"คุณหมอคะ มีคน (ของ) ไข้ขาหักมาขอรักษา"
เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อยี่สิบกว่าปีแล้ว เดาว่าเป็นวันอากาศร้อนจัด ไม่เช่นนั้นจะมีคน (ของ) ไข้ประเภทนี้ที่คลีนิกเล็กๆ แห่งหนึ่งหรือคะ?
คงโดนใช้งานหนัก หึ้วปีกกันมาเชียว ดูปร๊าดเดียว ไม่ต้องเอ็กซเรย์ เดี๋ยวเข้าเฝือกชั่วคราวไว้ก่อน ถ้ายังเดินเหิน(หมุนตัว) ไม่ได้ดี ค่อยส่งต่อโฮงยา (โรงหมอไฟ)
...เอ๊อ! คุณหมอคน(ไข้)วินิจฉัยเสร็จสรรพ
เวลาผ่านไป คน(ของ)ไข้ สุขสบายดี เจ้าของไข้คนทำการรักษาเบื้องต้นไม่อยู่แล้ว...
...
ดิฉันเจอคน(ของ)ไข้ รายนี้ในบ่ายวันที่อากาศร้อนระอุ 40 องศา ที่บ้านแม่ เลยได้ใช้บริการคน (ของ) เคยเป็นไข้ เต็มที่ เพิ่งจะสังเกตเห็น ถามท่านว่า พัดลมนี้เป็นมายังไงคะ ทำไมมีปูนปลาสเตอร์แปะติด
แม่หัวเราะร่วน แต่ดูมีความสุขจัง ที่ถูกชวนคิดถึงความหลัง แม่เล่าว่า
พัดลมนี้ใช้งานที่คลีนิก อยู่ดี ๆ มันก็ตกลงมา ทำบัตร เข้าคิวรอรักษา พอคนไข้รายวันกลับไปแล้ว แม่ก็หิ้วปีกเข้าพบพ่อหมอ พ่อหมอดูอาการคิดว่า
"คงไม่หนัก เส้นเอ็นยึดข้อไม่ขาด เส้นเลือดใหญ่สายไฟอะไรๆ อยู่ดีไม่มีรั่วซึม เสียบสายแล้วยังใช้งานได้ปกติ"
ว่าแล้วก็สั่งการคุณแม่พยาบาล เตรียมเครื่องมือปฐมพยาบาลชุดเล็ก ถังมา น้ำมา ปูนปลาสเตอร์มา ชามรูปไต คีม สำลี ไม่ต้อง พ่อจัดการทำเฝือก แม่จับตัวคน (ของ) ไข้ ไม่ให้ดิ้น รอสักพัก เฝือกแข็งดีแล้ว ระหว่างนั้นก็ทำการปฐมพยาบาลส่วนอื่น ๆ อย่างที่ฐานล่าง เห็นรอยพลาสเตอร์แปะอยู่นั่นไหมคะ แม่ชี้ให้ดู..
เรา (แอบ) คิดในใจ
"แหม แม่กับพ่อ ร้านข้างคลีนิกก็รับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เหรอ"
เห็นพัดลมรุ่นนี้แล้ว พ่อกับแม่สุดยอดประหยัด อนุรักษ์ จริงๆ เลย แต่ถ้ามีอีกอย่าทำเลยนะคะ...
เรื่องนี้ฟังแม่เล่าแล้ว...ปลื้มค่ะ
ไม่รู้พวกเราไปอยู่กันที่ไหน ทำไมไม่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ตะลุมบอน ฮ่าๆ...

เราคนจน ต้องเข้าเฝือก
มารายงานตัวแล้วครับ
มาช้ากว่าคนข้างบนไปนิดหนึ่ง
ชักจะเห็นใจร้านซ่อมเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า...ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจัง...เห็นทีจะได้เงินจากคุณพี่ยากจังเลยนะครับ
โห...เป็นวิธีที่ประหยัดสุด ๆ ในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดได้ดีม๊าก ม้าก ๆ ๆ ๆ ครับ
มารายงานตัวแล้วจ๊ะ แต่มาช้ากว่าคนข้างบนๆๆ ไปหน่อย(ทั้งที่ก็นั่งหน้าจอ)
พัดลมรุ่นเข้าเฝือกน่าจะมีเครื่องนี้เป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวในโลกกระมัง ของน้องจ๊ะอายไปเลย เพราะเป็นรุ่นเอาเทปกาวพันแบบธรรมด๊า-ธรรมดา
เรียนคุณดาวลูกไก่นะครับ..
