วิธีเลี้ยงบุตรให้ประเสริฐ

       

ตัวอย่างแนวคิดสะกิตใจ  สำหรับผู้ที่เป็นบุตรของพ่อแม่

              เต่าที่ฉลาดถ้ามันเห็นหมาป่ามามันย่อมหดหัวเข้ากระดองของมันเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย เปรียบเสมือนเยาว์วัย  พราหมณ์ท่านหนึ่งกราบทูลถามพระพุทธองค์ว่า คำว่า    เยาว์วัย / ผู้อ่อน หมายถึงอะไร?   พระพุทธองค์ตรัสว่า  คำว่า  เยาว์วัย / ผู้อ่อน หมายถึงบุตร 3 ประการ...........

1.       บุตรผู้มีความรู้เกินบิดามารดา หมายถึง บุตรที่มีความรู้สูงกว่าพ่อแม่ ซึ่งเรียกว่า

  อภิชาตบุตร อภิ คือ ยิ่ง หรือ มาก

       2.    บุตรผู้มีความรู้เสมอบิดามารดา  หมายถึงบุตรผู้มีความรู้เท่ากับพ่อแม่ ซึ่งเรียกว่าอวชาตบุตร คำว่า  อว  คือ เสมอ

        3. บุตรผู้มีความรู้ต่ำกว่าบิดามารดา   หมายถึง  บุตรผู้มีความรู้น้อยกว่าพ่อแม่ เรียกว่า

 อนุชาตบุตร  อนุ  คือ  น้อย

 

     พราหมณ์ได้กราบทูลถามต่อไปว่าบุตรแบบไหนที่เป็นบุตรที่ดีสำหรับพ่อแม่  พระพุทธองค์ตรัสว่า บุตรที่เชื่อฟังพ่อแม่นั่นแหละเป็นบุตรที่ดีที่สุด   ตัวอย่างนี้เข้ากับหลักของการเลี้ยงบุตรแบบในสมัยโบราณ ดังเช่น  เด็กชาย  สิงห์   นาง เอี้ยง   และ  นาย  ด้วง  ได้พาลูกไปฝากไว้กับท่านเจ้าพระยา  หลวงปู่  หลวงพ่อ  ให้ช่วยอบรมสั่งสอนให้  เรื่องของคนทั้งสามเกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร  ในปัจจุบันนี้   คนทั้งหลายได้ถูกอบรมขัดเกลาจาก หลวงปู่ หลวงพ่อ และท่านเจ้าพระยา  จนได้เป็นใหญ่เป็นโต เหมือนดัง เช่น  เด็กชายสิงห์ ถูกเฆี่ยนตีเป็นร้อยครั้ง เด็กชายสิงห์  ก็ คือพระเจ้าตากสิน องค์ปัจจุบันที่ท่านทั้งหลายรู้จักกันนั้น...  ส่วนนายด้วง คือ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช(ร.1)  

       บุคคลที่ได้ดีต้องถูกทุบตี เหมือนนายช่างปั้นหม้อ  ฉะนั้นแล     บุคคลที่ได้โอกาสเปรียบเสมือนแสงเงินแสงทองทอแสงส่องยามเช้า  ที่มีแต่ความสวยงาม    แสงเงินแสงทองเป็นแสงรุ่งอรุณแห่งความเจริญของชีวิตคนเรา  เพราะฉะนั้นคนที่ได้รับโอกาสควรสร้างโอกาสของตนให้ดี  มิใช่ได้รับโอกาสแต่กลับฉวยโอกาส   ควรที่จะเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เดินด้วยไม่ใช่ปิดโอกาสทางเดินของผู้อื่น

สรุป

       บุตรคนใดที่ปฏิบัติได้แบบนี้   พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าเป็น  พุทธบุตรของพ่อแม่