เมื่อทุกท่านคือญาติพี่น้องของผม ชาวภูเก็ตที่ผมรู้จักเขาขอต้อนรับแขกของผม  ด้วยความเต็มใจ ผมกลับมาคำนวณใหม่เอาแค่นี้แหละ  คุณอรกับคุณเล็กยังตกใจ คุณอรจึงช่วยแบ่งเบาภาระโดยจัดอาหารเช้าให้ ผมก็ได้ลดทอนค่าใช้จ่ายลงอีก

          การที่ญาติพี่น้องเดินทางไปภูเก็ตจำนวน ๓๐ คนเศษ(แต่เมื่อรวมทั้งเด็กและเจ้าภาพแล้วร่วม ๔๐ คน) เป็นปริมาณที่พอดีๆที่พวกผม ๓ คนรับรองได้ แม้หัวเรือใหญ่อย่างผมจะเหนื่อยหน่อย แต่มีความสุขอิ่มเต็มที่ การทำงานอย่างนี้ต้องมีการวางแผนการทำงานความร่วมมือจากทีมงานครับ

          ผมวางแผนการทำงานล่วงหน้าเป็นเดือน กำหนดสถานที่ที่จะพาไป กำหนดวันเวลา กำหนดเรื่องพาหนะ กำหนดหัวข้อความรู้  ในคอมพิวเตอร์จะมีหัวข้อในการเตรียมการ จะต้องทำอะไรบ้าง วันเวลาไหนจะต้องประสานงานกับใครเรื่องอะไร เรื่องไหนติดต่อแล้วก็หมายเหตุไว้ จะทำอย่างไรให้ผู้มาเยือนพึงพอใจมากที่สุด  เนื่องจากเรามีคนน้อย โปรแกรมวันที่ ๒๕ เมษา จึงต้องว่างไว้เพื่อวิ่งไปรับแขกที่สนามบิน  ถามว่าจะให้พนักงานของโรงแรมไปรับถือป้ายชื่อคอยอยู่หน้าสนามบินได้ไหม ได้ครับ ไม่เหนื่อยด้วย แต่ถามสักคำว่าเมื่อญาติชาวแซ่เฮลงจากเครื่องแล้วไม่เจอญาติแต่เจอไอ้หน้าจืดยืนถือป้าย(อิอิ)  กับมีญาติไปยืนยิ้มแฉ่งโผเข้าไปกอดอย่างไหนรู้สึกดีกว่ากัน ผมให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากกว่าความสบายครับ

          เมื่อรู้ว่าชาวแซ่เฮมักพาลูกหลานมาเที่ยวด้วย จึงวางแผนว่าทำอย่างไรให้ลูกหลานได้ประสบการณ์ชีวิตให้มากที่สุด  การได้นั่งรถ ผ่อถ้อง ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็กภาคอื่น เพราะการต่อตัวถังรถด้วยไม้สไตล์นี้มีเพียง ๒ จังหวัดครับ คือ พังงากับภูเก็ต หานั่งที่จังหวัดอื่นไม่ได้ จึงไปติดต่อขอยืมรถจากเทศบาลนครภูเก็ต การได้ทดลองทำอาหารทำขนมด้วยตัวเอง ก็น่าจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เด็กสมัยใหม่สนใจจะลองทำอาหารทานเองกันบ้าง จะสังเกตเห็นได้ว่าอาหารที่เขาให้เราลองทำนั้นจะเป็นอาหารง่ายๆ เมื่อทำของง่ายเป็นแล้วเด็กก็อยากจะทำของยากขึ้นไปอีก นี่เป็นการกระตุ้นลูกหลานของเราให้รู้จักเข้าครัว  เสียดายมากๆผมอยากให้น้องไผ่กับน้องฝ้ายได้ไปลอง แต่เนื่องจากจำกัดเรื่องเวลาที่สิงห์ป่าสักต้องเดินทาง จึงได้แต่เสียดาย