รุ่นนี้ต้องถามว่า..จะฌาปณกิจเมื่อไหร่จะมาร่วมไว้อาลัยด้วย..อิอิ..(^v^)..
ขอขอบคุณนะครับที่ช่วยกันประหยัด..
แถวๆ ช้างเผือกมีขายมือสองด้วยนะครับ เครื่องละ 200 - 400 บาท อิอิ
ฝากทุกท่านด้วยนะครับถ้าสิ่งไหนที่ยังใช้ได้ซ่อมได้ก็ยังไม่ควรเปลี่ยนก็ช่วยๆๆกันใช้ไปก่อนนอกจากว่า
....เสียชีวิตจริง ๆ แล้ว5555...
สวัสดีครับ
เครื่องใช้ไฟฟ้าปัจจุบันส่วนใหญ่มีชิ้นส่วนภายนอกเป็นพลาสติก
ถ้าไม่มีอะไหล่ ก็ซ่อมยาก ใช้วิธีข้างบนถือว่าประหยัดเงิน ประหยัดเวลาด้วย
ถ้าจะให้สวย หาแถบผ้ากว้างสักคืบ พันทับอีกที ดูหรูไปอีกแบบครับ ;)
สวัสดีค่ะท่านผอ. พ่อน้องจิ นายประจักษ์
มาขำขำ อ.ขจิต ฝอยทอง
คุณน้อง วัชรา ทองหยอด ค่ะ
น้องจ๊ะ เนปาลี
คุณน้อง วีระ ณ บ่อหลวง
คุณ ธ.วั ช ชั ย ค่ะ
สวัสดีครับ
เห็นแล้วทึ่งครับ คิดถึงว่าถ้าจะต้องทำเองนี่ต้องใจเย็นสุดๆ เลย และต้องระมัดระวังอย่าให้เกิดไฟลัดวงจรอีกต่างหาก
ผมว่าถ้าใช้คุ้มมากๆ แล้ว ส่งเข้าพิพิธภัณฑ์ได้เลยครับ (ฮา)
สวัสดีค่ะ
เห็นแค่หัวข้อก็ปิ๊งเลยค่ะ ถูกใจไอเดียสุดๆ เข้าใจทำจริงๆค่ะ เพราะตัวเองก็เจอเหตุการณ์คล้ายๆกัน แต่แค่เกือบสิบปีเองค่ะ จะไปทิ้งก็เสียดายให้ก็ไม่มีใครเอา จริงๆน่าเอาไปบริจาคที่วัดของพระพยอม..ลืมคิดไปค่ะตอนนั้น เพราะเห็นว่าข้างในยังดีและใหม่ หน้ากากแบบใหญ่พิเศษด้วยค่ะ แค่โครงสร้างตรงคอเท่านั้นเองที่แตกหัก ก็เลยใช้เชือกพันไปมาล็อคตรงคอเอาไว้ ก็ใช้ได้เหมือนเดิมแต่หน้าตาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ อ่านแล้วประทับใจ เหตุการณ์คล้ายกันค่ะ..
อ.บัญชา ธนบุญสมบัติ คะ
เห็นทีจะต้องขอพัดลมรุ่นนี้มาเก็บ (งุงงิบฮุบเอาซะเลย) เป็นสมบัติตัวเอง แล้วรออีกสักระยะ นำออกประมูลนะคะ ประมูลไปที่บริษัทที่เป็นเจ้าของพัดลมรุ่นนี้เลยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ a l i n_x a n a =)
แต่พัดลมกี่รุ่นๆ รู้สึกว่าจะคอหักคอพับเป็นอันดับแรกเลยนะคะ ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยมเยือนค่ะ
น้องจ๊ะก็เป็นนักเรียนช่าง(เทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า) ^^ เลยมายืนยันว่า เราต้องได้หัดรื้อ หัดซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ได้จริงๆ
แต่เสียดายจัง น้องจ๊ะโดดเรียน(อ่านหนังสือพ็อกเกตบุ๊คอยู่ในหอพัก)บ่อยเหลือเกิน อุ๊บ!
น้องจ๊ะ...
