เมื่อเดินทางถึงจังหวัดหนองคายเวลา ๐๕.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๑  ไก๊ด์ก็แนะนำอาหารแปลกในเมืองหนองคาย  คือไข่กะทะ >>> ที่จริงจังหวัดทางอีสานก็มีทุกที่<<< ครูพรรณาก็นึกอีกแล้วหรือ...เมื่อสามวันก่อนกินที่สกลนคร...๑ กะทะมีตั้ง ๒ ฟอง  แล้วยังเครื่องเคียงอีก....โปรตีนทั้งนั้นเลย

ร้านนี้มีชื่อเสียงที่สุดของหนองคาย   จัดร้านสวยงามบรรยากาศน่าเข้าไปนั่ง  เห็นร้านอย่างนี้อย่าได้ไปยืนดูหน้าร้านเชียวนา...ครูพรรณาโดนมาแล้ว...จะไปดูว่ามีอะไรน่าสนใจกว่าไข่กะทะบ้าง ( หมายถึงหน้าตาของอาหาร ) แม่เจ้าประคุณบอกไปนั่งรออยากกินอะไรอ่านป้ายแล้วสั่ง...จ๋อยไปเลย....กินข้าวต้มดีกว่า....ที่อร่อยสุดของครูพรรณาในเช้าวันนั้นคือขนมปังฝรั่งเศสใส่หมู และน้ำส้มคั้นสดๆ ....ไก๊ด์บอกให้กินเต็มที่ ...เหมารายหัวเขาไว้แล้ว...ครูพรรณาดื่มน้ำส้มซะ ๓ แก้ว....อ่านป้ายราคา...แก้วละ ๒๐ บาท......แล้วเดินทางท่องเที่ยวที่เวียงจันทร์.....เสร็จากนั้นช่วงพักกลางวันเขาก็พาไปกินอาหารนั่งกินยืนกินติดริมโขงฝั่งไทย......เพิ่งรู้นั่งกินยืนกินก็คือกินตามสบาย...ไปยืนเลือกตักแล้วนำมานั่งกิน......ลองกินตำซั่วของเขาแล้ว...ไม่ค่อยแซบสะใจเหมือนที่บ้าน...เขาคงกลัวเราท้องเสียระหว่างทางมั้ง

 

นี่เป็นร้านอาหารริมทางที่บ้านสามแยกซึ่งเป็นจุดพักรถโดยสาร......สำหรับถ่ายรถ...ต่อรถ...และปฏิบัติการนำเข้านำออกของอาหารแต่ละคน........งง งง งง....ละซิ......กินอาหารและเข้าห้องน้ำไงคะ

 

นี่ก็เป็นตลาดสามแยกแหละค่ะ....ที่พักผู้โดยสารรอรถประจำทางก็เกาะกลางถนนไงคะ.....ถ้าเข้าไปนั่งตามร้านไม่แน่ใจว่าเสียเงินหรือไม่......แต่ถ้าเข้าห้องส้วม ๕ บาท....ห้ามถามว่าห้องสุขานะคะ...เพราะห้องสุขาแปลว่า.....ห้องนอนของลูกสาวที่ยังไม่แต่งงาน.....ประเดี๋ยวจะต้องเสียค่าเหล้า ๑ ขวด  ไก่ ๑ ตัว  หมู  วัว  หรือควาย ไม่ต่ำกว่า ๑ ตัว

รถสองแถวคันที่เห็นมุ่งหน้าไปเชียงขวง (  ว ออกเสียงสระอัว นะคะไม่ควบกล้ำ ) เมืองชายแดนที่ติดกับเวียดนามสามารถไปมาหาสู่กันได้  ระยะทางไม่เกิน ๒๐๐ กม. (นี่ก็สับสน  ขาไปครูพรรณาถามคนเสื้อสีม่วงบอกว่า ๓๕ กม. ค่ารถ ๔๐ บาท...ขากลับเข้าห้องส้วมที่ร้านหนุ่มเสื้อแดงยืนอยู่..ได้ความอีกอย่างหนึ่ง.....คราวนี้ครูพรรณาหน้าแตกส่งภาษาลาวกับสาวเจ้าของร้าน....ปรากฎว่าคำหล้าเว้าไทยชัดแจ๋ว.....)

เมื่อแวะตลาดชาวบ้านก็อดไม่ได้....ยอดมะระแม้วสดๆ ถูก ๆ กำละไม่กี่บาท....ซื้อกันเลยแล้วเราจะให้ร้านอาหารเขาผัดให้กินในมื้อต่อไป...ตามประสาครูผู้ประหยัด..หนุ่มเสื้อสีฟ้าเป็นไก๊ด์ชาวไทยนามว่าบดินทร์....ประกอบอาชีพวิเคราะห์หุ้นในตลาดหุ้น...ส่วนงานแบบนี้เป็นการหารายได้พิเศษ