          สิ่งที่รับรู้อย่างหนึ่งก็คือค่าใช้จ่ายที่เราลืมคำนวณ เพราะการที่เราติดต่อประสานกับเพื่อนฝูงแล้วเขาบอกว่าเขารับผิดชอบให้ เราลืมนึกถึงคนเป็นลูกน้อง  ผมมาฉุกคิดตอนวันที่ ๒๖ เมษา เมื่อคนขับรถบัสพาเราตั้งแต่เช้ายันค่ำ (คนขับเขาคงเบื่อเพราะออกมาตั้งแต่เช้าจนค่ำแล้วยังต้องไปส่งที่ในยาง แล้วต้องกลับเข้ามาในเมืองอีก) ผมควักกระเป๋าทิปคนขับไป ๑,๐๐๐ บาท ทิปเด็กรถไป ๕๐๐ บาท เห็นกับตาว่าท่าทางที่ดูเหน็ดเหนื่อยกลับสดชื่นขึ้นทันตาเห็น  อย่าลืมให้ใจลูกน้องเพื่อน และผมก็เลยทิปคนขับสองแถว ทิปคนขับเรือ เด็กที่มาช่วยในเรือ พนักงานเสริ์ฟที่เกาะเฮ หมดไปอีกหลายพันบาท (แต่ถ้าต้องจ่ายตามราคาที่เป็นจริงไม่รู้กี่หมื่น) ถามว่าถ้ามีครั้งหน้าอีก และเด็กรู้ว่าเป็นคณะของอัยการชาวเกาะ เขาจะเต็มใจบริการพวกเราไหม...แน่นอนอยู่แล้ว เขาพร้อมที่จะให้บริการเราอย่างดีแน่นอน...

          ขอบคุณพ่อครูบาที่มองรายละเอียดเหล่านี้ออก รวบรวมเงินที่มองว่าเจ้าภาพจะเข้าเนื้อให้กับเจ้าภาพไว้เป็นประเพณีในการจัดไม่ว่าครั้งไหนก็จะมีเงินเผื่อขาดเผื่อเหลือเอาไว้ เจ้าภาพจะเอาไปทำอะไรก็ตามใจเจ้าภาพ  สำหรับงานนี้ผมจะนำไปบริจาคสมทบสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา มหาราช ซึ่งยังขาดเงินที่จะใช้ในการตกแต่งห้องต่างๆอีกประมาณ ๙ ล้านบาท อาคารที่ว่าได้งบประมาณจากราชการ ๑๗ ล้านบาทเศษ แต่เราจะสร้าง ๕๔ ล้าน ที่เหลือเรารับผิดชอบ ผมเซ็นชื่อรับผิดชอบในฐานะประธานกรรมการสถานศึกษาและอนุมัติให้เอาเงินกองทุนเพื่อการศึกษาที่พวกเราหามาสมทบเข้าไปประมาณ ๓ ล้าน องค์กรอื่นๆในโรงเรียน เช่นสมาคมศิษย์เก่า สมาคมผู้ปกครอง ก็ควักกันหนุบหนับ นี่ก็กำลังวางแผนจะจัดคอนเสิร์ตน้องแก้มกันอยู่ แต่คงต้องรอให้น้องแก้มได้ออกรายการสักช่วงหนึ่งก่อน อีกประมาณ ๓ เดือนก็คงจะเป็นรูปเป็นร่าง  เฮฮาศาสตร์จะมาเพื่อเชียร์น้องแก้มโดยเฉพาะก็ได้นะ...อิอิ ชวนเล่นๆจะมาจริงๆไหมเนี่ย....ฮา

          สรุปว่างานนี้ไม่มีใครเข้าเนื้อ มีแต่ตั้งใจที่จะจ่ายเพื่อเลี้ยงญาติพี่น้องตามสมควร แต่ถ้าไม่ใช่เฮฮาศาสตร์ไม่จัดให้แบบนี้หรอก สิบอกให่.....

          ตอบคำถามข้างบน เดี๋ยวคนชอบวิ่งมาแซวขึ้นหัวอย่าง ตอนจบไปอีกทางหนึ่ง อิอิ ถามว่าได้อะไร ได้แน่ๆคือความรู้ในการจัดการในภาวะที่ขาดคน ความรู้ในการจัดงานที่ใช้ใจเพื่อนฝูงเป็นตัวตั้งเพื่อลดค่าใช้จ่ายแต่ให้งานยิ่งใหญ่  ความรู้ในการจัดการอย่างเรียบง่ายแต่ได้ใจ และที่สำคัญอัยการชาวเกาะและครอบครัว คุณอรโกเอก และคุณเล็กกับครอบครัว ได้ใจคนแซ่เฮทั้งที่มาและไม่ได้มาร่วมงานอย่างท่วมท้น แค่นี้ก็คุ้มสุดคุ้มแล้วสำหรับการเป็นเจ้าภาพ.....