แสนเสียดาย ล้านเสียดายเลยนะจ๊ะ เพราะช่วงเวลาวัยเรียน-วัยรุ่นนั้นได้หายไป ไม่มีเพื่อน ไม่มีใคร มีแต่หนังสือ แถมยังไม่ยอมไปเรียนเสียอีกแน่ะ และก็เรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบเอามากๆ ไม่เรียนต่อ ไม่ไปไหน ไม่คว้าโอกาสดีๆ ไม่งั้นป่านนี้..เก่งไปแล้ว อั้นแน่ะ ขี้คุย อิอิ
วิชาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เข้าเรียนแต่ตอนที่ซ่อมเตารีด เลยซ่อมเตารีดได้ในอาการเบื้องต้นอย่างเดียว วิชาเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นก็นั่งสัปหงกอยู่หลังห้อง(หลับเนียนมาก) เคยพันมอเตอร์ไฟฟ้าแล้วระเบิดตู้ม เคยปีนเสาไฟฟ้าแล้วทำหมวกตกลงมามั่งล่ะให้เพื่อนชายหวาดเสียวเล่น อืม....
วิชาวงจรไฟฟ้ารึ? วงจรพื้นฐานง่ายๆ ก็ต่อได้น่ะ
บางวันก็วิ่งๆๆ มาถึงช้อปแล้วถอดเสื้อให้เพื่อนช่วยซักให้ในวิชาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอุตสาหกรรม ซักเสร็จแล้วรีดให้เราด้วยนะ นะน๊า(ด้วยเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมนั่นล่ะ) ถึงเวลาที่เพื่อนอีกห้องต้องใช้เครื่องล้างอัดฉีดก็เข็นรถมอเตอร์ไซค์ไปให้เพื่อนล้าง ทำตาหวานๆ ยิ้มนิดๆ บอกแค่ว่า "นะนะน๊า"
เป็นความทรงจำดีๆ เหมือนกันแฮะ ^^ และพอจบปุ๊บ ก็คืนครูปั๊บ
อืม กลับมาอีกที เพราะรู้สึกว่าลืมโอ๋ๆๆ พี่จ๊ะไปน่ะ ขอโอ๋ๆ อีกทีนะจ๊ะ ^^
โห..น้องจ๊ะ
เก็บไปเล่าใน one day ได้หรือ? ก็เป็นเส้นทางที่ผิดพลาด แต่เป็นประสบการณ์ที่ดี(มั้ง) มีเรื่องตลกๆ อีกเยอะ ที่คนฟังได้แต่อ้าปากหวอ พี่จ๊ะพยายามนึกถึงน้องจ๊ะตอนสมัยเด็ก หน้าใสๆ อ่อนหวาน (อย่าอ้วกนะ--อย่านึกถึงภาพตอนเจอด้วย)
อืม "เมื่อผู้หญิงเรียนอะไรไม่เรียน" ก็น่าสนใจ แต่ไม่เอาล่ะ เพราะน้องจ๊ะเป็นบุคคลที่ล้มเหลวในด้านการใช้ชีวิตอย่างสิ้นเชิง ไม่เล่าดีกว่า ไว้เล่าหลังไมค์ก็ได้(เนอะ)
แต่อมยิ้มได้จริงๆ นะจ๊ะ เมื่อนึกสภาพตัวเองเป็นเด็กสาวบอบบางไปนั่งพันหม้อแปลงหรือเรียนเครื่องกล ตลกจัง!
น้องจ๊ะ..จ๊ะ
เด็กสาวบอบบางไปนั่งพันหม้อแปลงหรือเรียนเครื่องกล
รอฟังเรื่องเล่าหลังไมค์ (ก็ได้)จ๊ะ แต่ระวังนะ พี่ๆหลายคนก็...อยากรู้ Tagความลับกันเลย...มั้ย (โอ๊ะ จะเอาเวลาตอนไหนเขียนเล่ากันดีล่ะเนี่ย)
อีกนิด ตอนเจอ น้องจ๊ะน่ารัก ไม่เห็นน่าอ๊วกตรงไหนเลย หูย (ยืมคำของพี่นารีมา อิ๊)
สุดยอดอีกแล้วค่ะ วีรกรรมของท่าน อ่านแล้วนึกภาพไปด้วย เข้าใจได้เลยค่ะว่าทำไมคุณแม่จึงดูมีความสุขจังกับการเล่าเรื่องนี้ และดีใจมากๆที่จะมีคนมีความสุขอีกมากมายหลายคนกับบันทึกนี้ค่ะ พี่โอ๋ก็รับมาด้วยเต็มๆเลยค่ะ ขอบคุณมากๆ
สวัสดีค่ะคุณพี่. โอ๋-อโณ
กลับมาอ่านบันทึกนี้อีกกี่ครั้งก็เห็นภาพพ่อและแม่กำลังปฏิบัติการอันน่าหวาดเสียวค่ะ แต่ก็เห็นอารมณ์ขันด้วย ขอบคุณค่ะ