ที่เห็นแผ่นดำๆ นี้...เป็นอาหารชั้นเลิศ...เขากล่าวว่าถ้าใครไปลาวแล้วไม่กินถือว่าไปไม่ถึง....เป็นสาหร่ายน้ำจืดที่มีเฉพาะในแม่น้ำโขงเท่านั้น...แปลกไทยไม่ยักเก็บมากินกัน...เห็นเขาวางขายในตลาดสด...สนนราคาใช่ว่าจะถูกๆ....เม็ดขาวๆนั่นก็เมล็ดงา.......ลืมบอกไปเขาเรียกว่าไคลหิน.....สาหร่ายชนิดนี้จะเกาะอยู่ตามก้อนหิน...คล้ายๆ ตะไคร่น้ำ.....ชาวประมงก็จะไปลอกออกมา...แล้วมาตากแดดปรุงรส....จากนั้นนำมาทอดให้กรอบ...กินมันๆดีเหมือนกัน.....กินมากก็มันเลี่ยน 

จานนี้เป็นผักน้ำ...เขานำมาต้มแกง  กินสด และยำ...นี่เป็นยำสลัด.....เคยกินที่อำเภอศรีสงครามหลายสิบปีมาแล้ว...เขาเรียกสลัดไข่...รสชาติคล้ายๆ กับยำใหญ่บ้านเรา...น้ำสลัดก็ปรุงด้วยน้ำตาลมะนาวเกลือ...ให้รสกลมกล่อมหวานนำตามเปรี้ยว..เป็นอมเปรี้ยวอมหวานจากนั้นก็นำไข่แดงที่ต้มสุกแล้วตำให้ละเอียดแล้วคลุกกับน้ำปรุง...แล้วก็นำมาราดกับผัก...ส่วนเนื้อสัต์อาจมีไก่ ปลา หมู ต้มสุก หรือย่าง ตามชอบ ฉีกโรยหน้าบนผักก็ได้......เป็นอาหารจานโปรดของครูพรรณา...ในโต๊ะไม่มีใครกินครูพรรณาซัดซะเรียบร้อยไปเลย

ร้านหลวงพระบาง ( ชื่อร้านอาหาร ) ร้านนี้ทำอาหารรสชาติอร่อยดี  นอกจากนี้ก็มีไส้กรอกเปรี้ยวหรือไส้กรอกอีสานนั่นแหละ...แต่ของเขาไม่มีมันหมูและหนังหมูตลอดจนข้าวสุกปนมากเหมือนของเรา  ....ต้องกล่าวว่าเนื้อล้วนๆ .......อร่อยสุดๆ...แล้วก็ส้มตำใส่น้ำปู ( ปูนามาตำให้ละเอียดแล้วเคี่ยวไฟให้สุกเก็บเป็นน้ำปู...เครื่องปรุงชนิดนี้ทำยากมาก ) ได้รสชาติไปอีกแบบ...เสียดายไม่มีข้าวเหนียวเสริฟ...งั้นรึ???????

ก่อนจากร้านนี้มีอาหารที่เป็นของหวานคือเมล็ดหางนกยูงแกงบวช  เขานำฝักต้นหางนกยูงฝรั่ง ...รู้จักดี...แก่ๆ แต่ยังไม่ดำมาต้มให้สุก...( น่าจะแค่พอแกะเปลือกได้ )แล้วแกะเปลือกเอาเมล็ด...จากนั้นก็แกะเปลือกเมล็ดสีเขียวแล้วเอาเนื้อเยื่อสีขาวออกมา..รวมทั้งเมล็ดในที่แท้จริงมาหั่นบางๆ....จากนั้ก็นำมาต้มให้สุกอีกแล้วนำมาทำแกงบวช...ในถ้วยนี้เขาผสมมันเทศมาด้วย ( มันเทศนี่คนลาวเขาเรียกมันแกว.....ส่วนมันแกวบ้านเราเขาเรียกมันเพรา )  พอกินแล้วก็หอมหวานกรุบๆ เหมือนจาวตาลแก่ๆ ต้มน้ำตาลแล้วใส่กะทิ....ไอ้เนื้อเยื่อสีขาวนี่ก็กินบ่อยแก่แล้วก็ยังกินอยุ่แต่เมล็ดในยังไม่เคยกินเลย...ครูพรรณาสอบถามตำรามาแล้ว...คอยก่อน...คอยให้ไอ้ตัวเล็กตัวใหญ่กลับบ้านช่วงต้นนกยูงออกฝัก...จะลองทำกินบ้าง....และก็มีแห่งเดียวในหลวงพระบางซะด้วย...นัยว่าเป็นอาหารประจำร้าน.......มันทำยากมากละมากมากกว่าร้านอื่น ๆจึงไม่ทำขาย

อีกอย่างที่ติดใจคือนมส้ม.....คล้ายโยเกริตส์...แต่เขาใส่ถุงแช่แบบหวานเย็นจนเป็นเกร็ดแข็ง.....ถ้าละลายแล้วก็เหลวเป็นน้ำนม.....ลูกชายไปกินกับพี่บดินทร์แล้วมาอวดให้แม่ฟัง....เจอเลยพรุ่งนี้แม่ต้องได้กิน.....มันเอามาส่งให้แม่กินตอน ๕ ทุ่ม.....แล้วขออนุญาตไปเที่ยวยามค่ำคืนกับพี่ๆ....มีร้านเดียวในหลวงพระบาง...เปิดขายแบบบ้านคนแล้วมีนมส้มขาย.......