บรรยากาศของการสนทนาเยี่ยมมากครับ จัดที่ห้องสุวรรณภูมิ (ห้องขนาดกลางติดแอร์) ศาลาเรือนไทยของม.มหิดล ซึ่งปัจจุบันสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนาธรรมเพื่อพัฒนาชนบท เป็นผู้ดูแล
ความรู้ที่ได้จาก อ. โสฬส ในการจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ได้แก่
- กติกาให้ผู้สนทนาคิดร่วมกัน ให้เกียรติกัน แม้ว่าจะมีความเห็นที่แตกต่าง
- ฝึกฟังเสียงตนเอง ไม่คัดค้านหรือตอบโต้เมื่อฟังผู้อื่น
- ให้ความสำคัญกับความเงียบและความไม่ชัดเจน
- เล่าเรื่องดีและรู้สึกผ่อนคลาย
- อุปสรรค...อึดอัดช่วงครึ่งชั่วโมงแรกถือเป็นระยะปรับตัวของหมู่คณะ และบางท่านอาจร่ายยาว ใช้ agenda ส่วนตัว โต้แย้ง คล้อยตามแบบ lazy tolerance
- หลีกเลี่ยง...กล่าวพาดพิง เสนอความเห็นแบบโยนภาระ ด่วนสรุปเน้นคำตอบสุดท้าย
- ควรพูดไม่เกิน 5 นาที เว้นวรรคบุคคลที่พูด 1-2 คน (กลุ่มเล็ก) 3-4 คน (กลุ่มใหญ่)
- ตรวจสอบ...สิ่งที่คนอื่นคิดและรู้สึก คือ สิ่งที่เราคิดและรู้สึก สิ่งที่ไม่เคยรู้และไม่เคยได้ยิน คือ สิ่งที่กลับได้ยินและกลับรู้
"หัวใจ" ที่ตัวแทนอาจารย์ในสภาคณาจารย์กำลังตามหาเพื่อแสดงความเป็นมหิดล โดยสรุปตอนจบกลุ่ม คือ ความรู้สึกรักและตระหนักถึงคุณค่าของม.มหิดล ค่อยๆ เริ่มอยู่ในใจของอาจารย์ที่ร่วมสนทนา แต่อาจมีลักษณะแตกต่างกันตามระบบคุณค่าบนพื้นฐานความไว้วางใจของแต่ละบุคคล การปฏิบัติจริง อุดมการณ์ที่สืบทอดยาวนานและไม่มีวันตาย และการเปลี่ยนแปลงภายใต้คุณค่าที่สะสมมานานจนเกิดมนต์ขลังและศักดิ์ศรี
ผมรู้สึกรักม.มหิดล เกือบ 70% ด้วยเหตุผลของความรับผิดชอบพัฒนาหลักสูตรและงานต่างๆ ของสาขากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ ม.มหิดล อีก 30% ที่กำลังตรวจสอบความคิดของตนเองนั้นเกิดขึ้นเพราะยังไม่แน่ใจในระบบภาระงานตาม performance agreement ค่าสวัสดิการ ค่าตอบแทน และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาอาจารย์และนักศึกษาของสาขาวิชา
ผมได้มีโอกาสคิดขณะฟังอาจารย์ท่านอื่นๆ สนทนาเรื่องหัวใจ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าทำอย่างไรหัวใจที่ว่านี้จะถูกพัฒนาขึ้นภายในจิตใจของชาวม.มหิดล สิ่งที่ผมคิดเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนลองปฏิบัติให้เกิดกระบวนการคิดและสร้างความภาคภูมิใจแก่ตนเองสู่ม.มหิดล (จาก รร. แพทย์และพัฒนาการของหน่วยงานอื่นๆ ในหลากหลายสาขาวิชา ครบ 120 ปี) ได้แก่

MAHIDOL :
M = Mankind ม.มหิดลยึดปรัชญาของสมเด็จพระราชบิดาในการสร้างประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ
A = Academics ความโดนเด่นของวิชาการและคณาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถสูงใน ม.มหิดล
H = Harmony ความกลมเกลียวระหว่างบุคลากรและนักศึกษา ม. มหิดล
I = Integration บูรณาการของศาสตร์และศิลป์ระหว่างสาขาวิชาชีพต่างๆ ภายใน ม.มหิดล
D = Diversity ความหลากหลายของศาสตร์และศิลป์จากหลักสูตรต่างๆ ของม.มหิดล
O = Open-minded society สังคมปิดของม.มหิดลกำลังจะเปิดกว้างสู่สัมพันธภาพระหว่างบุคคล
L = Leadership ม.มหิดลกำลังจะเป็นผู้นำด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
โจทย์ต่อไปที่เกิดขึ้นจากการระดมสมองของสมาชิกสภาคณาจารย์ในงานนี้ คือ
- ทำอย่างไรเราจะจัดการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมที่แสดงความภาคภูมิใจในม.มหิดล
- ทำอย่างไรเราจะมีศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจของบุคลากรและนักศึกษา ม.มหิดล
- ทำอย่างไรเราจะมีบรรยากาศที่สร้างความผูกพันกับการเรียนหรือการทำงานในม.มหิดล
คำตอบเกิดขึ้นมากมายแต่กำลังรอคอยการทำแผนปฏิบัติการโดยรวม เช่น การรณรงค์ใส่เสื้อม.มหิดลในวันมหิดล (24 กันยายน) การจัดกีฬาบุคลากรระหว่างคณะ/หน่วยงานของม.มหิดล การจัดทำบุญตักบาตรระหว่างบุคลากรและนักศึกษา ม.มหิดล ทุกวันสำคัญทางพุทธศาสนา การรณรงค์ร้องเพลงม.มหิดล (แต่งอย่างเป็นทางการ) การสร้างพระบรมรูปพระราชบิดาและสถานที่ที่ทุกคนประทับใจและเข้าถึงแบบศูนย์กลางของม.มหิดล การพัฒนาหลักสูตรระหว่างสาขาวิชาต่างๆ (เช่น หลักสูตรแพทย์และนิติศาสตร์) การสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อกระบวนการฝึกทักษะทางจิตสังคมแก่นักศึกษา เป็นต้น
สวัสดีครับพี่อาจารย์ขจิต
อ่านแล้ว Deep Listening ไหมครับ ฮ่าๆๆๆ